เครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดงาน CP Innovation Exposition 2026 ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค รวมผลงานด้าน AI หุ่นยนต์ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ และความยั่งยืนกว่า 90 ผลงาน พร้อมมอบ 29 รางวัล Chairman Awards และประกาศความร่วมมือด้านบุคลากรกับองค์กรพันธมิตร งานจัดระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 เปิดให้เข้าร่วมฟรี
งานนี้เป็นมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9 ใช้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสและประธานคณะกรรมการด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าร่วมพิธีเปิด พร้อมผู้บริหารและพันธมิตรจากไทยและต่างประเทศ
CP Innovation Exposition 2026 มีอะไรให้ชม?
งานใช้รูปแบบ Future Fest มีวิทยากรจากไทยและต่างประเทศกว่า 70 คน พร้อมเวิร์กช็อปและพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ ผู้เข้าร่วมจะได้ชมผลงานจากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ AI และระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงอาหารและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
ปีนี้ยังเปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ตอัป และผู้เข้าร่วมจากภายนอกนำเสนอโครงการเป็นครั้งแรก ผ่านกิจกรรม Healthylicious ซึ่งนำเรื่องสุขภาพ อาหาร และเทคโนโลยีมารวมกัน มีทีมส่งผลงานกว่า 50 ทีม และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ทีม เพื่อหาโอกาสพัฒนาแนวคิดเป็นธุรกิจและสร้างความร่วมมือ
ผู้สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ CP Innovation Exposition 2026
มอบ 29 Chairman Awards จากผลงานที่ส่งประกวด 319 ผลงาน

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ระบุว่า ปีนี้มีผลงานนวัตกรรมส่งเข้าร่วม 319 ผลงานจาก 10 ประเทศ โดย 190 ผลงานเน้นปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพ ส่วนที่เหลือเน้นสร้างรายได้ใหม่
นายซิกเว่ยังระบุว่าให้ผู้นำโครงการประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจและโอกาสขยายผล เพื่อให้เห็นประโยชน์จากการนำนวัตกรรมไปใช้งาน
จากผลงานทั้งหมด มี 60 ผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้าย ก่อนตัดสินเป็น 29 รางวัล Chairman Awards 2026 โดยนายสุภกิต เจียรวนนท์เป็นผู้มอบรางวัล แบ่งการประกวดเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- Process Innovation
- Product & Service Innovation
- Sustainability Innovation
- Business Model Innovation
ผลงานที่ได้รับรางวัลมีทั้งการใช้ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ ก่อนนำไปขยายใช้ในธุรกิจอื่นของเครือฯ
CP COE ร่วมกับ 30 องค์กร เน้น AI อาหาร และความยั่งยืน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ประกาศความร่วมมือระหว่าง CP COE กับ 30 องค์กรจากไทยและต่างประเทศ โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่เครือซีพีและพันธมิตรได้ทดลอง เรียนรู้ และพัฒนานวัตกรรมร่วมกันใน Sandbox หรือพื้นที่ทดลอง
ความร่วมมือจะดำเนินผ่าน CP-CoEX แพลตฟอร์มการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมที่เชื่อมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกับโจทย์ธุรกิจจริง เน้น 3 ด้าน คือ AI, Food & Longevity ซึ่งเกี่ยวกับอาหารและการมีอายุยืน และ Sustainability Tech หรือเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน เป้าหมายคือพัฒนาผู้นำ สร้างนวัตกรรม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายศุภชัยมองว่าธุรกิจจำเป็นต้องปรับทั้งสินค้า กระบวนการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ รับการเปลี่ยนแปลงจาก AI รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ
ร่วมมือกับ อว. นำบุคลากรวิจัยเชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม
เครือซีพีลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU กับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “TALENT MOBILITY for Future Industries” โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวปาฐกถาและร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือนี้มุ่งให้บุคลากรวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาทักษะด้าน AI หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีพลังงาน รวมถึงผลักดัน 4 โครงการภายใต้ Siam Terra ได้แก่ Mega Farming, Precision Biotechnology, Future Food และ Biomanufacturing
จากการแก้ปัญหาเกษตรกร สู่การเปิดให้พนักงานทุกระดับเสนอนวัตกรรม

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษาคณะอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมในเครือฯ ตั้งแต่การพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก เพื่อลดความเสี่ยงให้เกษตรกร ก่อนพัฒนาสู่การเลี้ยงสัตว์ครบวงจร ทั้งเงินทุน โรงเรือน วัคซีน การจำหน่าย และการประกันราคา
เครือซีพียังเปิดให้พนักงานทุกระดับเสนอผลงานผ่านการประกวดภายใน พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI โดยยึดค่านิยมองค์กร 6 ประการ และหลักประโยชน์ 3 ประสาน คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท




มุมมองจาก TechCatchUp
การนำผลงานที่เริ่มจากโจทย์ลดต้นทุนและปรับวิธีทำงานมาจัดแสดง ช่วยให้เรื่อง AI และระบบอัตโนมัติดูใกล้กับงานประจำวันมากขึ้น คนทำธุรกิจจึงมีโอกาสเห็นวิธีแก้ปัญหาจากงานประเภทอื่น แล้วนำแนวคิดกลับไปปรับให้เข้ากับงานของตัวเองได้
ส่วนการเปิดเวทีให้เอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจ ช่วยให้คนที่มีไอเดียได้ฟังโจทย์จากผู้ที่จะใช้งานจริง ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการปรับต้นแบบให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และเป็นพื้นฐานของการนำไปทดลองร่วมกัน เมื่อแนวคิดพัฒนาไปจนใช้งานได้จริง ประโยชน์จากงานก็จะขยายจากเวทีจัดแสดงไปถึงผู้ประกอบการและคนทำงานที่นำเทคโนโลยีไปใช้
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



