HomeTechAppleสรุปครบทุกไฮไลต์ Apple Event 2026 เปิดตัว iPhone Duo จอพับ พร้อม iPhone 18 Pro,...

สรุปครบทุกไฮไลต์ Apple Event 2026 เปิดตัว iPhone Duo จอพับ พร้อม iPhone 18 Pro, Apple Watch และ AirPods 5

Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน Apple Event 2026 ครบทั้ง iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกของบริษัท, iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max, Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และ AirPods 5

งานจัดขึ้นวันที่ 9 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 10 กันยายนในไทย โดยมีทั้งการปรับดีไซน์ กล้อง ระบบติดตามสุขภาพ และซอฟต์แวร์รุ่นใหม่

ชมคลิปสรุปงาน Apple Event 2026

คลิปสรุปไฮไลต์งานวันที่ 9 กันยายน 2026 จาก Apple

iPhone Duo จอพับรุ่นแรกของ Apple

มือสองข้างถือ iPhone Duo โดยเครื่องซ้ายพับอยู่และเครื่องขวากางจอ
จอนอก 5.4 นิ้ว และจอพับด้านใน 7.6 นิ้วของ iPhone Duo

iPhone Duo ใช้จอด้านนอก 5.4 นิ้ว และจอพับด้านใน 7.6 นิ้ว พร้อม ProMotion และผิว Nano-texture ช่วยลดแสงสะท้อน

ตัวเครื่องใช้ไทเทเนียมเกรด 5 รองรับการทนน้ำและฝุ่น IP68 และยืนยันตัวตนด้วย Touch ID ที่ปุ่มด้านข้าง

จอทั้งสองเป็น Super Retina XDR รองรับ Always-On และความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต ด้านหน้าใช้ Ceramic Shield 2 ส่วนจอพับเสริมโครงสร้างด้วยแผ่นไทเทเนียม กระจก และผิวพอลิเมอร์ ขณะที่บานพับประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น

จอพับกับการใช้งานสองแอป

iPhone Duo กางจอแนวนอนแสดงรายชื่อผู้ติดต่อและบทสนทนาในแอป Slack
แอป Slack ปรับหน้าตาให้ใช้พื้นที่จอใหญ่ของ iPhone Duo ได้มากขึ้น

iOS รองรับการพับและการวางเครื่องหลายรูปแบบ เปิดสองแอปคู่กันด้วย Split View ได้ และปรับส่วนควบคุมให้เข้ากับพื้นที่หน้าจอที่กำลังใช้งาน

iPhone Duo มาพร้อม iOS 27.1 ซึ่งย้าย Dock และส่วนควบคุมไปด้านข้างเมื่อเหมาะกับการใช้งานจอใหญ่ Split View เปิดได้ทั้งสองแอปหรือสองหน้าต่างจากแอปเดียวกัน และบันทึกคู่แอปที่ใช้ประจำไว้เรียกซ้ำได้ ส่วน StandBy แสดงนาฬิกา รูปภาพ และวิดเจ็ตขณะตั้งเครื่องได้แม้ไม่ได้ชาร์จ

กล้องหลังคู่ 48MP และกล้องหน้า Center Stage 12MP

iPhone Duo แสดงกล้องหลัง Fusion Main และ Ultra Wide 48MP กล้องหน้า Center Stage 12MP และกล้อง FaceTime ใต้จอ
iPhone Duo ใช้กล้องหลัง 48MP สองตัว กล้องหน้า Center Stage 12MP และกล้อง FaceTime ใต้จอ

ระบบกล้องของ iPhone Duo แบ่งเป็นกล้องหลัง Fusion Main 48MP และ Fusion Ultra Wide 48MP กล้องหน้า Center Stage 12MP บนจอด้านนอก และกล้อง FaceTime ใต้จอด้านใน ส่วน Duo Preview ใช้จอด้านนอกแสดงภาพจากกล้องหลังให้ผู้ถูกถ่ายเห็นตัวเองได้

กล้องหลักถ่ายภาพที่ความละเอียดเริ่มต้น 24MP พร้อมระยะ 2 เท่าคุณภาพระดับออปติคัล ส่วนกล้องอัลตร้าไวด์ใช้ถ่ายมาโครได้ ฟีเจอร์ Smart Take ช่วยถ่ายอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้โพสท่า และ Kid Cue แสดงแอนิเมชัน Peanuts บนจอด้านนอกเพื่อดึงความสนใจเด็กขณะถ่ายภาพ

Duo FaceTime ให้คนอีกฝั่งของเครื่องร่วมวิดีโอคอลผ่านจอด้านนอกได้ ขณะที่กล้องหลักบันทึก Dolby Vision ระดับ 4K ที่ 120 fps และเพิ่มเอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์ภายหลังได้สูงสุด 60 fps การพับตั้งเครื่องยังช่วยถ่ายภาพหรือวิดีโอโดยไม่ต้องถือเครื่องตลอดเวลา

ชิป A20 Pro แบตเตอรี่ และการชาร์จ

ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป A20 Pro พร้อม Vapor Chamber และแบตเตอรี่คู่ โดย Apple ระบุว่าเล่นวิดีโอได้สูงสุด 31 ชั่วโมงเมื่อใช้จอด้านใน หรือ 44 ชั่วโมงเมื่อใช้จอด้านนอก

