HomeVehiclesEV & ChargingMazda CX-6e เปิดตัวในไทย เริ่ม 1,259,000 บาท จอใหญ่ 26.45 นิ้ว

Mazda CX-6e เปิดตัวในไทย เริ่ม 1,259,000 บาท จอใหญ่ 26.45 นิ้ว

สองรุ่นย่อยต่างกันที่ล้อ กระจกดิจิทัล และห้องโดยสาร พร้อมรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กม.

Mazda เปิดตัว Mazda CX-6e ครอสโอเวอร์เอสยูวีไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีสองรุ่นย่อย ได้แก่ Premium ราคา 1,259,000 บาท และ Premium Sports ราคา 1,299,000 บาท ทั้งคู่ใช้มอเตอร์ 258 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP 77.9 kWh และหน้าจอสัมผัสขนาด 26.45 นิ้ว โดยรุ่น Premium มีระยะทางขับขี่สูงสุด 555 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

ดีไซน์ Mazda CX-6e และขนาดตัวถัง

รถรุ่นนี้นำแนวคิด KODO: Soul of Motion มาปรับให้เข้ากับรถไฟฟ้า ใช้ไฟหน้า LED พร้อมแถบไฟ Floating 3D Signature Wing และไฟท้าย Cross Wing ที่มีรูปทรงปีกตัดกัน งานออกแบบช่องนำอากาศด้านหน้า กระจกมองข้าง และด้านท้ายช่วยจัดการกระแสลมรอบตัวรถ

ตัวถังยาว 4,850 มม. กว้าง 1,935 มม. ไม่รวมกระจกมองข้าง และสูง 1,620 มม. มีฐานล้อ 2,902 มม. กับระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม. ภายนอกติดตั้งประตูไร้กรอบพร้อมมือจับแบบฝังเรียบ ประตูท้ายไฟฟ้า สปอยเลอร์หลัง และหลังคากระจกพาโนรามาที่กรองแสงและลดความร้อน

อุปกรณ์ร่วมของทั้งสองรุ่นยังมีไฟส่องสว่างกลางวัน LED ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างขณะเข้า–ออกรถ ไฟตัดหมอกหลัง และที่ปัดน้ำฝนหน้าอัตโนมัติพร้อมที่ปัดน้ำฝนหลัง กระจกมองข้างมีระบบไล่ฝ้า บันทึกตำแหน่ง และปรับมุมเมื่อถอยหลัง ส่วนสีตัวถังมี Nightfall Violet, Machine Gray, Soul Red Crystal, Crystal White Pearl, Aero Gray และ Jet Black

การออกแบบทางเดินอากาศรอบตัวรถของ Mazda CX-6e
การออกแบบทางเดินอากาศรอบตัวรถ

มอเตอร์ 258 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง

ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ Single-Speed ไปยังล้อหลัง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.

ผู้ขับเลือกโหมด Normal, Sport และ Individual ได้ พร้อมเสียงจำลองการขับขี่ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง ใช้พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าและมีรัศมีวงเลี้ยว 6 เมตร เบรกหน้าเป็นดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรก

Mazda CX-6e กับโฉมหน้า KODO ดีไซน์
Mazda CX-6e กับโฉมหน้า KODO ดีไซน์

แบตเตอรี่ ระยะทาง และเวลาชาร์จ

ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ LFP Lithium-ion ความจุ 77.9 kWh แรงดัน 364 V แต่ระยะทางตามมาตรฐานทดสอบต่างกัน รุ่น Premium วิ่งได้สูงสุด 555 กม. ตาม NEDC หรือ 484 กม. ตาม WLTP ส่วน Premium Sports อยู่ที่ 524 กม. ตาม NEDC หรือ 468 กม. ตาม WLTP ตัวเลขเหล่านี้เป็นระยะทางจากการทดสอบ ไม่ใช่ระยะทางที่รับประกันในการใช้งานทุกสภาพ

การชาร์จรองรับ AC สูงสุด 11 kW และ DC สูงสุด 194 kW ผ่านพอร์ต Type 2 และ CCS Type 2 โดยการชาร์จ DC จาก 10–80% ใช้เวลา 24 นาที หรือจาก 30–80% ใช้เวลา 15 นาที อ้างอิงเครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ส่วน AC จาก 0–100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 53 นาที เมื่อใช้เครื่องชาร์จสามเฟส 11 kW ขึ้นไป

เวลาชาร์จจริงขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม จึงต้องแยกกำลังที่รถรับได้สูงสุด 194 kW ออกจากกำลังของเครื่องชาร์จที่ใช้เป็นเงื่อนไขทดสอบ

การตรวจสถานะชาร์จผ่านแอป MAZDA 6e ของ Mazda CX-6e
การตรวจสถานะชาร์จผ่านแอป MAZDA 6e

ห้องโดยสาร จอ 26.45 นิ้ว และระบบเสียง 23 ลำโพง

หน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 26.45 นิ้วใช้ควบคุมความบันเทิง ระบบนำทาง และการตั้งค่าของรถ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มีระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าแบบ AR พร้อมหน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ระบบเสียงมีลำโพง 23 ตัว รวมลำโพงในพนักพิงศีรษะเบาะคู่หน้า ฟังก์ชัน Personalized Headrest Audio ช่วยแยกเสียงที่ผู้ขับได้รับจากระบบเสียงหลักในห้องโดยสาร พร้อมลำโพงภายนอก ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ช่อง USB-A ด้านหน้า ช่อง USB-C หน้า–หลัง และช่องจ่ายไฟ 12V

การควบคุมรองรับเสียงแบบแยกโซนสี่ที่นั่งและท่าทาง ส่วนไฟบรรยากาศปรับได้ 256 เฉดสีและมีเอฟเฟกต์ตามจังหวะเพลง เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมดันหลังและบันทึกตำแหน่ง เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ทั้งสองรุ่นมีระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกประกอบด้วยแอร์อัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์หลัง ระบบฟอกอากาศและตรวจจับ–กรอง PM2.5 พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับได้สี่ทิศทางพร้อมระบบอุ่น และม่านบังแดดไฟฟ้าสำหรับหลังคากระจก นอกจากนี้ยังมีระบบปรับเบาะคนขับเพื่อช่วยขึ้น–ลงรถ กระจกไฟฟ้าสี่บานพร้อมป้องกันการหนีบ แผงบังแดดพร้อมกระจกและไฟแต่งหน้า ไฟภายในรถ และที่วางแก้วน้ำพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลกลาง

พื้นที่เก็บของและโหมดสำหรับการใช้ชีวิต

ห้องเก็บสัมภาระท้ายมีความจุ 468 ลิตร และขยายเป็น 1,434 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง ซึ่งพับแยกได้แบบ 60:40 ด้านหน้ามีช่องเก็บสัมภาระอีก 80 ลิตร รวมพื้นที่ใต้แผงกั้น ภายในยังมีแผงปิดห้องเก็บสัมภาระท้าย พนักวางแขนหลังพร้อมที่วางแก้ว และชุดปะยางฉุกเฉิน

Vehicle Mode มีสี่แบบ ได้แก่ Relax Mode สำหรับพักระยะสั้นโดยปรับเบาะ แสง และแอร์ Rest Mode สำหรับพักในรถนานขึ้น Pet Comfort Mode สำหรับรักษาอุณหภูมิเมื่อมีสัตว์เลี้ยงอยู่ในรถชั่วคราว และ Wash Mode สำหรับเตรียมกระจก หน้าต่าง และระบบที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าเครื่องล้างรถอัตโนมัติ

ระบบช่วยขับและความปลอดภัย

ทั้งสองรุ่นติดตั้งถุงลมนิรภัยเก้าตำแหน่ง รวมถุงลมนิรภัยตรงกลางด้านหน้า กล้องรอบคัน 360 องศาพร้อม See-Through View และเซ็นเซอร์กะระยะหน้า–หลัง รวมถึงจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ระบบตรวจแรงดันลมยาง TPMS และระบบเตือนคาดเข็มขัดหน้า–หลัง

ระบบช่วยขับมี MRCC with Stop & Go สำหรับควบคุมความเร็วอัตโนมัติ CTS สำหรับควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า FDM สำหรับช่วยควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้า และ HBC สำหรับควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

ด้านการป้องกันการชนมีระบบเตือนด้านหน้า FOW และด้านหลัง RCW ระบบช่วยเบรก SBS ระบบเบรกฉุกเฉินด้านหลัง SBS-RC ระบบเบรกฉุกเฉิน AEB และระบบลดความเสี่ยงจากการชนครั้งที่สอง SCR พร้อมเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM เตือนรถด้านข้างขณะถอย RCTA และเตือนความเสี่ยงเมื่อเปิดประตู DOW

การดูแลช่องทางเดินรถประกอบด้วย LAS ช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน LDWS เตือนเมื่อเบี่ยงออกนอกเลน LDP ป้องกันการเบี่ยงออกนอกเลน และ ELK ช่วยควบคุมรถกลับเข้าเลน ส่วน DMS ช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้า

ระบบพื้นฐานยังมี HLA ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HDC ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DSC ควบคุมเสถียรภาพ TCS ป้องกันล้อหมุนฟรี EBD กระจายแรงเบรก BA ช่วยเบรก และ 4W-ABS ป้องกันล้อล็อก พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold รวมถึง BOS ตัดกำลังเมื่อเหยียบเบรกและคันเร่งพร้อมกัน ESS เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน และสัญญาณกันขโมย

