Synology เผยผลสำรวจความพร้อมของธุรกิจไทยในการใช้ AI ในงาน Synology Press Event 2026 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI มีความสำคัญ แต่มีเพียง 9.5% ที่มั่นใจมากว่าองค์กรพร้อมรับมือภัยคุกคามจาก AI บริษัทจึงเสนอให้พัฒนาระบบข้อมูล การกู้คืนระบบ และการใช้ AI ในที่ทำงานควบคู่กับการควบคุมข้อมูล พร้อมนำเสนอโซลูชัน PAS7700, ActiveProtect และ DSM Agent

แอนโทนี่ หยาง (Antoine Yang) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology Inc.) กล่าวว่า ความสำเร็จของ AI ขึ้นอยู่กับการจัดเก็บ เข้าถึง ปกป้อง และนำข้อมูลมาใช้ได้ทันต่อการตัดสินใจ ทั้งข้อมูลที่พร้อมใช้ ระบบที่รองรับภาระงาน และการกลับมาดำเนินธุรกิจได้เร็วเมื่อเกิดเหตุ จึงต้องพัฒนาไปพร้อมกับการนำ AI มาใช้
โครงสร้างพื้นฐานพร้อมแค่ไหนสำหรับ AI?

ผลสำรวจ The Synology 2026 Southeast Asia Business AI Transformation Survey พบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI หรือ AI-ready Infrastructure สำคัญต่อขั้นตอนการทำงานและประสิทธิภาพของบุคลากร ขณะที่ 31.3% มองว่า “สำคัญมาก” Synology มองว่าธุรกิจไทยเห็นความจำเป็นแล้ว แต่ยังต้องจัดลำดับการลงทุนให้พร้อมก่อนขยายการใช้ AI
อุปสรรคด้านข้อมูลที่ผู้ตอบแบบสำรวจระบุมากที่สุดคือความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ 64.4% ตามด้วยคุณภาพและความพร้อมใช้ของข้อมูลที่ 47.3% และต้นทุนการติดตั้งระบบที่ 33.7% ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้การเตรียมข้อมูลใช้เวลานานขึ้น การตัดสินใจช้าลง และสร้างผลตอบแทนจาก AI ได้ยากขึ้น
แม้ GPU จะมีพลังประมวลผลสูง แต่ถ้าระบบจัดเก็บและเส้นทางส่งข้อมูลป้อนข้อมูลให้ระบบวิเคราะห์ไม่ทัน ก็อาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ บริษัทเสนอให้ใช้ Data Tiering เพื่อจัดข้อมูลไว้ในระดับการจัดเก็บที่เหมาะกับงาน และ Data Reduction เพื่อลดพื้นที่ที่ข้อมูลใช้ ช่วยบริหารทั้งความเร็วและต้นทุนเมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้น
มีระบบสำรองข้อมูลแล้ว กู้คืนธุรกิจได้เร็วหรือไม่?
ด้าน Cyber Resilience หรือความสามารถในการรับมือเหตุโจมตีและกู้คืนระบบ มีเพียง 9.5% ที่มั่นใจมากว่าองค์กรพร้อมรับมือภัยคุกคามจาก AI ขณะที่ 38.5% ระบุว่ายังไม่พร้อม ผลกระทบจากการโจมตีจึงครอบคลุมทั้งช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงาน รายได้ การให้บริการ และความเชื่อมั่นของลูกค้า
แม้ 92% จะใช้เครื่องมือปกป้องข้อมูลแล้ว แต่มีเพียง 21.4% ที่มั่นใจอย่างมากว่าจะกู้คืนจาก Ransomware ได้รวดเร็ว โดยข้อมูลสำรองยังปลอดภัย อีก 32.5% ยังไม่มั่นใจว่าจะกู้คืนข้อมูลได้เมื่อเกิดเหตุ ตัวเลขนี้แสดงช่องว่างระหว่างการมีข้อมูลสำรองกับการนำข้อมูลกลับมาใช้เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ตามเวลาที่กำหนด
แอนโทนี่ หยาง อธิบายว่า ข้อมูลสำรองควรแยกจากระบบงานหลัก แก้ไขไม่ได้ และกู้คืนได้จริง องค์กรจึงควรแยกระบบสำรองข้อมูลออกจากระบบที่ใช้งานจริง และใช้หลัก Backup 3-2-1-1-0 คือมีข้อมูล 3 ชุด บนสื่อ 2 รูปแบบ เก็บ 1 ชุดนอกสถานที่ และอีก 1 ชุดแบบแก้ไขไม่ได้หรือออฟไลน์ พร้อมทดสอบให้กู้คืนได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด
AI ช่วยลดงานเอกสาร ต้องควบคุมข้อมูลไปพร้อมกัน

รหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology Inc.) กล่าวว่า 73% ของบุคลากรในประเทศไทยใช้เวลากับงานเอกสารที่ทำด้วยตนเองมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ AI จึงมีโอกาสช่วยเรียบเรียงเอกสาร สร้างงานนำเสนอ วิเคราะห์ตารางข้อมูล และสรุปการประชุม เพื่อให้ทีมมีเวลาทำงานที่สร้างรายได้ พัฒนาบริการ และสนับสนุนการตัดสินใจมากขึ้น
โอกาสนี้มาพร้อมความเสี่ยงด้านข้อมูล โดย 34% ขององค์กรยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ AI ของพนักงาน มีเพียง 26.1% ที่บังคับใช้ด้วยมาตรการทางเทคนิค และ 47.1% ไม่เห็นว่าเครื่องมือ AI ภายนอกจัดการข้อมูลที่ส่งไปอย่างไร การกำกับดูแลข้อมูลจึงต้องลงไปถึงสิทธิ์การเข้าถึง บันทึกกิจกรรม และเส้นทางการส่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้
รหัทมองว่า การใช้ AI ในที่ทำงานควรเริ่มจากงานที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ พร้อมตอบให้ชัดว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และข้อมูลใดถูกส่งออกไป การควบคุมที่ตรวจสอบได้จะช่วยให้องค์กรขยายการใช้งานอย่างมั่นใจ
Synology นำเสนอโซลูชันรองรับ 3 รากฐาน

ภายในงาน บริษัทนำเสนอโซลูชันสำหรับ Data Infrastructure เพื่อให้ AI เข้าถึงข้อมูลพร้อมใช้, Cyber Resilience เพื่อลดเวลาที่ระบบหยุดทำงานและเร่งการกู้คืน และ AI in the Workplace เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ Data Governance หรือการกำกับดูแลข้อมูลที่ตรวจสอบได้
จัดเก็บข้อมูลให้พร้อมใช้ด้วย PAS7700 และ DSM 7.4

PAS7700 เป็นระบบจัดเก็บข้อมูล NVMe SSD รุ่นแรกของ Synology สำหรับงานสำคัญที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ช่วยลดคอขวดระหว่างระบบจัดเก็บกับระบบประมวลผล ส่วน FS Series และ RS Series เจเนอเรชันใหม่เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับงานจัดเก็บข้อมูลทั่วไป ขณะที่ DSM 7.4 เพิ่ม Synology Tiering และ Data Reduction บน HDD เพื่อใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าขึ้นเมื่อข้อมูลเติบโต
กรณีศึกษาของ Ethos Media Production ใช้ PAS7700 เป็นศูนย์กลางจัดเก็บไฟล์แบบ All-flash ความจุ 70 TB รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 15 คน และลดเวลาอัปโหลดวิดีโอขนาด 100 GB จากประมาณ 40 นาทีเหลือ 2 นาที การเข้าถึงข้อมูลที่เร็วขึ้นช่วยให้ทีมมีเวลาผลิตงานมากขึ้นและส่งมอบคอนเทนต์ได้ทันกำหนด
สำรองและกู้คืนข้อมูลด้วย ActiveProtect
ActiveProtect Appliances รวมระบบสำรองข้อมูลโดยเฉพาะ การบริหารแบบศูนย์กลาง การปกป้องข้อมูลแบบ Immutable ที่แก้ไขไม่ได้ และทางเลือก Air-gap สำหรับแยกระบบสำรองข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
ActiveProtect Manager 2.0 เพิ่มการรองรับ Nutanix AHV และ Proxmox VE พร้อมการเข้ารหัสระดับ Volume และความยืดหยุ่นในการกำหนดปลายทางสำรองและกู้คืนข้อมูล ส่วน DP5200 เพิ่มทางเลือกอุปกรณ์ขนาด 1U โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแบบ Subscription
บริษัทยังเผยแผนพัฒนา AI-enhanced Anomaly Detection เพื่อตรวจจับความผิดปกติในข้อมูลสำรอง การสแกน Malware ก่อนกู้คืน และ Auto Fallback เพื่อค้นหาสำเนาล่าสุดที่ปลอดภัย ฟีเจอร์เหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยตั้งเป้าลดความเสี่ยงจากการกู้คืนข้อมูลที่ปนเปื้อนและช่วยให้ธุรกิจกลับมาออนไลน์ได้เร็วขึ้น
Office Suite และ DSM Agent ช่วยงานเอกสารและทีม IT
Synology Office Suite ช่วยปรับแก้เอกสาร สร้างเนื้อหาสำหรับงานนำเสนอ และค้นหาสูตรสำหรับ Spreadsheet บนระบบ on-premises ที่ติดตั้งภายในองค์กร ส่วน Synology ChatPlus and Meet รองรับการสื่อสาร การแปลบทสนทนา และสรุปการประชุม
ด้าน DSM Agent ช่วยให้ทีม IT วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้วยคำถามภาษาพูด โดยยังควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิ์ใน DSM
DVA7400 เพิ่ม AI สำหรับตรวจสอบภาพความปลอดภัย

สำหรับ Physical Security หรือความปลอดภัยของสถานที่ DVA7400 ใช้ AI ช่วยตรวจจับและค้นหาฟุตเทจ เพื่อลดเวลาตรวจสอบเหตุการณ์ ส่วน Scale-out Storage และ Hybrid Surveillance ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้องค์กรขยายโครงสร้างพื้นฐานตามปริมาณข้อมูลและความต้องการในการดำเนินงาน
แอนโทนี่ หยาง สรุปว่า ธุรกิจไทยจะขยายการใช้ AI ได้อย่างมั่นใจเมื่อข้อมูลพร้อมใช้ ระบบกู้คืนได้ และการกำกับดูแลทำงานได้จริง ทั้งสามรากฐานจะช่วยเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้
มุมมองจาก TechCatchUp
ช่องว่างระหว่างการมีเครื่องมือปกป้องข้อมูลกับความมั่นใจในการกู้คืนระบบ เป็นประเด็นที่น่าสนใจของผลสำรวจครั้งนี้ เพราะ AI ที่ช่วยให้งานเร็วขึ้นยังต้องพึ่งข้อมูลที่พร้อมใช้และระบบที่กลับมาทำงานได้เมื่อเกิดเหตุ การวัดผลจากเวลาที่ลดลงหรือเวลาที่ธุรกิจฟื้นกลับมา จึงทำให้เห็นประโยชน์ของการลงทุนชัดกว่าการนับจำนวนเครื่องมือที่องค์กรมี
การให้ AI ช่วยงานเอกสารและดูแลระบบ IT ควบคู่กับการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ยังเชื่อมเรื่องประสิทธิภาพกับการกำกับดูแลได้ตรงจุด เมื่อองค์กรตรวจสอบได้ว่าใครใช้ข้อมูลอะไรและส่งออกไปที่ไหน การขยาย AI ก็มีพื้นฐานที่รองรับทั้งการทำงานและความรับผิดชอบต่อข้อมูลด้วย
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