A20 Pro ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร มี CPU 6-core, GPU 7-core และ Neural Engine รวม 32 คอร์ Apple ระบุว่า CPU เร็วขึ้นสูงสุด 20% และ GPU เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ A19 Pro ส่วนระบบระบายความร้อนของ Duo ช่วยให้ประสิทธิภาพต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 35% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro

การชาร์จจากแบตเตอรี่หมดถึง 50% ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีผ่านสาย หรือประมาณ 30 นาทีแบบไร้สายเมื่อใช้อุปกรณ์ชาร์จที่รองรับ นอกจากนี้มี iPhone Handoff สำหรับใช้หมายเลขเดียวกันบน iPhone สองเครื่อง โดยต้องเป็นบริการของผู้ให้บริการเครือข่ายที่รองรับ

รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และใช้ eSIM เท่านั้น ส่วนการรองรับ Apple Pencil รุ่น USB-C จะตามมาภายในปลายปีนี้

มีสีสตาร์ไวท์และไนท์สกาย เปิดจองวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 19:00 น. และวางขายวันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยเลือกสีและความจุได้ที่หน้าจอง iPhone Duo บน Apple Store ประเทศไทย

ภาพสรุป iPhone Duo แสดงจอพับ 7.6 นิ้ว จอนอก 5.4 นิ้ว กล้องคู่ และชิป A20 Pro
ภาพรวม iPhone Duo ทั้งดีไซน์จอพับ กล้อง และการใช้งานบนจอใหญ่

iPhone 18 Pro และ Pro Max เพิ่มกล้องปรับรูรับแสง

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สีเบอร์กันดี แสดงด้านหน้าและด้านหลัง
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สีเบอร์กันดี มาพร้อมกล้องหลักปรับรูรับแสงได้

การอัปเกรดสำคัญของทั้งสองรุ่นคือกล้องหลัก Fusion 48MP ที่ปรับรูรับแสงได้ พร้อมตัวควบคุมระดับ Pro สำหรับปรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และไวท์บาลานซ์ รวมถึงดูฮิสโตแกรมในแอปกล้อง

ชุดรูรับแสงใช้กลีบ 6 ชิ้นและเลือกได้ 4 ระดับ เพื่อควบคุมปริมาณแสงและระยะชัดลึก เช่น เปิดรูรับแสงกว้างสำหรับแสงน้อย หรือหรี่ลงเมื่อต้องการให้คนหลายคนในภาพคมชัด ส่วนงานวิดีโอเพิ่มไทม์แลปส์ 4K HDR และปรับ Audio Mix เพื่อจัดการเสียงพูดกับเสียงเพลง

เพิ่มการปรับพื้นผิวและเกรนในสไตล์ภาพถ่าย และใส่เอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์หลังถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 60 fps

อีกฟีเจอร์คือภาพอ้างอิงของ Apple ซึ่งใช้ข้อมูลที่เซ็นรับรองจากเซ็นเซอร์และ Private Cloud Compute สร้างภาพอ้างอิงสำหรับเทียบกับภาพที่ผ่านการปรับแต่ง ส่วน Dynamic Island มีขนาดเล็กลงและแสดงกิจกรรมสดพร้อมกันได้สูงสุด 3 รายการ

ทั้งคู่ใช้ A20 Pro กระบวนการผลิต 2 นาโนเมตร พร้อมระบบระบายความร้อนใหม่ ชิปเครือข่าย N1 และโมเด็ม C2

Apple จัดวางชิปข้างหน่วยความจำเพื่อให้ชิปสัมผัส Vapor Chamber โดยตรง พร้อมใช้วัสดุระบายความร้อนที่มีพื้นที่ผิวมากขึ้น บริษัทระบุว่าประสิทธิภาพต่อเนื่องเพิ่มสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro ส่วน N1 รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread

ทั้งสองรุ่นชาร์จถึง 50% ได้ในเวลาประมาณ 15 นาทีผ่านสาย หรือประมาณ 30 นาทีแบบไร้สายเมื่อใช้อุปกรณ์ที่รองรับ โดย Apple ระบุว่า Pro Max ชาร์จผ่านสายเพียง 5 นาทีสามารถเล่นวิดีโอได้ประมาณ 7 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของบริษัท

โดยรุ่น Pro เล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมง ส่วน Pro Max สูงสุด 43 ชั่วโมง ตามการทดสอบของ Apple

มีความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB พร้อมสีดำ เงิน ธารน้ำแข็ง และเบอร์กันดี

เปิดจองในไทยวันที่ 12 กันยายน เวลา 19:00 น. และวางขายวันที่ 18 กันยายน 2026 โดยเลือกสีและความจุได้ที่หน้าจอง iPhone 18 Pro และ Pro Max บน Apple Store ประเทศไทย

ภาพสรุป iPhone 18 Pro แสดงกล้องปรับรูรับแสง ชิป A20 Pro หน้าจอ สีตัวเครื่อง และระบบระบายความร้อน
ภาพรวมจุดเด่น iPhone 18 Pro และ Pro Max จากงานเปิดตัว

เทียบสเปก iPhone Duo, iPhone 18 Pro และ Pro Max

หน้าจอ ตัวเครื่อง และประสิทธิภาพ

สเปกDuo18 Pro18 Pro Max
รูปแบบเครื่องจอพับ มีจอด้านนอกและด้านในจอเดียวจอเดียว
วัสดุตัวเครื่องไทเทเนียมเกรด 5อะลูมิเนียมชิ้นเดียวอะลูมิเนียมชิ้นเดียว
หน้าจอ OLEDจอนอก 5.4 นิ้ว / จอใน 7.6 นิ้ว6.3 นิ้ว6.9 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอจอนอก 1398 × 2034 พิกเซล (460 ppi); จอใน 1878 × 2670 พิกเซล (430 ppi)2622 × 1206 พิกเซล (460 ppi)2868 × 1320 พิกเซล (460 ppi)
รีเฟรชเรตProMotion สูงสุด 120Hz ทั้งสองจอProMotion สูงสุด 120HzProMotion สูงสุด 120Hz
ความสว่างทั่วไป 1,000 / HDR 1,600 / กลางแจ้ง 3,000 นิตทั่วไป 1,000 / HDR 1,600 / กลางแจ้ง 3,000 นิตทั่วไป 1,000 / HDR 1,600 / กลางแจ้ง 3,000 นิต
ผิวจอและการแสดงผลNano-texture บนจอใน; Always-On ทั้งสองจอเคลือบสารกันแสงสะท้อน; Always-Onเคลือบสารกันแสงสะท้อน; Always-On
กระจกป้องกันด้านหน้า Ceramic Shield 2 / ด้านหลัง Ceramic Shieldด้านหน้า Ceramic Shield 2 / ด้านหลัง Ceramic Shieldด้านหน้า Ceramic Shield 2 / ด้านหลัง Ceramic Shield
ชิปประมวลผลA20 Pro: CPU 6 คอร์, GPU 7 คอร์, Neural Engine 16 คอร์สองชุดA20 Pro: CPU 6 คอร์, GPU 7 คอร์, Neural Engine 16 คอร์สองชุดA20 Pro: CPU 6 คอร์, GPU 7 คอร์, Neural Engine 16 คอร์สองชุด
น้ำหนัก254 กรัม211 กรัม249 กรัม
ขนาด กว้าง × สูง × หนาพับ 84.1 × 117.8 × 11.3 มม.; กาง 164.6 × 117.8 × 5.2 มม.71.9 × 150 × 8.75 มม.78 × 163.4 × 8.75 มม.
ยืนยันตัวตนTouch ID ที่ปุ่มด้านข้างFace IDFace ID
ทนน้ำและฝุ่นIP68 ลึกไม่เกิน 6 เมตร สูงสุด 30 นาทีตามผลทดสอบIP68 ลึกไม่เกิน 6 เมตร สูงสุด 30 นาทีตามผลทดสอบIP68 ลึกไม่เกิน 6 เมตร สูงสุด 30 นาทีตามผลทดสอบ

กล้องหลัง กล้องหน้า และวิดีโอ

สเปกDuo18 Pro18 Pro Max
กล้องหลักFusion Main 48MP, 26 มม., ƒ/1.6Fusion Main 48MP, 24 มม., ปรับรูรับแสง ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0Fusion Main 48MP, 24 มม., ปรับรูรับแสง ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0
กล้องอัลตร้าไวด์48MP, 13 มม., ƒ/2.2, มุมมอง 120°48MP, 13 มม., ƒ/2.2, มุมมอง 120°48MP, 13 มม., ƒ/2.2, มุมมอง 120°
กล้องเทเลโฟโต้แยกไม่มี ใช้กล้องหลักสำหรับระยะ 2 เท่า48MP, 100 มม., ƒ/2.8, ซูมออปติคัล 4 เท่า48MP, 100 มม., ƒ/2.8, ซูมออปติคัล 4 เท่า
ซูมเข้าคุณภาพระดับออปติคัล2 เท่า ที่ 12MP8 เท่า ที่ 12MP8 เท่า ที่ 12MP
ซูมดิจิทัลภาพนิ่งสูงสุด 10 เท่าสูงสุด 40 เท่าสูงสุด 40 เท่า
กล้องหน้า Center Stage12MP, ƒ/2.2 อยู่บนจอด้านนอก18MP, ƒ/1.9 พร้อมออโต้โฟกัส18MP, ƒ/1.9 พร้อมออโต้โฟกัส
กล้อง FaceTime ใต้จออยู่บนจอด้านใน, ƒ/1.8; Apple ไม่ระบุความละเอียดเป็น MPไม่มีจอด้านในไม่มีจอด้านใน
วิดีโอกล้องหน้าจอนอก Dolby Vision สูงสุด 4K 60 fps; ใต้จอสูงสุด 1080p 60 fpsDolby Vision สูงสุด 4K 60 fps; ProRes 4K 60 fps เมื่อบันทึกลงอุปกรณ์ภายนอกDolby Vision สูงสุด 4K 60 fps; ProRes 4K 60 fps เมื่อบันทึกลงอุปกรณ์ภายนอก
วิดีโอกล้องหลังDolby Vision สูงสุด 4K 120 fps ผ่านกล้องหลักDolby Vision สูงสุด 4K 120 fps ผ่านกล้องหลักDolby Vision สูงสุด 4K 120 fps ผ่านกล้องหลัก
รูปแบบภาพและวิดีโอภาพ HEIF/JPEG; วิดีโอ HEVC/H.264รองรับ ProRAW, ProRes, ProRes RAW และ Apple Log 2 เพิ่มเติม; ProRes สูงสุด 4K 120 fps เมื่อบันทึกลงอุปกรณ์ภายนอกรองรับ ProRAW, ProRes, ProRes RAW และ Apple Log 2 เพิ่มเติม; ProRes สูงสุด 4K 120 fps เมื่อบันทึกลงอุปกรณ์ภายนอก

แบตเตอรี่ การชาร์จ และการเชื่อมต่อ

สเปกDuo18 Pro18 Pro Max
เล่นวิดีโอสูงสุดจอนอก 44 ชั่วโมง / จอใน 31 ชั่วโมง34 ชั่วโมง43 ชั่วโมง
สตรีมวิดีโอสูงสุดจอนอก 37 ชั่วโมง / จอใน 26 ชั่วโมง31 ชั่วโมง38 ชั่วโมง
ชาร์จผ่านสายถึง 50%ประมาณ 20 นาทีประมาณ 15 นาทีประมาณ 15 นาที
ชาร์จไร้สายถึง 50%ประมาณ 30 นาทีด้วย MagSafeประมาณ 30 นาทีด้วย MagSafeประมาณ 30 นาทีด้วย MagSafe
กำลังชาร์จไร้สายMagSafe และ Qi2 สูงสุด 25WMagSafe และ Qi2 สูงสุด 25WMagSafe และ Qi2 สูงสุด 25W
พอร์ตUSB-C, USB 3 สูงสุด 10Gb/s, DisplayPortUSB-C, USB 3 สูงสุด 10Gb/s, DisplayPortUSB-C, USB 3 สูงสุด 10Gb/s, DisplayPort
เครือข่ายไร้สาย5G sub-6 GHz, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, Thread, UWB รุ่นที่ 25G sub-6 GHz, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, Thread, UWB รุ่นที่ 25G sub-6 GHz, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, Thread, UWB รุ่นที่ 2
ซิมรุ่นจำหน่ายในไทยeSIM เท่านั้น เปิดใช้งานพร้อมกันได้สองซิมNano-SIM + eSIM หรือ eSIM คู่Nano-SIM + eSIM หรือ eSIM คู่
การใช้งานจอและปากกาSplit View เปิดสองแอปคู่กัน; Apple Pencil รุ่น USB-C จะรองรับภายในปลายปีใช้งานบนจอเดียว ไม่รองรับ Apple Pencilใช้งานบนจอเดียว ไม่รองรับ Apple Pencil

ตัวเลขแบตเตอรี่และการชาร์จเป็นผลทดสอบของ Apple การชาร์จเร็วผ่านสายต้องใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับ 60W ขึ้นไป โดยรุ่น Pro และ Pro Max ต้องรองรับระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบปรับได้ด้วย ส่วนการชาร์จด้วย MagSafe ตามเวลาที่ระบุต้องใช้อะแดปเตอร์ 35W ขึ้นไป ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ชาร์จ การตั้งค่า การใช้งาน และสภาพแวดล้อม โดย Apple ไม่ระบุ RAM และความจุแบตเตอรี่เป็น mAh ในหน้าสเปก จึงใช้ระยะเวลาเล่นวิดีโอเป็นข้อมูลเทียบในตาราง

ราคาไทย iPhone ทั้งสามรุ่นแยกตามความจุ

ความจุDuo18 Pro18 Pro Max
256GB79,900 บาท48,900 บาท52,900 บาท
512GB87,900 บาท56,900 บาท60,900 บาท
1TB103,900 บาท72,900 บาท76,900 บาท
2TB127,900 บาท96,900 บาท100,900 บาท

Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 เน้นสุขภาพและความพร้อมของร่างกาย

Apple Watch Series 12 สองเรือนแสดงหน้าจอวัดชีพจรและเซ็นเซอร์ด้านหลัง
ระบบเซ็นเซอร์สุขภาพใหม่บน Apple Watch Series 12 ช่วยติดตามการฟื้นตัว

Apple Watch ทั้งสองรุ่นใช้ชิป S11 และระบบติดตามสุขภาพใหม่ วัดชีพจรทุก 5 วินาที พร้อมวัดค่าความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจหรือ HRV ถี่ขึ้น เพิ่มมุมมองสัญญาณชีพกลางวัน และคะแนนความพร้อม 0–10 ซึ่งประเมินจากกิจกรรม การฝึกซ้อม สัญญาณชีพ และการนอนหลับ เพื่อช่วยวางแผนกิจกรรมแต่ละวัน

ระบบวัด HRV ถี่ได้ถึงทุก 5 นาที แยกข้อมูลสำหรับดูการฟื้นตัวออกจากภาพรวมสุขภาพหัวใจ โดยเปรียบเทียบค่าช่วงกลางคืนกับระดับปกติของผู้ใช้ ส่วนสัญญาณชีพกลางวันช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องรอข้อมูลหลังตื่นนอน

คะแนนความพร้อมปรับเปลี่ยนระหว่างวัน พร้อมแสดงปัจจัยที่มีผลต่อคะแนนและคำแนะนำว่าควรพักฟื้น ค่อยๆ เพิ่มกิจกรรม หรือพร้อมออกแรงมากขึ้น ผู้ใช้จึงดูเหตุผลประกอบคะแนนได้ ไม่ได้มีเพียงตัวเลขสรุป

ระบบนับก้าวและวัดระยะทางใช้โมเดลการเรียนรู้ของเครื่องใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเดินหรือวิ่งในอาคาร รวมถึงแสดงจำนวนก้าวแบบเรียลไทม์บนหน้าปัด

Series 12: ตัวเลือกวัสดุและแบตเตอรี่

ภาพสรุป Series 12 แสดงตัวเรือน เซ็นเซอร์สุขภาพ ชิป S11 แบตเตอรี่ 24 ชั่วโมง และคะแนนความพร้อม
ภาพรวม Series 12 ทั้งระบบสุขภาพและแบตเตอรี่ ส่วนฟีเจอร์ AI เปิดใช้ตามกำหนดและภาษาที่รองรับ

Series 12 มีขนาด 42 และ 46 มม. เลือกตัวเรือนอะลูมิเนียม ไทเทเนียม หรือเซรามิก รุ่นอะลูมิเนียมใช้ Ceramic Shield 2

แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปสูงสุด 24 ชั่วโมง หรือออกกำลังกายกลางแจ้งสูงสุด 10 ชั่วโมง ชาร์จ 15 นาทีใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง และปรับการนับก้าวให้แม่นยำขึ้น

Apple Watch Ultra 4 ตัวเรือนไทเทเนียมพร้อมหน้าปัดแสดงคะแนนความพร้อมของร่างกาย
Apple Watch Ultra 4 เพิ่มข้อมูลติดตามสุขภาพและระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่

Ultra 4: ใช้งานได้นานขึ้นในแต่ละโหมด

Ultra 4 มีตัวเรือนไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำ แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปสูงสุด 50 ชั่วโมง หรือ 84 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน

ส่วนการติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งทำได้สูงสุด 25 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงานสำหรับการออกกำลังกาย และสูงสุด 45 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงานสูงสุด

โหมดออกกำลังกาย 25 ชั่วโมงยังเก็บอัตราการเต้นของหัวใจและ GPS ได้เต็มรูปแบบ ส่วนระยะเวลาสูงสุด 45 ชั่วโมงใช้กับการเดิน วิ่ง และเดินป่าในโหมดที่กำหนด โดยยังบันทึก GPS ทุกวินาที จึงต้องแยกตัวเลขนี้ออกจากระยะเวลาใช้งานทั่วไป

ชาร์จ 15 นาทีใช้งานได้สูงสุด 18 ชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้ขึ้นอยู่กับโหมดและเงื่อนไขการทดสอบ

Series 12 และ Ultra 4 ยังระบุว่าจะวางจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้

ภาพสรุป Apple Watch Ultra 4 แสดงแบตเตอรี่ 50 ชั่วโมง ชิป S11 ระบบสุขภาพ และ Audio Intelligence
ภาพรวม Apple Watch Ultra 4 โดยฟีเจอร์ AI บางรายการจะเปิดเพิ่มเติมภายหลังและมีเงื่อนไขภาษา

เทียบ Apple Watch Series 12 กับ Ultra 4

รายการSeries 12Ultra 4
ชิปและสุขภาพS11; ระบบเซ็นเซอร์ใหม่ ชีพจร HRV และคะแนนความพร้อมS11; ระบบเซ็นเซอร์ใหม่ ชีพจร HRV และคะแนนความพร้อม
วัสดุตัวเรือนอะลูมิเนียม ไทเทเนียม หรือเซรามิกไทเทเนียม
แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปสูงสุด24 ชั่วโมง50 ชั่วโมง
ชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้สูงสุด12 ชั่วโมง18 ชั่วโมง
ราคาเริ่มต้นในไทย14,900 บาท29,900 บาท
กำหนดขายในไทยเร็วๆ นี้เร็วๆ นี้

AirPods 5 มี ANC ทั้งสองรุ่น

หูฟัง AirPods 5 สีขาววางอยู่เหนือเคสชาร์จที่เปิดฝา
AirPods 5 เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวน ANC ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

หูฟังรุ่นใหม่นำการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟหรือ ANC มาให้ทั้งสองรุ่น โดย Apple ระบุว่าตัดเสียงภายนอกได้ดีขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับ AirPods 4 รุ่น ANC พร้อมปรับระบบเสียงและ EQ ใหม่ รองรับโหมดฟังเสียงภายนอก การปรับเสียงตามสภาพแวดล้อม และลดเสียงสื่อเมื่อเริ่มสนทนา

AirPods 5 ยังคงทรงเปิดหู โดยปรับช่องทางเดินเสียงและ Adaptive EQ ให้เหมาะกับรูปหูที่หลากหลาย รองรับเสียงเชิงมิติพื้นที่ส่วนบุคคลในแอปที่ใช้ได้ ซึ่งต้องสร้างโปรไฟล์ด้วย iPhone ที่มีกล้อง TrueDepth และตอบรับ Siri ด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้าได้

รุ่นเคสชาร์จไร้สายเพิ่มการปัดก้านหูฟังเพื่อปรับเสียง นอกเหนือจากความต่างเรื่องแบตเตอรี่และวิธีชาร์จ

รุ่นเคสชาร์จไร้สายฟังได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และรวมเคสสูงสุด 22 ชั่วโมง รองรับการชาร์จผ่าน USB-C, Qi และที่ชาร์จ Apple Watch

ทั้งสองรุ่นรองรับการทนฝุ่น เหงื่อ และน้ำระดับ IP57 ส่วนวันวางจำหน่ายในไทยยังไม่ระบุแน่นอน โดยหน้าผลิตภัณฑ์ให้ตรวจสอบกำหนดการอีกครั้งในภายหลัง

ภาพสรุป AirPods 5 แสดง ANC เสียงเชิงมิติพื้นที่ Adaptive EQ การชาร์จ และการปัดปรับเสียง
ภาพรวม AirPods 5 โดยแบตเตอรี่ 5 ชั่วโมงและการปัดปรับเสียงเป็นความสามารถของรุ่นเคสชาร์จไร้สาย ส่วนฟีเจอร์ภาษาและ AI มีเงื่อนไขการรองรับ

AirPods 5 สองรุ่นต่างกันอย่างไร

รายการAirPods 5AirPods 5 พร้อมเคสชาร์จไร้สาย
ราคาไทย4,790 บาท5,490 บาท
ANCมีมี
ปัดก้านเพื่อปรับเสียงไม่มีมี
ฟังต่อครั้งเมื่อเปิด ANC สูงสุด4 ชั่วโมง5 ชั่วโมง
ฟังรวมเคสเมื่อเปิด ANC สูงสุด20 ชั่วโมง22 ชั่วโมง
ชาร์จเคสUSB-CUSB-C, Qi และที่ชาร์จ Apple Watch
ทนฝุ่น เหงื่อ และน้ำIP57IP57

iOS 27, watchOS 27 และฟีเจอร์ AI

iOS 27 และ watchOS 27 เริ่มปล่อยอัปเดตวันที่ 14 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ โดย iOS ปรับความลื่นไหล เสถียรภาพ ตัวเลือก Liquid Glass และเครื่องมือผู้ปกครอง

iPhone รุ่นที่รองรับ iOS 27

Apple ระบุว่า iOS 27 รองรับ iPhone รุ่นต่อไปนี้ โดยหน้าเว็บไซต์ประเทศไทยระบุกำหนดเริ่มใช้งานวันที่ 15 กันยายน 2026

  • iPhone Duo, iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
  • iPhone 17, iPhone 17e, iPhone Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max
  • iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16e, iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max
  • iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max
  • iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max
  • iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max
  • iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max
  • iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max
  • iPhone SE รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3

การรองรับ iOS 27 ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ฟีเจอร์ใหม่ได้ครบทุกอย่าง โดย Apple Intelligence และ Siri AI ยังมีเงื่อนไขด้านรุ่นอุปกรณ์ ภาษา และภูมิภาค ส่วน iPhone Duo มาพร้อม iOS 27.1

watchOS 27 และ Apple Watch ที่รองรับ

ส่วน watchOS เพิ่มตารางแอปที่แนะนำตามการใช้งาน การควบคุมวิดเจ็ตด้วยมือเดียว และการติดตามช่วงใกล้หมดประจำเดือนและหมดประจำเดือน ทั้งนี้ฟีเจอร์ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และภูมิภาค

ตารางแอปแนะนำ 5 แอปจากการใช้ล่าสุดและความถี่ในการใช้งาน ผู้ใช้แตะนิ้วสองครั้งเพื่อเลื่อน Smart Stack และแตะครั้งเดียวเพื่อเลือกวิดเจ็ตได้ พร้อมคำแนะนำตามบริบท เช่น ตำแหน่งรถที่จอดและวันเกิด

watchOS 27 รองรับ Apple Watch Series 9 หรือใหม่กว่า, Apple Watch SE 3 และ Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า โดยต้องจับคู่กับ iPhone 11 หรือใหม่กว่า หรือ iPhone SE รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า ซึ่งติดตั้ง iOS 27

Siri AI และ Audio Intelligence

ข้อมูลเปิดตัวสากลยังมี Siri AI ที่เริ่มเบต้าภาษาอังกฤษวันที่ 14 กันยายน และ Audio Intelligence บน Apple Watch สำหรับแจ้งเตือนเสียงสำคัญผ่าน Sound Recognition ย้อนดูข้อความที่เพิ่งพูดด้วย Live Rewind และสรุปการสนทนาด้วย Siri Recap

Siri AI ใช้บริบทจากข้อความ อีเมล รูปภาพ และสิ่งที่อยู่บนหน้าจอเพื่อช่วยตอบคำถามหรือทำงานต่อ ส่วนความสามารถด้านภาพมี Spatial Reframing, Extend และ Clean Up รวมถึงการสร้างภาพสมจริงใน Image Playground โดยภาษาไทยยังไม่อยู่ในกำหนดเปิดตัวที่ประกาศครั้งนี้

Audio Intelligence บน Series 12 และ Ultra 4 ใช้ชิป S11 ตรวจจับเสียงไซเรน สัญญาณเตือน กริ่งประตู และเด็กร้องได้บนตัวนาฬิกา ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ที่หูหนวกหรือได้ยินไม่ชัดรับรู้เสียงรอบตัวได้แม้ไม่มี iPhone อยู่ใกล้

Live Rewind แปลงคำพูดย้อนหลัง 15 วินาทีเป็นข้อความเมื่อกด Digital Crown สองครั้ง ส่วน Siri Recap สรุปหัวข้อและประเด็นสำคัญหลังสนทนา โดยไม่ทำเป็นบทถอดเสียง ไม่ระบุว่าใครพูดอะไร และตัดข้อมูลอ่อนไหวบางประเภทออก นอกจากนี้ Shazam ยังแสดงชื่อเพลงและศิลปินใน Smart Stack ได้

Live Rewind และ Siri Recap เปิดเบต้าปลายปี เริ่มภาษาอังกฤษ ต้องจับคู่ iPhone 16 หรือใหม่กว่าที่รองรับ Apple Intelligence ยกเว้น iPhone 16e และยังไม่เปิดในสหภาพยุโรปช่วงแรก

Apple ระบุว่าผู้ใช้เลือกเปิดฟีเจอร์เสียงเอง ระบบแยกประมวลผลเสียงใน Secure Exclave และลบเสียงหลังประมวลผล โดยไม่จัดเก็บไฟล์บันทึกเสียง ส่วนข้อความและสรุปเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง Live Rewind มีเสียงและสัญลักษณ์แจ้งเมื่อใช้งาน

Health โฉมใหม่และข้อมูลสุขภาพระยะยาว

ภาพสรุป Health แสดงข้อมูลการนอน ความพร้อม Health Age การทดสอบการเคลื่อนไหว และผลตรวจสุขภาพ
Health โฉมใหม่รวมข้อมูลสุขภาพหลายด้าน โดยเริ่มภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ ภายในปลายปี และบริการ Labs เริ่มในสหรัฐฯ

แอป Health โฉมใหม่เพิ่ม Longevity และ Health Age เพื่อสรุปแนวโน้มสุขภาพระยะยาว มีกำหนดมาภายในปลายปี เริ่มภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ จึงยังไม่ใช่ฟีเจอร์ภาษาไทยที่พร้อมใช้ทันที

หน้า Insights สรุปข้อมูลหัวใจ การนอน ความพร้อม การออกกำลังกาย สัญญาณชีพ และรอบเดือนระหว่างวัน ส่วน For You เสนอบทความและคำแนะนำตามข้อมูลของผู้ใช้ Longevity รวมมุมมองระยะยาวด้านหัวใจ การนอน สุขภาพจิต การเคลื่อนไหว ระบบเผาผลาญ การได้ยิน และโภชนาการ

Health Age เปรียบเทียบอายุสุขภาพกับอายุจริง โดยใช้ข้อมูลอย่าง VO₂ max ชีพจรขณะพัก การนอน และ HRV รวมถึงผลตรวจอย่าง A1c หรือ LDL หากมีข้อมูล ส่วน Movement Evaluations ใช้กล้อง iPhone ร่วมกับ Apple Watch ประเมินความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว และรูปแบบการเคลื่อนไหว โดยประมวลผลภาพบนอุปกรณ์และไม่บันทึกวิดีโอ

บริการ Labs ให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ นัดตรวจตัวชี้วัดสุขภาพมากกว่า 50 รายการผ่านเครือข่าย Quest และอ่านผลร่วมกับข้อมูลใน Health พร้อมวิดีโอและบทความจากผู้เชี่ยวชาญที่เลือกตามผลของแต่ละคน บริการนี้ยังไม่ได้ประกาศเปิดในไทย

ความสามารถ Health ชุดใหม่นี้เริ่มภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ ภายในปลายปี ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence และระบบรุ่นล่าสุด โดยบางฟีเจอร์ใช้ได้เฉพาะ iPhone ส่วน Health Age ต้องมีข้อมูลจาก Apple Watch

การติดตามรอบเดือนเพิ่มบันทึกสถานะและอาการช่วงใกล้หมดประจำเดือนหรือหมดประจำเดือน รวมถึงแจ้งรูปแบบรอบเดือนที่เปลี่ยนไปสำหรับผู้ใช้อายุ 40 ปีขึ้นไป และแจ้งเมื่อมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนเพื่อให้ผู้ใช้นำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์

ด้านการออกกำลังกาย Workout Buddy ทำงานบน Apple Watch ได้โดยไม่ต้องมี iPhone อยู่ใกล้และเพิ่มภาษาสเปนจากภาษาอังกฤษ ส่วน AirPods Pro 3 ส่งข้อมูลชีพจรผ่าน iPhone ไปยังอุปกรณ์ออกกำลังกายที่รองรับ GymKit ได้

ฟีเจอร์ใหม่เริ่มใช้เมื่อไร

ฟีเจอร์หรือซอฟต์แวร์กำหนดเริ่มใช้เงื่อนไขสำคัญ
iOS 27 และ watchOS 2714 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ; iOS 27 เริ่มใช้ในไทย 15 กันยายนเฉพาะรุ่นที่รองรับ; iPhone Duo มาพร้อม iOS 27.1
Siri AIเบต้าภาษาอังกฤษ 14 กันยายน 2026ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ; ยังไม่ประกาศภาษาไทยในรอบนี้
Live Rewind และ Siri Recapเบต้าภาษาอังกฤษภายในปลายปีSeries 12 หรือ Ultra 4 จับคู่ iPhone 16 หรือใหม่กว่าที่รองรับ Apple Intelligence ยกเว้น iPhone 16e; ไม่เปิดในสหภาพยุโรปช่วงแรก
Health โฉมใหม่และ Health Ageภายในปลายปี เริ่มภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence; Health Age ต้องมี Apple Watch; Labs เริ่มในสหรัฐฯ
Apple Pencil รุ่น USB-C บน iPhone Duoภายในปลายปีต้องรอการเปิดรองรับเพิ่มเติม

