HomeHobbiesMangaยอดพิมพ์ Weekly Shonen Jump ต่ำกว่า 1 ล้านเล่มครั้งแรก แต่นักข่าวญี่ปุ่นชี้ยังไม่ใช่วิกฤตมังงะ

ยอดพิมพ์ Weekly Shonen Jump ต่ำกว่า 1 ล้านเล่มครั้งแรก แต่นักข่าวญี่ปุ่นชี้ยังไม่ใช่วิกฤตมังงะ

Weekly Shonen Jump นิตยสารมังงะชื่อดังของสำนักพิมพ์ Shueisha มียอดพิมพ์ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านเล่มเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มใช้เกณฑ์การรายงานข้อมูลแบบปัจจุบัน แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ได้หมายความว่าธุรกิจมังงะญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

สมาคมผู้จัดพิมพ์นิตยสารแห่งญี่ปุ่น (Japan Magazine Publishers Association หรือ JMPA) เปิดเผยข้อมูลยอดพิมพ์ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Weekly Shonen Jump หลุดระดับ 1 ล้านเล่มแล้ว หลังเคยทำสถิติสูงสุดมากกว่า 6 ล้านเล่มในปี 1994

ตัวเลขล่าสุดยังสะท้อนว่าแนวโน้มการอ่านมังงะฉบับตีพิมพ์ที่ลดลงในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เริ่มส่งผลกระทบถึงสำนักพิมพ์รายใหญ่ อย่างไรก็ตาม Daisuke Okura (ไดสุเกะ โอกุระ) จากสื่อญี่ปุ่น LIMO มองว่า การลดลงของยอดพิมพ์ไม่จำเป็นต้องแปลว่าธุรกิจมังงะโดยรวมกำลังซบเซา

Okura อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมมังงะที่เปลี่ยนแปลงไป มังงะกลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญาหรือ IP ในญี่ปุ่น และมักถูกนำไปพัฒนาเป็นผลงานสื่อประเภทอื่น เมื่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ญี่ปุ่นเติบโตและปรับตัว รูปแบบการทำธุรกิจมังงะจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

การขยายคอนเทนต์ไปสู่สื่อหลายรูปแบบ รวมถึงการนำ IP ไปทำตลาดทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มมูลค่าให้ผลงานได้ อุตสาหกรรมมังงะจึงกำลังเคลื่อนออกจากโมเดลที่ Okura อธิบายว่าเป็นการ “ดึงผู้อ่านผ่านนิตยสาร แล้วสร้างรายได้จากการขายหนังสือรวมเล่ม”

อีกแรงผลักสำคัญคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของมังงะดิจิทัล โดย Shonen Jump+ แอปฉบับมือถือของ Shueisha มียอดดาวน์โหลดสะสมมากกว่า 30 ล้านครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และฐานผู้ใช้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความนิยมของมังงะดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนรุ่นใหม่ ผลสำรวจของ Oricon พบว่า กลุ่มผู้ใช้อายุ 50–59 ปีมีสัดส่วนผู้จ่ายเงินใช้บริการมังงะดิจิทัลสูงที่สุด สะท้อนว่าสื่อรูปแบบนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้อ่านที่มีอายุมากขึ้นเช่นกัน

ราคาของนิตยสารฉบับพิมพ์เป็นอีกปัจจัยที่กระทบยอดตีพิมพ์ นับจาก Weekly Shonen Jump วางจำหน่ายฉบับแรกในปี 1968 ราคานิตยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า 3.3 เท่า ปัจจุบันฉบับปกติมีราคา 300 เยน (ประมาณ 62 บาท) ส่วนฉบับพิเศษราคา 320 เยน (ประมาณ 66 บาท)

แม้ค่าใช้จ่ายสัปดาห์ละประมาณ 300 เยนอาจดูไม่สูงนัก แต่เมื่อผู้บริโภคมีคอนเทนต์ออนไลน์ทั้งแบบฟรีและราคาถูกให้เลือกจำนวนมาก ราคานิตยสารจึงกลายเป็นภาระที่เห็นได้ชัดขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเด็กและวัยรุ่นตอนต้น

ขณะเดียวกัน เครือข่ายกระจายนิตยสารที่มีร้านสะดวกซื้อเป็นศูนย์กลางก็กำลังหดตัว ต้นทุนขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นและปัญหาหลายด้านในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทำให้การบริหารซัพพลายเชนนิตยสารทั่วญี่ปุ่นยากขึ้นเรื่อย ๆ

กรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เมื่อ Nippon Shuppan Hanbai ถอนตัวจากธุรกิจกระจายนิตยสารและหนังสือ ซึ่งเดิมครอบคลุมร้านสะดวกซื้อประมาณ 30,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น แม้ Tohan ผู้ประกอบธุรกิจสิ่งพิมพ์อีกรายจะเข้ามารับช่วงเครือข่ายจัดส่งบางส่วน แต่ยังไม่สามารถให้บริการได้ครบทุกร้าน เนื่องจากข้อกังวลด้านความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ

Okura สรุปว่า อุตสาหกรรมมังงะยังเติบโตได้จากการเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่มี IP เป็นศูนย์กลาง แต่ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการลดลงของนิตยสารและมังงะฉบับตีพิมพ์กลับเป็นธุรกิจที่อยู่รายรอบ ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือ ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ และบริษัทโลจิสติกส์

ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner