Google ประกาศการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Google Maps โดยผสานความสามารถของโมเดล AI จาก Gemini เพื่อเปลี่ยน “แผนที่” จากเครื่องมือค้นหาสถานที่แบบเดิม ให้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถพูดคุยตอบคำถามจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัวระบบนำทางใหม่ที่เรียกว่า Immersive Navigation ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดระบบนำทางครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสิบปี
ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ทำให้ Google Maps ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือดูเส้นทาง แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มสำรวจโลกที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสถานที่จริงแบบเรียลไทม์
Ask Maps: ถามอะไรก็ได้เกี่ยวกับสถานที่
หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญคือ Ask Maps ซึ่งเป็นประสบการณ์แบบ conversational AI ผู้ใช้สามารถถามคำถามเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ได้เหมือนคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว
ตัวอย่างคำถามที่ผู้ใช้สามารถถามได้ เช่น
- “แบตมือถือใกล้หมด มีที่ชาร์จที่ไม่ต้องต่อคิวยาวไหม?”
- “มีสนามเทนนิสสาธารณะที่เปิดไฟเล่นตอนกลางคืนไหม?”
ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ พร้อมแสดงคำตอบและแผนที่ประกอบทันที ทำให้ผู้ใช้เห็นตัวเลือกที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว
Ask Maps ใช้ข้อมูลจากสถานที่มากกว่า 300 ล้านแห่งทั่วโลก รวมถึงรีวิวจากผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคน เพื่อให้คำแนะนำที่แม่นยำ
คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน
Ask Maps ยังสามารถ Personalize คำตอบ ตามพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น
- สถานที่ที่เคยค้นหา
- ร้านที่เคยบันทึกไว้
- ความสนใจด้านอาหารหรือกิจกรรม
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ชอบร้านอาหารวีแกน เมื่อถามหาร้านนัดพบเพื่อน ระบบจะเสนอร้านที่มีตัวเลือกวีแกนและอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายโดยอัตโนมัติ
เมื่อเลือกสถานที่แล้ว ผู้ใช้สามารถดำเนินการต่อได้ทันที เช่น
- จองร้านอาหาร
- บันทึกสถานที่
- แชร์กับเพื่อน
- เปิดนำทาง
Ask Maps เริ่มทยอยเปิดใช้งานใน สหรัฐฯ และอินเดีย ก่อนบน Android และ iOS และจะตามมาบน PC ในอนาคต
Immersive Navigation: ระบบนำทางใหม่ในรอบ 10 ปี
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Immersive Navigation ที่ยกระดับประสบการณ์ขับรถบน Google Maps
แผนที่จะถูกแสดงในรูปแบบ 3D สมจริง แสดงอาคาร สะพาน ทางยกระดับ และภูมิประเทศรอบตัว เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจเส้นทางได้ชัดเจนขึ้น
ระบบยังสามารถไฮไลต์องค์ประกอบสำคัญของถนน เช่น
- เลนจราจร
- ทางม้าลาย
- สัญญาณไฟ
- ป้ายหยุดรถ
ทั้งหมดนี้ใช้ AI จาก Gemini วิเคราะห์ข้อมูลภาพจาก Street View และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อสร้างภาพเส้นทางที่ใกล้เคียงโลกจริงมากที่สุด
ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การขับรถง่ายขึ้น
Google ยังเพิ่มความสามารถใหม่หลายอย่างในระบบนำทาง เช่น
1. มองเส้นทางล่วงหน้าได้ชัดขึ้น
แผนที่จะซูมอัตโนมัติและทำให้อาคารโปร่งใส เพื่อให้เห็นทางแยกหรือจุดเปลี่ยนเลนล่วงหน้า
2. เสียงนำทางเป็นธรรมชาติขึ้น
คำแนะนำเสียงจะฟังเหมือนเพื่อนนั่งนำทาง เช่น “ขับผ่านทางออกนี้ แล้วออกทางถัดไปก็จะถึงร้านอาหาร”
3. แสดงทางเลือกของเส้นทาง
Maps จะแจ้งข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง เช่น
- เส้นทางเร็วกว่าแต่มีค่าทางด่วน
- เส้นทางช้ากว่าแต่รถน้อย
ปัจจุบัน Google Maps ประมวลผลข้อมูลการจราจรมากกว่า 5 ล้านรายการต่อวินาที และได้รับรายงานเหตุการณ์บนถนนจากผู้ใช้กว่า 10 ล้านรายการต่อวัน
ระบบช่วยช่วงสุดท้ายก่อนถึงจุดหมาย
ก่อนถึงจุดหมาย ระบบจะช่วยให้ผู้ใช้ไปถึงทางเข้าของสถานที่ได้ง่ายขึ้น โดยจะแสดง
- ทางเข้าของอาคาร
- จุดจอดรถใกล้เคียง
- ฝั่งถนนที่ถูกต้อง
ผู้ใช้ยังสามารถดูภาพ Street View ของจุดหมายก่อนออกเดินทาง เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าได้
เริ่มเปิดใช้งานแล้วในสหรัฐฯ
ฟีเจอร์ Immersive Navigation เริ่มทยอยเปิดใช้งานในสหรัฐฯ ก่อน และจะขยายไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ในอนาคต เช่น
- iOS และ Android
- Apple CarPlay
- Android Auto
- รถยนต์ที่ใช้ระบบ Google built-in
การผสาน AI จาก Gemini เข้ากับ Google Maps ทำให้แผนที่ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจโลกจริง และช่วยให้การสำรวจสถานที่หรือการเดินทางในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นกว่าที่เคย
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



