กระแสเพลง J-Pop ในปัจจุบันอาจกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เมื่อมีข้อสังเกตว่าบทเพลงที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากมักเชื่อมโยงกับอนิเมะหรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ จนทำให้เพลงที่ไม่ได้ผูกกับผลงานประเภทดังกล่าวเริ่มกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากขึ้น
มุมมองดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาโดย Mino (みの) นักวิจารณ์เพลงและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์ในหัวข้อ “Has J-Pop become just a subcontractor of anime?” หรือ “J-Pop กลายเป็นเพียงผู้รับจ้างให้อนิเมะหรือไม่” โดยเขาอธิบายว่าอุตสาหกรรมอนิเมะกำลังมีอิทธิพลต่อแนวโน้มของวงการเพลงป๊อปญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
บทความนี้ต่อยอดมาจากซีรีส์วิเคราะห์เพลงบน YouTube ของเขา ซึ่งมักหยิบเพลงฮิตในช่วงทศวรรษ 2020 มาพูดถึง พร้อมตอบโต้เสียงวิจารณ์จากผู้ชมบางส่วนที่มองว่าเพลงเหล่านี้ไม่สามารถแยกออกจากบริบทของอนิเมะได้
เพื่ออธิบายแนวโน้มดังกล่าว Mino ได้ยกตัวอย่างจากชาร์ต Billboard Japan Hot 100 ประจำปี 2025 โดยพบว่าในเพลง 10 อันดับแรกของปี มีเพียงสองเพลงเท่านั้นที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับสื่ออื่น เช่น อนิเมะ ละคร หรือรายการโทรทัศน์ และในจำนวนนั้นมีเพียงเพลงเดียวที่เป็นผลงานของศิลปินญี่ปุ่น
เพลงส่วนใหญ่ในชาร์ตกลับถูกใช้เป็นเพลงเปิดหรือเพลงประกอบของอนิเมะ เช่นผลงานของศิลปินอย่าง Mrs. GREEN APPLE และ Kenshi Yonezu ที่ถูกใช้ในอนิเมะและภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง
Mino จึงตั้งข้อสังเกตว่า แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าเพลงที่ไม่ได้ผูกกับสื่ออื่นอาจไม่สามารถไต่ขึ้นสู่ระดับเพลงฮิตได้ง่ายเหมือนในอดีต
นอกจากนี้เขายังยกตัวอย่างอัลบั้ม THE GREATEST UNKNOWN ของวง King Gnu ซึ่งมีเพลงถึง 13 จาก 14 เพลงที่ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบอนิเมะ ละครโทรทัศน์ หรือโฆษณา
อย่างไรก็ตาม Mino ยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับสื่อบันเทิงในญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่อดีต แต่ในช่วงก่อนหน้านี้เพลงมักมีตัวตนของตัวเองที่ชัดเจน แม้จะถูกใช้ประกอบสื่ออื่นก็ตาม
ตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่เพลงหลายเพลงถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงการใช้งานร่วมกับสื่ออื่นตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะอนิเมะ
หนึ่งในตัวอย่างที่เขาหยิบยกขึ้นมาคือสิ่งที่เรียกว่า “กฎ 89 วินาที” ซึ่งหมายถึงความยาวของเพลงเปิดอนิเมะทั่วไป ทำให้เพลงจำนวนมาก พยายามใส่ช่วงที่ติดหูที่สุดของเพลงไว้ในช่วงเวลาประมาณนี้
เขามองว่าแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ศิลปินจำนวนมากแต่งเพลงให้เหมาะกับโครงสร้างแบบเดียวกัน แม้เพลงนั้นจะไม่ได้ถูกเลือกไปใช้กับอนิเมะก็ตาม
ผลลัพธ์คือเพลงจำนวนมากในตลาดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับสื่อบังเทิงอื่น ๆ ตั้งแต่ต้น ซึ่งอาจทำให้เอกลักษณ์ทางศิลปะและความเป็นอิสระของเพลงลดลงในบางกรณี
แม้การได้เป็นเพลงประกอบอนิเมะจะช่วยให้ศิลปินเข้าถึงผู้ฟังจำนวนมาก รวมถึงเปิดโอกาสให้เพลงญี่ปุ่นได้รับความนิยมในต่างประเทศมากขึ้น แต่ Mino มองว่าแนวโน้มนี้อาจทำให้บทบาทของเพลงป๊อปค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากผลงานที่ยืนได้ด้วยตัวเอง กลายเป็นส่วนประกอบของสื่ออื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