ควบคุมรถผ่านแอป MAZDA 6e

แอป MAZDA 6e รองรับการล็อก–ปลดล็อกรถ ควบคุมกระจก ประตูท้าย และไฟจากระยะไกล ค้นหารถด้วยเสียงแตรและไฟกะพริบ พร้อมตรวจสถานะประตู หน้าต่าง แบตเตอรี่ และแรงดันลมยาง รวมถึงสั่งงานแอร์และการระบายอากาศเบาะ

ระบบกุญแจบลูทูธช่วยปลดล็อกและสตาร์ทรถผ่านโทรศัพท์ สามารถแชร์สิทธิ์ใช้งานให้ผู้ขับได้สูงสุดสามคนพร้อมกำหนดระยะเวลา แอปยังตรวจสถานะและเวลาคงเหลือในการชาร์จ รวมถึงตั้งตารางชาร์จได้ ขณะที่ตัวรถรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA

Mazda ระบุว่าบริการเชื่อมต่อบางฟังก์ชันอาจใช้งานไม่ได้หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในบางพื้นที่ เช่น ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขึ้นอยู่กับสัญญาณและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ราคา Mazda CX-6e และความต่างของสองรุ่น

Premium ราคา 1,259,000 บาท ใช้ล้ออัลลอย 19 × 8J พร้อมยาง 235/55R19 กระจกมองข้างทั่วไปปรับและพับไฟฟ้า ห้องโดยสารใช้ผ้าและหนังสีดำ เบาะหนังสีดำ และกระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

Premium Sports ราคา 1,299,000 บาท เปลี่ยนเป็นล้ออัลลอย 21 × 9J พร้อมยาง 255/40R21 กระจกมองข้างและกระจกมองหลังดิจิทัล ภายในและเบาะหนังทูโทนสีม่วง–ขาว พวงมาลัยหนังทูโทนสีดำ–ม่วง พร้อมเพิ่มระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หลัง

ส่วนต่างราคา 40,000 บาทจึงอยู่ที่อุปกรณ์และการตกแต่ง ขณะที่ชุดมอเตอร์และแบตเตอรี่เหมือนกัน ผู้สนใจดูรายละเอียดและจองรถผ่าน หน้าจอง Mazda CX-6e ทางการ ได้

การรับประกันและบริการหลังการขาย

Mazda มีโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถ คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง แต่ละรายการครอบคลุม 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ตามเงื่อนไขบริษัท

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาที่ Mazda แสดงไว้สำหรับรถรุ่นนี้รวม 10,763 บาทตลอดห้าปี หรือ 18,079 บาทตลอดแปดปี โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

จากความร่วมมือในจีนสู่ตลาดไทย

ไทยรัฐรายงานว่า CX-6e ที่เข้ามาทำตลาดไทยนำเข้าจากจีนและพัฒนาร่วมกับ Changan โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มรถไฟฟ้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mazda ควบคู่กับแผนลงทุน 7,400 ล้านบาทในโรงงานที่ระยองสำหรับการผลิต CX-3 Mild Hybrid

การเปิดราคาขายในไทยเป็นข้อมูลใหม่ต่อจากช่วงที่มีการเผยสเปกในจีน ผู้อ่านที่ต้องการย้อนดูพัฒนาการของรถรุ่นนี้สามารถอ่าน ข่าว Mazda EZ-60 และสเปกที่เผยในจีนเมื่อปี 2025 ประกอบได้ โดยรายละเอียดในข่าวเดิมเป็นข้อมูลของตลาดจีนในขณะนั้น

มุมมองจาก TechCatchUp

CX-6e น่าสนใจตรงที่ Mazda คิดเผื่อการใช้รถตอนจอดพักด้วย โหมดพักในรถและโหมดดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มทางเลือกให้คนใช้รถในชีวิตประจำวัน เมื่อรวมกับจอขนาดใหญ่และระบบเสียงที่แยกเสียงสำหรับผู้ขับ ห้องโดยสารจึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถรุ่นนี้มีเอกลักษณ์ชัดขึ้น

สองรุ่นย่อยก็แบ่งความต่างกันที่อุปกรณ์และความสบาย เพราะใช้มอเตอร์และแบตเตอรี่ชุดเดียวกัน Premium Sports เพิ่มทั้งกระจกดิจิทัลและระบบอุ่น–ระบายอากาศเบาะหลัง จึงเป็นรุ่นที่เน้นความสะดวกของคนในรถมากขึ้น การแบ่งรุ่นแบบนี้เข้ากับจุดเด่นของ CX-6e ที่ให้ความสำคัญกับเวลาที่คนอยู่ในรถ

ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner