พลิกโฉมการฟังเพลงภายในบ้านด้วยพลังเสียงในมิติที่เหนือกว่า Marshall (มาร์แชล) เปิดตัวลำโพง Homeline IV ซีรีส์ กับ 2 ลำโพงรุ่นใหม่ Acton IV และ Stanmore IV พร้อมพลังเสียงที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เติมเต็มทุกพื้นที่ด้วยมิติเสียงที่กว้างและสมจริง รองรับเทคโนโลยี Auracast™ เพื่อการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย พร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยยังคงกลิ่นอายคลาสสิกของ Marshall ไว้อย่างครบถ้วน
สำหรับการอัปเกรดครั้งล่าสุดนี้ Marshall ได้ยกระดับทั้งคุณภาพเสียงและประสบการณ์การใช้งานของ Acton IV และ Stanmore IV อย่างรอบด้าน ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ด้วยการติดตั้งทวีตเตอร์และเวฟไกด์ (Waveguides) รุ่นใหม่ ช่วยให้กระจายเสียงได้กว้างขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และสร้างเวทีเสียง (Soundstage) ที่เปิดกว้างและสมจริงยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ช่องระบายอากาศของตู้ลำโพง (Bass Port) ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ เพื่อให้เสียงเบสสะอาด หนักแน่น และทรงพลังยิ่งขึ้น อีกทั้งยังออกแบบตำแหน่งสายเชื่อมต่อไว้ด้านล่างของตัวเครื่อง ทำให้สามารถวางลำโพงชิดผนังได้โดยไม่กระทบต่อคุณภาพเสียง
ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dynamic Loudness ที่ช่วยปรับสมดุลของเสียงโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เสียงดนตรีคงความยอดเยี่ยมในทุกระดับความดัง ไม่ว่าจะเปิดเสียงเบาสำหรับฟังสบาย ๆ หรือเร่งเสียงให้เต็มพลัง โดยรายละเอียดในระดับเสียงต่ำ จะมีความอบอุ่น และมิติของเสียงยังคงครบถ้วน ขณะที่เมื่อเพิ่มระดับเสียง ระบบลิมิตเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่จะช่วยให้เสียงคมชัดและสะอาดยิ่งขึ้นกว่าที่เคย
ด้านดีไซน์ Acton IV และ Stanmore IV ยังคงเอกลักษณ์เหนือกาลเวลาของ Marshall ด้วยรูปลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกแบบ Analogue พร้อมองค์ประกอบการออกแบบอันเป็นซิกเนเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหุ้มหนังสังเคราะห์ (PU Leather) ลายตะแกรงหน้าลำโพงแบบ Salt and Pepper และปุ่มควบคุมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแอมป์กีตาร์ของ Marshall อันโด่งดัง แผงควบคุมสีทองเหลืองคลาสสิกยังได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเพิ่มปุ่มควบคุมเพลง (Media Jog) ที่ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสวิตช์เปิด-ปิดอันเป็นเอกลักษณ์ การจัดวางปุ่มควบคุมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ผู้ใช้สามารถปรับระดับเสียงเบส และเสียงแหลม รวมถึงควบคุมการเล่นเพลงผ่าน Bluetooth ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังเพิ่มปุ่ม M ที่สามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ เพื่อเรียกใช้งานเพลงหรือการตั้งค่าโปรดได้ในทันที




Marshall ยังออกแบบให้ลำโพงทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงอื่นได้อย่างสะดวก ผ่านช่องเชื่อมต่อ RCA และ AUX ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบแผ่นเสียงสามารถเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable) เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของเสียง Analogue ที่มีเสน่ห์เหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะรับฟังจากแหล่งสัญญาณใด ลำโพงทุกเครื่องได้รับการปรับแต่งเสียงอย่างละเอียดโดยทีมวิศวกรเสียงของ Marshall เพื่อมอบเสียงที่ทรงพลัง โดดเด่น และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์
มอบประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย Marshall App ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียง เลือก EQ Presets และใช้ฟังก์ชัน Placement Compensation เพื่อปรับเสียงให้เหมาะสมกับตำแหน่งการวางลำโพงในแต่ละพื้นที่ ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดไม่ว่าจะวางไว้ตรงจุดใดของบ้าน




นอกจากนี้ตัวตู้ลำโพงของ Acton IV และ Stanmore IV ผลิตจากแผ่นไม้ MDF ที่ใช้ไม้ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC™ 100% และยังออกแบบให้สามารถซ่อมแซมได้ โดยสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ปุ่มควบคุม ขาตั้ง และตะแกรงหน้าลำโพง ช่วยยืดอายุการใช้งานและสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนของ Marshall ได้อย่างลงตัว
