HomeTechผลประกอบการทรู ไตรมาส 3/2569 กำไร 6,700 ล้านบาท ปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น

ผลประกอบการทรู ไตรมาส 3/2569 กำไร 6,700 ล้านบาท ปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น

ผู้ใช้มือถือเพิ่ม 142,000 เลขหมาย เน็ตบ้านเพิ่ม 30,000 ราย พร้อมนำ AI มาเลือกข้อเสนอให้ลูกค้า

ผลประกอบการทรู ไตรมาส 3/2569 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 6,700 ล้านบาท ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังแจ้งว่าคณะกรรมการบริษัทอนุมัติเงินปันผลระหว่างกาล 5,500 ล้านบาท หรือ 0.16 บาทต่อหุ้น ขณะที่รายได้บริการและจำนวนผู้ใช้บริการมือถือกับอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน

ผลประกอบการทรู: รายได้บริการและ EBITDA เติบโต

รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) อยู่ที่ 41,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน และ 0.6% จากไตรมาสก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจมือถือและออนไลน์ ขณะที่รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) ลดลงและหักล้างการเติบโตบางส่วน

เมื่อปรับผลกระทบจากรายได้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศที่ลดลง และปัจจัยตามฤดูกาลของรายได้ PayTV แล้ว รายได้บริการเพิ่มขึ้น 2.1% จากปีก่อน และ 0.7% จากไตรมาสก่อน

ส่วนรายได้บริการหลังปรับรายการที่มีผลต่อการเปรียบเทียบ (Normalized service revenue) ทรูรายงานว่าเพิ่มขึ้น 2.0% จากปีก่อน และยังเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 28,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน และ 0.6% จากไตรมาสก่อน บริษัทระบุว่ามีแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต ประโยชน์จากการได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้บริการอยู่ที่ 68.4% เพิ่มขึ้น 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ EBITDA ของทรูเพิ่มขึ้นรวม 9,000 ล้านบาท หรือเติบโต 46%

กำไรสุทธิสูงสุด 6,700 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดเหลือ 3.6 เท่า

กำไรสุทธิหลังหักภาษี หรือ NPAT อยู่ที่ 6,700 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 324.1% จากปีก่อน หรือคิดเป็นประมาณ 4.2 เท่าของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.8% จากกำไรสุทธิของทรูในไตรมาส 2/2569 เมื่อปรับผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาสนี้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า รายได้จากธุรกิจหลักที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมต้นทุนช่วยให้ผลกำไรดีขึ้น โดยรายได้บริการหลังปรับรายการที่มีผลต่อการเปรียบเทียบทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ

ด้านอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA หรือ Leverage Ratio อยู่ที่ 3.6 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ลดลง 0.5 เท่าจากปีก่อน และ 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน

ผู้ใช้มือถือ 48.8 ล้านเลขหมาย เน็ตบ้าน 3.3 ล้านราย

ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 142,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน รวมเป็น 48.8 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้ 5G จำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย ส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 30,000 ราย รวมเป็น 3.3 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส

อินโฟกราฟิกแนวตั้งสรุปผลประกอบการทรู ไตรมาส 3/2569 และฐานลูกค้ามือถือ 48.8 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้ 5G 20.5 ล้านเลขหมาย และอินเทอร์เน็ตบ้าน 3.3 ล้านราย
ภาพรวมผลประกอบการและฐานผู้ใช้บริการทรู คอร์ปอเรชั่น ไตรมาส 3/2569

ใช้ AI เลือกข้อเสนอให้ลูกค้า พร้อมดำเนินงานตามแผนปี 2569

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ไตรมาสนี้บริษัททำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งรายได้บริการ EBITDA และกำไรสุทธิ โดยการเติบโตของรายได้ในธุรกิจมือถือและออนไลน์ได้รับแรงสนับสนุนจากระบบบริหารคุณค่าลูกค้า (Customer Value Management: CVM) ซึ่งใช้ AI เลือกข้อเสนอที่เหมาะกับลูกค้า รวมถึงช่องทางและช่วงเวลาที่ส่งข้อเสนอ

ทรูระบุว่าเริ่มเห็นประโยชน์ทางธุรกิจและประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นจากการนำ AI มาใช้ ในระยะต่อไป บริษัทจะเร่งสร้างรากฐานด้าน AI เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่วนความพึงพอใจของลูกค้าดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ บริษัทยังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินปี 2569 และเป้าหมายระยะกลาง

อนุมัติปันผลระหว่างกาล 5,500 ล้านบาท

คณะกรรมการบริษัทอนุมัติเงินปันผลระหว่างกาล 5,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 83% และเงินปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น นายนกุลระบุว่ารายได้ที่เติบโตและการควบคุมต้นทุนช่วยให้ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น และสนับสนุนการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น

มุมมองจาก TechCatchUp

กำไรที่เพิ่มขึ้น 324.1% จากปีก่อนเป็นตัวเลขที่โดดเด่น ขณะที่การเพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสก่อนทำให้เห็นว่ากำไรยังขยับขึ้นในไตรมาสล่าสุด จุดบวกของทรูคือรายได้บริการและจำนวนลูกค้าทั้งมือถือกับเน็ตบ้านเติบโตด้วย ทำให้มีรายได้จากธุรกิจหลักมาช่วยหนุนกำไรควบคู่กับการควบคุมต้นทุน การดูตัวเลขเหล่านี้ร่วมกันช่วยให้เห็นพัฒนาการของธุรกิจได้ชัดกว่าดูอัตราเติบโตของกำไรอย่างเดียว

การใช้ AI ในระบบ CVM เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะเชื่อมกับทั้งรายได้ของบริษัทและข้อเสนอที่ลูกค้าได้รับโดยตรง การเลือกข้อเสนอ ช่องทาง และช่วงเวลาให้เหมาะสมควรทำให้ข้อเสนอที่ลูกค้าได้รับตรงกับความต้องการมากขึ้น ส่วนความพึงพอใจที่ทรูระบุว่าดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจก็เป็นจุดบวกอีกด้าน เพราะการเติบโตของรายได้ควรไปควบคู่กับบริการที่ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นด้วย

ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner