Tesla เปิดรายละเอียด Roadster โฉมใหม่ แบ่งเป็น Performance, Thrust และรุ่น Rocket โดยรุ่นสูงสุดเพิ่มทรัสเตอร์ก๊าซเย็น (cold-gas thrusters) รอบตัวรถเพื่อสร้างแรงขับทั้งไปข้างหน้าและยกตัวขึ้นจากพื้น พร้อมตัวเลขอัตราเร่ง 0–60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 0.59 วินาทีตามข้อมูลเปิดตัว รุ่น Rocket เป็นรถที่นั่งเดียว และหน้าเว็บไซต์กำหนดชัดว่ายังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ
Roadster รุ่นแรกในปี 2008 มีหน้าที่พิสูจน์ว่ารถไฟฟ้าก็เร็วและเป็นรถที่คนอยากได้ ส่วนการกลับมาครั้งนี้ Tesla วาง Roadster ให้เป็นรถที่เน้นความสนุกของการขับด้วยตัวเอง ท่ามกลางทิศทางของแบรนด์ที่ขยายจาก Model S, 3, X และ Y ไปสู่ Cybertruck, Cybercab และ Optimus รวมถึงแผนเปลี่ยนสายการผลิต Model S และ Model X ไปผลิต Optimus
Tesla Roadster 3 รุ่น ชูรุ่น Rocket เร่ง 0–60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 0.59 วินาที

ทั้งสามรุ่นมีระบบดูดอากาศใต้ท้องรถที่เลือกได้หลายโหมดเพื่อเพิ่มแรงกดให้รถเกาะพื้น แต่แยกความสามารถและจำนวนที่นั่งดังนี้
- Performance: 2 ที่นั่ง มาพร้อมชุดแอโรไดนามิกปรับได้และระบบดูดอากาศหลายโหมด รองรับการขับบนถนนและในสนาม ตัวเลข 0–60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาที
- Thrust: 2 ที่นั่ง เพิ่มทรัสเตอร์ก๊าซเย็นด้านท้ายเพื่อช่วยออกตัว โดยตัวเลข 0–60 ไมล์/ชม. ลดเหลือต่ำกว่า 0.9 วินาที เปิดรับจองแบบจำกัดจำนวน
- รุ่น Rocket: 1 ที่นั่ง ติดตั้งทรัสเตอร์ก๊าซเย็นรอบตัวรถ รองรับแรงขับไปข้างหน้า ยกตัวขึ้น และการหมุนเปลี่ยนทิศทาง ตัวเลข 0–60 ไมล์/ชม. ต่ำกว่า 0.59 วินาที เปิดให้เข้าถึงด้วยคำเชิญ และไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ
Tesla จัด Thrust เป็นตัวเลือกอัปเกรดเสริม พร้อมหมายเหตุว่าคุณสมบัติและสเปกที่แสดงบนหน้าเว็บอ้างอิงชุดเสริมนี้ ส่วนรุ่น Rocket อาจไม่มีให้บริการในทุกภูมิภาค
ตัวเลขอัตราเร่งทั้งหมดเป็นการเร่งถึง 60 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 97 กม./ชม. ไม่ใช่ 100 กม./ชม. ส่วนข้อมูลเปิดตัวให้ระยะทางขับขี่มากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กิโลเมตร และความเร็วสูงสุดของรุ่น Rocket มากกว่า 230 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 370 กม./ชม.
ทรัสเตอร์ก๊าซเย็นช่วยให้รุ่น Rocket ลอยตัวได้แบบไหน?
Real life, baby pic.twitter.com/3QEqn18wig
— Tesla (@Tesla) October 16, 2026

โจทย์ของ Tesla คือแรงที่ยางส่งลงพื้นมีขีดจำกัด ต่อให้เพิ่มกำลังขับอีกก็ยังต้องอาศัยการยึดเกาะของยาง ระบบทรัสเตอร์ก๊าซเย็นจึงเข้ามาช่วยสร้างแรงขับเพิ่มเติม โดยข้อมูลเปิดตัวระบุว่าระบบนี้สร้างแรงได้ 4–5 เท่าของแรงที่ยางสร้างได้
เทคโนโลยีมีพื้นฐานจากทรัสเตอร์ก๊าซเย็นที่ SpaceX ใช้ควบคุมตำแหน่งยานอวกาศ แต่การนำมาใช้กับรถต้องพัฒนาฮาร์ดแวร์และระบบควบคุมใหม่ให้ทำงานนอกสภาพสุญญากาศ ระบบทรัสเตอร์ก๊าซเย็น ใช้การปล่อยแก๊สที่อัดไว้สร้างแรงขับ ไม่ใช่เครื่องยนต์จรวดที่เผาไหม้เชื้อเพลิง

พื้นที่ว่างที่ใช้ได้ภายในรถถูกจัดไว้สำหรับถังแรงดันหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์ หรือ COPV Tesla อธิบายว่ายิ่งบรรทุกก๊าซแรงดันสูงได้มาก ก็ยิ่งยืดเวลาที่รถใช้แรงขับยกตัวอยู่เหนือพื้นได้ แนวคิดนี้ต่อยอดความเชื่อมโยงระหว่าง Roadster กับ SpaceX จากการที่รถเคยขึ้นไปกับจรวด สู่การนำเทคโนโลยีควบคุมยานมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ

ระบบดูดใต้ท้องรถเพิ่มแรงยึดเกาะ พร้อม Track Mode

ระบบดูดอากาศใช้พัดลมร่วมกับซีลใต้ท้องรถดูดอากาศออกจากใต้ตัวรถ โดย Tesla ระบุว่าแรงดูดมากพอให้รถเกาะพื้นในท่ากลับหัวได้แม้จอดนิ่ง พัดลมไฟฟ้ายังทำงานร่วมกับปีกแบบแอกทีฟเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและความเร็วในการเข้าโค้ง
เมื่อเปิด Track Mode ตัวรถจะลดระดับและปรับช่วงล่าง พร้อมขยับชิ้นส่วนแอโรไดนามิกเพื่อเลือกเน้นแรงกดหรือการลดแรงต้านอากาศให้เหมาะกับการขับในสนาม ข้อมูลเปิดตัวชูว่าชุดแอโรไดนามิกแบบพาสซีฟให้แรงกดเข้าใกล้ระดับรถ Formula 1 และเป็นชุดที่ให้แรงกดสูงที่สุดในกลุ่มรถถนน ซึ่งเป็นคำกล่าวด้านสมรรถนะจาก Tesla
กลไกขยับปีกใช้ระบบแอคชูเอเตอร์จาก Optimus หรือชุดขับเคลื่อนที่ทำหน้าที่ขยับชิ้นส่วนทางกล ทำงานร่วมกับระบบดูดอากาศหลายโหมด ส่วนรุ่น Thrust และรุ่น Rocket เพิ่มแรงขับจากทรัสเตอร์ก๊าซเย็นเข้ามาอีกชั้น
ทรัสเตอร์ก๊าซเย็นใช้ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าปรับแรงขับอย่างละเอียดภายในเสี้ยววินาที ช่วยรักษาเสถียรภาพระหว่างที่รถยกตัวอยู่เหนือพื้น
ดีไซน์อิง SR-71 และ F-35 พร้อมวัสดุแนวอากาศยาน


Roadster ใหม่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบิน SR-71 และ F-35 ใช้ไฟหน้าที่ซ่อนอยู่ในตัวถัง ไฟท้ายยาวเต็มแนว และพื้นผิวที่ต่อกันเรียบ ล้อเน้นน้ำหนักเบากับก้านบางที่ยังรักษาความแข็งแรงไว้
สี Ano White นำแนวทางงานเคลือบจากอุตสาหกรรมอากาศยานมาใช้ โดยให้คุณสมบัติป้องกันรังสี UV ทนสภาวะเย็นจัด ช่วยระบายประจุไฟฟ้าสถิต และต้านทานการกัดกร่อน ส่วนกระจกสี Gold Glazed อ้างอิงรูปลักษณ์สารเคลือบทองแดงบนกระบังหน้าชุดอวกาศ เสริมด้วยรายละเอียดตกแต่งไทเทเนียม
ภายในสี Ultrawhite ลดน้ำหนักให้เหลือสิ่งจำเป็น
พวงมาลัย Yoke ออกแบบมาสำหรับระบบเลี้ยวแบบ Steer-by-wire ที่ส่งคำสั่งเลี้ยวด้วยสัญญาณไฟฟ้า ส่วนข้อมูลการขับแสดงผ่านจอสัมผัสตรงกลางและจอขนาดเล็กด้านหน้าอีกสองจอ
ห้องโดยสารใช้สี Ultrawhite ตัดกับไมโครซูเอดสีเทาและส่วนประคองด้านข้างของเบาะ เพื่อช่วยให้ผู้ขับนั่งกระชับขณะใช้ความเร็ว พนักพิงตกแต่งด้วยลายเจาะรูรูปเส้นความเร็วที่ค่อย ๆ กระจายออกเมื่อไล่ขึ้นไปด้านบน การใช้ระบบควบคุมแบบแมนนวลกับเบาะตำแหน่งคงที่ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถ
วัสดุอย่างแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ถูกนำมาใช้เพื่อลดน้ำหนักโดยยังคงความแข็งแรง เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางให้ Roadster ตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับได้รวดเร็ว ควบคู่กับชุดแอโรไดนามิก ระบบดูดอากาศ และทรัสเตอร์ก๊าซเย็น




เงินจองไทยเทียบกับสหรัฐฯ
Tesla เปิดหน้าจอง Roadster บนเว็บไซต์ประเทศไทยแล้ว โดยรุ่น Performance ใช้เงินจองรวม 1,776,000 บาท แบ่งเป็นการชำระครั้งแรก 178,000 บาท และโอนอีก 1,598,000 บาทภายใน 10 วัน ส่วน Thrust ใช้เงินจองรวม 8,873,000 บาท แบ่งเป็นครั้งแรก 178,000 บาท และโอนอีก 8,695,000 บาทภายใน 10 วัน


เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ รุ่น Performance ใช้เงินจองรวม 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.68 ล้านบาท) ส่วน Thrust อยู่ที่ 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.39 ล้านบาท) โดยทั้งสองรุ่นชำระครั้งแรก 5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 167,700 บาท) และชำระส่วนที่เหลือภายใน 10 วันเช่นกัน
ตัวเลขนี้เป็นเงินจอง ไม่ใช่ราคาจำหน่ายรถเต็มจำนวน การจองอาจถูกยกเลิกหากชำระไม่ครบตามกำหนด โดยรุ่น Thrust จำกัดหนึ่งคำสั่งซื้อต่อลูกค้าหนึ่งราย และความพร้อมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละภูมิภาค ส่วนรุ่น Rocket เปิดเฉพาะผู้ได้รับคำเชิญ หน้าเว็บไซต์ยังระบุว่ามีเฉพาะรถพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น
มุมมองจาก TechCatchUp
Roadster ครั้งนี้ขยับการแข่งกันของรถไฟฟ้าไปไกลกว่าการเพิ่มมอเตอร์หรือแรงม้า เพราะใช้ทั้งอากาศที่กดตัวรถลงกับพื้นและทรัสเตอร์ก๊าซเย็นที่ช่วยผลักรถไปข้างหน้า การแยก Performance, Thrust และรุ่น Rocket จึงเป็นความต่างของวิธีสร้างสมรรถนะด้วย ไม่ใช่แค่ปรับตัวเลขกำลังในรถคันเดียวกัน
อีกด้านที่น่าสนใจคือ Tesla เลือกใช้ Roadster เป็นพื้นที่ให้คนขับมีบทบาทเต็มที่ ทั้งเบาะตำแหน่งคงที่ การลดน้ำหนัก และดีไซน์ที่หยิบแนวคิดจากเครื่องบินมาใช้ แม้แบรนด์จะเดินหน้ากับ Cybercab ที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ ไปพร้อมกันก็ตาม Roadster จึงมีบุคลิกต่างออกไปอย่างชัดเจน เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีเพิ่มสิ่งที่คนขับควบคุมได้ และในรุ่น Rocket ก็ยอมลดเหลือที่นั่งเดียวเพื่อไปให้สุดกับแนวทางนั้น
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