“นับตั้งแต่เปิดตัวลำโพงสำหรับบ้านครั้งแรกในปี 2012 ผลิตภัณฑ์ของ Marshall ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดมั่นในเอกลักษณ์และมรดกของแบรนด์ ลำโพงสำหรับบ้านของเราถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของทุกพื้นที่ในบ้าน และ Acton กับ Stanmore ก็ได้รับความนิยมมาโดยตลอดด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ งานประกอบระดับพรีเมียม พลังเสียงที่หนักแน่น และปุ่มควบคุมแบบสัมผัสที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน สำหรับลำโพงเจเนอเรชันที่ 4 นี้ เราให้ความสำคัญกับการรักษาและต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ เพื่อพัฒนาสิ่งที่ผู้คนรักให้ดียิ่งขึ้น แทนที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างใหม่ทั้งหมด” Simona Berbec ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Marshall Group กล่าว
Homeline IV พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป Acton IV ราคา 12,990 บาท และ Stanmore IV ราคา 18,990 บาท โดยทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งสีดำ (Black) และสีครีม (Cream) ผ่านช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์ของ Ash Asia Thailand , Marshall Official Store (Shopee, Lazada) รวมถึง LINE OA: ASH Asia
คุณสมบัติเด่นของ Acton IV และ Stanmore IV
เวทีของเสียงที่กว้าง ครอบคลุมทุกมิติ (Wide Soundstage)
ทวีตเตอร์และเวฟไกด์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ช่วยสร้างเวทีเสียงที่กว้างและสมจริงยิ่งขึ้น ด้วยการกระจายเสียงอย่างทั่วถึงครอบคลุมพื้นที่ภายในห้อง พร้อมเพิ่มการแยกมิติของเสียงสเตอริโอ ทำให้สามารถแยกแยะตำแหน่งของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ชัดเจน ถ่ายทอดรายละเอียด ความลึก และมิติของเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เสียงเบสทรงพลังยิ่งขึ้น (Enhanced Bass)
ทีมวิศวกรเสียงของ Marshall ได้ออกแบบช่องระบายอากาศ (Bass Port) ใหม่ให้มีรูปทรงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ ส่งผลให้เสียงเบสสะอาด แน่น และทรงพลังมากขึ้น อีกทั้งยังคงความกระชับของเสียงแม้เปิดในระดับความดังสูง พร้อมย้ายตำแหน่งสายเชื่อมต่อไปไว้ด้านล่างของตัวเครื่อง เพื่อให้สามารถวางลำโพงชิดผนังได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพเสียง
เทคโนโลยีปรับสมดุลเสียงอัตโนมัติตามระดับเสียง (Dynamic Loudness)
เพลิดเพลินกับคุณภาพเสียงที่สมดุลในทุกระดับความดัง ด้วยระบบที่ปรับแต่งย่านความถี่สูงและต่ำอย่างละเอียด เพื่อให้โทนเสียงคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะฟังเบาหรือเปิดดัง รายละเอียด ความอิ่มของเสียง และความอบอุ่นยังคงครบถ้วน พร้อมระบบลิมิตเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ช่วยให้เสียงสะอาดและคมชัดยิ่งขึ้นเมื่อเปิดในระดับเสียงสูง
ปุ่ม M ที่ตั้งค่าได้ตามต้องการ (Customisable M-Button)
ปุ่ม M ใหม่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันโปรดได้อย่างรวดเร็ว เพียงกดครั้งเดียวก็สามารถเรียกใช้การตั้งค่า EQ ที่บันทึกไว้ หรือเปิดใช้งาน Spotify Tap เพื่อเริ่มเล่นเพลงโปรดได้ทันที
ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Tactile Controls)
แผงควบคุมสีทองเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์บนตัวลำโพง มาพร้อมปุ่มควบคุมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแอมป์ Marshall ช่วยให้การปรับระดับเสียง เบส เสียงแหลม และการควบคุมการเล่นเพลงเป็นเรื่องง่าย ทั้งยังคงรูปลักษณ์และสัมผัสแบบคลาสสิกที่สะท้อนดีเอ็นเอของ Marshall ได้อย่างสมบูรณ์
รองรับการเชื่อมต่อแบบ Analogue (Analogue Inputs)
เสน่ห์ของเสียงจากแผ่นเสียงยังคงเหนือกาลเวลา ด้วยช่องเชื่อมต่อ RCA ใหม่ ที่ช่วยให้เชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable) ได้ง่ายกว่าที่เคย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสียงอื่น ๆ ผ่านช่อง AUX ขนาด 3.5 มม. บริเวณด้านบนของลำโพงได้อย่างสะดวก
Marshall App
ตั้งค่า ปรับแต่ง และควบคุมเสียงได้อย่างง่ายดายผ่าน Marshall App ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงหรือพอดแคสต์ ผู้ใช้สามารถปรับ EQ ให้เหมาะกับสไตล์การฟังของตนเอง รวมถึงใช้ฟังก์ชัน Room Calibration เพื่อปรับเสียงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของแต่ละห้อง มอบประสบการณ์เสียงที่ดีที่สุดในทุกพื้นที่ของบ้าน
ออกแบบเพื่อการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น (Making Our Products Last Longer)
ใช้ไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC™ 100% (FSC™ C225755)
