iCAUR V27 REEV เปิดตัวในประเทศไทยในฐานะรถรุ่นแรกของแบรนด์ iCAUR ภายใต้ Chery Group มาในรูปแบบ Premium Classic Boxy SUV พร้อมระบบขับเคลื่อน REEV วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 165 กิโลเมตร และมีระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ราคาพิเศษเริ่ม 999,900 บาท พร้อมส่งมอบล็อตแรกวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เปิดตัวแบรนด์ iCAUR ในไทย พร้อมแผนประกอบรถปี 2570
แบรนด์ iCAUR เป็นผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกในเครือ Chery Group โดย มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ Chery และ iCAUR ประเทศไทย ระบุว่า แบรนด์ต้องการพัฒนารถยนต์ NEV (New Energy Vehicle) โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและประสบการณ์ใช้งาน รถยังต้องสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ รถไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง

Chery Automobile ดำเนินธุรกิจในกว่า 120 ประเทศและดินแดน และเป็นผู้นำการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากจีนต่อเนื่อง 23 ปี

บริษัทเปิดเผยว่า ตลาด Boxy SUV ทั่วโลกมียอดขาย 2.5 ล้านคันในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.5 ล้านคันในปี 2573 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี สำหรับประเทศไทย iCAUR เตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขายควบคู่กัน หลังมียอดลงทะเบียนสนใจมากกว่า 1,500 สิทธิ์จากงาน Big Motor Sale 2026 และกิจกรรมโรดโชว์ พร้อมวางแผนประกอบรถในไทยปี 2570
แนวคิดแบรนด์ iCAUR และดีไซน์ Future Classic
ตัวอักษร “i” มาจากคำว่า Inner Self ซึ่งสื่อถึงตัวตนของแต่ละบุคคล และเชื่อมโยงกับคำว่า Intellect, Imagine และ Interactive ส่วนบุคลิกของแบรนด์ประกอบด้วย Tasteful, Distinctive และ Explorative ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” และแนวทางออกแบบ Future Classic Design

รอนน่า หลัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร iCAUR International กล่าวว่า แบรนด์ต้องการสร้างรถยนต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของปรับแต่งตามตัวตน ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญต่อแผนเติบโตระยะยาวในเอเชีย บริษัทจึงจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง
รถรุ่นนี้เป็น D-SUV ภายใต้แนวคิด “Timeless in Motion” ชื่อ iCAUR สื่อสารจุดเด่นผ่านตัวอักษร 5 ตัว “i” หมายถึง Intelligence และ “C” หมายถึง Character “A” หมายถึง Ambience ส่วน “U” หมายถึง Unbound และ “R” หมายถึง Resilience แนวคิดนี้ครอบคลุมเทคโนโลยี ดีไซน์ และห้องโดยสาร รวมถึงพื้นที่ใช้สอยและสมรรถนะบนหลายสภาพเส้นทาง
Golden Range Extender วิ่งรวมสูงสุดมากกว่า 1,000 กม.

หัวใจสำคัญคือระบบ Golden Range Extender ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน ส่วนเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า โดยน้ำมัน 1 ลิตรผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระบบนี้ทำระยะทางไฟฟ้าล้วนสูงสุด 165 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร
DC Fast Charging รองรับกำลังสูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 30–80% ได้ในเวลาประมาณ 15 นาที ขณะที่ระบบ AC รองรับสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และตัวรถรองรับ V2L ซึ่งจ่ายไฟได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์
Power-Reserve Strategy มีโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV, EV Priority, Hybrid Mode, Fuel Priority และ Forced Charging รองรับทั้งการใช้ไฟฟ้าในเมืองและการเดินทางไกล พร้อมให้ผู้ขับขี่เลือกสำรองแบตเตอรี่หรือสั่งให้เครื่องยนต์ชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้าได้
ด้านความปลอดภัยมี ADAS รวม 19 ฟังก์ชัน ตัวอย่างเช่น AEB, ACC, RCTA, LDW, LKA และ BSD ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA และ DMS มีให้ในรุ่นที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบคัน 540 องศา ถุงลมนิรภัยติดตั้งรอบคัน
ดีไซน์ Classic Boxy SUV และห้องโดยสาร Interstellar Cockpit
รูปลักษณ์ภายนอกเน้นทรงกล่องแบบ Classic Boxy SUV ใช้ไฟหน้า LED ทรงกลม ไฟเลี้ยวแยกอิสระ และซุ้มล้อขนาดใหญ่ อุปกรณ์ภายนอกมีบันไดข้าง กระจกมองข้างทรงเหลี่ยม และล้ออัลลอยสูงสุด 21 นิ้ว ส่วนราวหลังคามีในรุ่น 2WD PRIME และ 4WD PRESTIGE ด้านท้ายติดตั้งยางอะไหล่ภายนอก ไฟท้าย Brick Taillights และสปอยเลอร์ นอกจากนี้ยังมีกล้อง 360 องศาแบบซ่อน ส่วนรุ่น 4WD PRESTIGE เพิ่มประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า
ตัวรถยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,855–1,894 มิลลิเมตรตามรุ่นย่อย มีระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ระยะใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร

ห้องโดยสาร Interstellar Cockpit ได้รับรางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จาก Torino Automotive Design Award 2026 จุดเด่นคือพื้นที่ Star Island เหนือศีรษะ พร้อมไฟ Ambient Light ปรับหลายสี ส่วนรุ่น 2WD PRIME และ 4WD PRESTIGE เพิ่มหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ผู้ใช้ยังติดตั้งแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์เสริมได้
อุปกรณ์ภายในมีหน้าจอกลาง 15.4 นิ้ว จอผู้ขับขี่ 8.88 นิ้ว และระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ช่องแอร์และพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีในทุกรุ่น ส่วนกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติมีเฉพาะรุ่น 4WD PRESTIGE ตัวรถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเสียง Pioneer ลำโพง 8 ตำแหน่งในรุ่นเริ่มต้น สูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์ในรุ่น PRIME และ PRESTIGE
Smart Cockpit มีโหมด Camping, Relax, Pet, Car Wash และ Welcome เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง รุ่นที่กำหนดเพิ่มระบบระบายอากาศ ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ และ Welcome Seat เบาะหน้าปรับราบได้ ส่วนเบาะหลังปรับพนักพิงได้ 28 องศาและพับแบบ 60:40 เมื่อพับเบาะ พื้นที่บรรทุกจะยาว 2.15 เมตร กว้าง 1.05 เมตร และสูง 1.35 เมตร ความจุสูงสุดอยู่ที่ 1,818 ลิตร

สมรรถนะ 2WD และ i-AWD พร้อมโหมดออฟโรด
สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 300 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ประมาณ 9 วินาที ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ใช้มอเตอร์คู่ กำลังรวม 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า รุ่นนี้ให้แรงบิด 505 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ประมาณ 6 วินาที

ระบบ i-AWD ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ มีโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Personalized โหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนนก็มีให้เลือก Wading Mode รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร Pivot Turn ช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด Crawl Mode ช่วยควบคุมความเร็วบนเส้นทางออฟโรดหรือทางลาดชัน
ราคา iCAUR V27 REEV และสเปก 3 รุ่นย่อย

- 2WD PRIDE ราคาปกติ 1,029,900 บาท และราคาพิเศษ 999,900 บาท แบตเตอรี่มีความจุ 20.47 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 95 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางรวมอยู่ที่ 1,000 กิโลเมตร และรองรับ DC สูงสุดประมาณ 60 กิโลวัตต์
- 2WD PRIME ราคาปกติ 1,189,900 บาท และราคาพิเศษ 1,159,900 บาท แบตเตอรี่มีความจุ 34.31 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 165 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร และรองรับ DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ อุปกรณ์เพิ่มเติมมีหลังคา Dual Skyview Roof เบาะคู่หน้าระบายอากาศ และระบบเสียง Pioneer 15 ลำโพง
- 4WD PRESTIGE ราคาปกติ 1,289,900 บาท และราคาพิเศษ 1,259,900 บาท แบตเตอรี่มีความจุ 34.31 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 150 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางรวมอยู่ที่ 1,000 กิโลเมตร และรองรับ DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ รุ่นนี้เพิ่มมอเตอร์คู่ i-AWD ระบบช่วยขับขี่ออฟโรด APA, DMS และประตูท้ายระบบดูดไฟฟ้า
สีภายนอกมี 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green รุ่น 2WD PRIDE มีเฉพาะ Deep Black และ Moonlight White ห้องโดยสารมาตรฐานเป็นสีดำ Shadow Black ส่วนรุ่น 4WD PRESTIGE ตัวถัง Classic Sand เลือกภายในสีน้ำตาล Oak Brown ได้
สิทธิพิเศษช่วงเปิดตัวถึง 31 ตุลาคม 2569

- ส่วนลด 30,000 บาท พร้อม Lifetime Battery Warranty Package สำหรับผู้จองและออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569
- แพ็กเกจมูลค่ารวม 100,000 บาท ประกอบด้วยประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี เครื่องชาร์จแบบพกพา อุปกรณ์ V2L และชุดพรมปูพื้น
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและ iCAUR Application พร้อม T-Box Internet Data นาน 5 ปี
- รับประกันตัวรถ 8 ปีหรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
- รับประกันเครื่องยนต์ 10 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง โดยสิทธิประโยชน์ทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท
บริการหลังการขายและเครือข่ายในประเทศไทย

iCAUR Thailand ระบุว่าค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาอาจต่ำกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไปสูงสุด 34% การคำนวณอ้างอิงราคาขายปลีกอะไหล่และค่าแรง iCAUR อัตรา 600 บาทต่อชั่วโมง ผลประหยัดจริงอาจต่างกันตามรุ่น รายการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการใช้งาน
บริษัทเตรียมความพร้อมด้านอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 ทีมบริการหลังการขายมีความพร้อม 100% เป้าหมายต่อมาคือมีโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 25 แห่งภายในสิ้นปี 2569 เครือข่ายจะครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในภูมิภาค
มุมมองจาก TechCatchUp
iCAUR V27 REEV วางตำแหน่งแตกต่างจากรถ SUV พลังงานใหม่หลายรุ่นด้วยดีไซน์ทรงกล่อง ระบบ REEV และราคาพิเศษช่วงเปิดตัวที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท จุดแข็งคือระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องสถานีชาร์จระหว่างการเดินทางไกล รุ่นย่อยทั้ง 3 แบบยังแบ่งกลุ่มการใช้งานชัดเจน มีตั้งแต่การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและฟังก์ชันสำหรับเส้นทางออฟโรด
ความน่าสนใจของรถรุ่นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสมรรถนะเพียงด้านเดียว นอกจากนี้ยังมีการรับประกันและบริการหลังการขายที่แบรนด์ใช้สร้างความเชื่อมั่นในช่วงเริ่มทำตลาดไทย ประเด็นที่ควรติดตามคือการขยายศูนย์บริการตามเป้าหมาย ความพร้อมของอะไหล่ และรายละเอียดเงื่อนไข Lifetime Battery Warranty Package ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อประสบการณ์ใช้งานระยะยาวไม่แพ้ตัวรถ
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



