มาร์เวลจะมีภาพยนตร์เข้าฉายเพียงเรื่องเดียวในปี 2027 คือ Avengers: Secret Wars หลังบริษัทตัดสินใจลดจำนวนผลงาน แทนการส่งภาพยนตร์ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในคำถามที่เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธาน Marvel Studios ได้รับหลังจบเวทีใหญ่ของมาร์เวลในงาน San Diego Comic-Con เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือเหตุใดบริษัทจึงไม่มีภาพยนตร์เรื่องอื่นเข้าฉายคั่นระหว่าง Avengers: Doomsday ซึ่งมีกำหนดฉายในเดือนธันวาคมนี้ กับ Avengers: Secret Wars ที่จะตามมาในปีหน้า
ไฟกีให้สัมภาษณ์กับ Empire ว่า “เรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นกลยุทธ์ที่เราพูดถึงกันมาระยะหนึ่งแล้ว นั่นคือการให้ความสำคัญกับคุณภาพ เราพยายามเน้นคุณภาพมาโดยตลอด แต่เมื่อมีผลงานมากเกินไป ทีมงานก็ต้องกระจายกำลัง เราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น และ Avengers ก็สำคัญอย่างที่สุด”
ไฟกีกล่าวต่อว่า “โดยเฉพาะ Secret Wars ผู้อ่าน Empire ที่รู้จักฉบับคอมิกย่อมทราบดีว่า เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นการปูทางไปสู่อนาคตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปอยู่แล้ว ดังนั้นเป้าหมายสำคัญจึงอยู่ที่การทำภาพยนตร์สองเรื่องนี้ให้ออกมาลงตัว พร้อมวางแผนสำหรับปี 2028 ซึ่งขณะนี้เราเปิดเผยไปแล้วสองเรื่อง คือ Ghost Rider และ Panther III”

ตามรายชื่อที่มาร์เวลประกาศแล้ว บริษัทจะมีภาพยนตร์เข้าฉาย 4 เรื่องในช่วงเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของไฟกีที่ว่า “ขณะนี้เราเปิดเผยไปแล้วสองเรื่อง” ทำให้แฟน ๆ คาดการณ์ว่า มาร์เวลอาจมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องที่สามอยู่ในแผนปี 2028 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเฟสถัดไปในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ขณะที่ก่อนหน้านี้ไฟกีเคยเปรยถึงภาพยนตร์ Nova ไว้เช่นกัน
หลัง Avengers: Doomsday เข้าฉายในเดือนธันวาคมนี้ มาร์เวลจะเว้นช่วงนาน 12 เดือน ก่อนกลับมาพร้อม Avengers: Secret Wars ในปี 2027 โดยไม่มีภาพยนตร์หรือคอนเทนต์เรื่องอื่นมาคั่นกลาง
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