ตู้ลำโพง MDF ที่ใช้ใน Acton IV และ Stanmore IV ผลิตจากไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC™ 100% (FSC™ C225755) ซึ่งสนับสนุนการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ การรับรองดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะชิ้นส่วนที่เป็นไม้ของผลิตภัณฑ์เท่านั้น โดยผลิตภัณฑ์ยังประกอบด้วยวัสดุประเภทอื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การรับรองของ FSC
นอกจากนี้ Acton IV มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิลคิดเป็น 13% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ ขณะที่ Stanmore IV มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล 16% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์² ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ (Virgin Resources) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดจากการสกัดและแปรรูปวัตถุดิบ อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเมื่อเทียบกับการผลิตจากวัตถุดิบใหม่³
หมายเหตุ
¹ ไม้ MDF คิดเป็นประมาณ 46% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยคำนวณจากน้ำหนักตัวผลิตภัณฑ์ ไม่รวมอุปกรณ์เสริมและบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ การรับรอง FSC™ ครอบคลุมเฉพาะส่วนตู้ลำโพงที่ทำจากไม้
² วัสดุรีไซเคิลประกอบด้วย ABS รีไซเคิลหลังการใช้งาน (Post-consumer Recycled ABS), PC-ABS รีไซเคิลหลังการใช้งาน, อะลูมิเนียมอัลลอยรีไซเคิลก่อนการใช้งาน (Pre-consumer Recycled Aluminum Alloy), นีโอไดเมียมรีไซเคิลหลังการใช้งาน (ธาตุหายาก) และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลหลังการใช้งาน โดยคำนวณจากน้ำหนักผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ไม่รวมอุปกรณ์เสริมและบรรจุภัณฑ์
³ ข้อมูลจากอุตสาหกรรมระบุว่า วัสดุรีไซเคิลโดยทั่วไปมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่าวัสดุใหม่ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซจะแตกต่างกันไปตามประเภทของวัสดุและกระบวนการผลิต
เกี่ยวกับ ASH Asia
ASH Asia (แอช เอเชีย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องเสียง หูฟัง และลำโพง แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา เราทำงานร่วมกับแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และมั่นคง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในการผลิตสินค้านั้น ๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจที่จะนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็น Marshall, Urbannears, และ adidas Headphones และร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าของเราล้วนผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ซึ่งหมายความว่าคุณจะพบกับสินค้าที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งบริการที่ดีที่สุดจากเราและพาร์เนอร์ทางการค้า เรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา เราไม่หยุดที่จะขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา โดยการเลือกแบรนด์ที่ให้แรงบันดาลใจ และเราก็สนุกมากที่ได้ทำ!
เกี่ยวกับ Marshall
แสดงบนเวทีอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักดนตรีและแฟนเพลงทั่วโลกมานานแล้วกว่า 6 ทศวรรษด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหาตัวจับได้ยากของ Marshall นี้เอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีความลึกซึ้ง ด้วยการผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับทุกส่วนของแอมป์ หูฟัง และลำโพงของ Marshall ซึ่ง Marshall ยึดมั่นในมาตรฐานเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟังเพลงประเภทไหน ชอบดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากคอนเสิร์ต สู่การฟังเพลงแบบเป็นส่วนตัว คุณจะได้รับมรดกแห่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เราตั้งใจจะมอบให้คุณเสมอ ตำนานของ Marshall เริ่มจากร้านกลองเล็ก ๆ ในเมือง Hanwell แห่งหนึ่งในปี 1960 ซึ่ง Jim Marshall ตั้งใจจะมอบเสียงที่หนักแน่น นุ่มลึกตามความต้องการของมือกีต้าร์ กับนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้จากความตั้งใจนั้นคือ แอมพลิฟลายเออร์ JTM45 ที่มีเสียง หนักแน่น ก้องกังวานกว่าแอมป์ตัวไหน ๆ ที่พวกเขาเคยได้ยินมาก่อนและโชคชะตาก็พาการเปลี่ยนแปลงมาสู่การปฏิวัติวงการดนตรี Rock n’ Roll ไปตลอดกาล เช่นเดียวกับชื่อของ Marshall
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: group.marshall.com
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