อุปกรณ์เสริม รุ่น Hermès และสิ่งแวดล้อม

Apple เปิดตัวเคสและสายคล้องใหม่สำหรับ iPhone รวมถึงเคส Folio พร้อมขาตั้งของ iPhone Duo

iPhone Duo กางจอพร้อมเคส Folio สีน้ำตาลที่พับฝาหลังเป็นขาตั้ง
เคส Folio ของ iPhone Duo พับเป็นขาตั้งสำหรับวางเครื่องขณะกางจอได้

เคส Duo มีแบบสองชิ้นและแบบ Folio ซึ่งพับเป็นขาตั้งได้ รองรับ MagSafe และการชาร์จ Qi2 ส่วนอุปกรณ์เสริม iPhone 18 Pro มีเคส TechWoven ราคา 2,290 บาท เคสใสและเคสซิลิโคนราคา 1,990 บาท กระเป๋าสตางค์ FineWoven ราคา 2,290 บาท สายคล้องข้อมือ 990 บาท และสายสะพาย 2,290 บาท

iPhone Duo ใส่เคสสีครีมแบบสองชิ้น แสดงด้านหน้าและด้านหลังขณะพับเครื่อง
เคสแบบสองชิ้นแยกปกป้องด้านหน้าและด้านหลังของ iPhone Duo

ส่วนนาฬิกามีสาย Sport, Nike และสายสำหรับ Ultra สีใหม่

สาย Ultra มี Trail Loop และ Alpine Loop สีใหม่ ส่วน Ocean Band เปลี่ยนเป็นซิลิโคนโปร่งแสง ส่วน Milanese Loop เพิ่มสีเรเดียนท์โกลด์และดาร์กบรอนซ์ และ Modern Buckle ปรับวัสดุทอกับชิ้นส่วนโลหะสีทอง

พร้อม Series 12 รุ่น Hermès ไทเทเนียมเรเดียนท์โกลด์ สาย Rocabar Club และ Ultra 4 รุ่น Hermès ที่มีสาย Grand H กับหน้าปัด Wonder

Rocabar Club ใช้ลวดลายทอที่อ้างอิงงานขี่ม้าของ Hermès ส่วน Grand H ผลิตจากไทเทเนียมและขยายเพื่อสวมทับชุดดำน้ำได้ หน้าปัด Wonder แสดงฉากใต้ทะเล 4 แบบที่เปลี่ยนตามการหมุน Digital Crown

ด้านสิ่งแวดล้อม Apple ระบุว่าสินค้าใหม่ใช้วัสดุรีไซเคิลรวม 35% ใน iPhone Duo, 40% ใน iPhone 18 Pro, Series 12 รุ่นอะลูมิเนียมและไทเทเนียม และ AirPods 5 และ 45% ใน Ultra 4

พร้อมใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษจากเส้นใยทั้งหมด เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030

การผ่อน Trade In และบริการเสริม

Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro และ Pro Max มีตัวเลือกผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน โดยขึ้นอยู่กับบัตรเครดิตและเงื่อนไขที่ร่วมรายการ ส่วน Apple Trade In ให้เครดิต 4,700–30,000 บาทสำหรับ iPhone 13 หรือใหม่กว่าที่เข้าเกณฑ์ มูลค่าจริงขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพเครื่อง จึงไม่ควรนำยอดสูงสุดไปหักจากราคาขายของทุกเครื่องทันที

AppleCare+ เพิ่มความคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น ตกกระแทกหรือของเหลว พร้อมบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อความจุเหลือต่ำกว่า 80% ตามเงื่อนไขแผน การซ่อมจากอุบัติเหตุยังอาจมีค่าบริการ และราคาแผนขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เลือก

iCloud+ เริ่มต้น 35 บาทต่อเดือน เพิ่มพื้นที่เก็บรูป วิดีโอ และไฟล์ พร้อมฟีเจอร์อย่างซ่อนอีเมล Private Relay และการสร้างกิจกรรมใน Apple Invites แชร์การสมัครสมาชิกกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นได้สูงสุด 5 คน โดยแต่ละฟีเจอร์มีเงื่อนไขการรองรับต่างกัน

มุมมองจาก TechCatchUp

iPhone Duo เป็นไฮไลต์ของงานนี้ จอพับเปิดทางให้ใช้งาน iPhone ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดสองแอปคู่กันบนจอใหญ่ แต่ราคาก็สูงพอที่จะต้องคิดให้ดีว่าจะได้ใช้จอพับบ่อยแค่ไหน ถ้าใช้งานส่วนใหญ่บนจอเดียวและให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพ iPhone 18 Pro ที่เพิ่มกล้องปรับรูรับแสงอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

AirPods 5 ดูน่าสนใจในแง่ความคุ้มค่า เพราะมี ANC มาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ส่วน Apple Watch รุ่นใหม่เพิ่มข้อมูลการนอน การออกกำลังกาย และการฟื้นตัวให้ดูประกอบกันได้ละเอียดขึ้น ประโยชน์จึงอยู่ที่การนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับกิจวัตรของตัวเอง มากกว่าดูคะแนนแล้วจบไปในแต่ละวัน

ฟีเจอร์ AI หลายอย่างยังต้องรอเปิดใช้ และไม่ได้รองรับทุกภาษาพร้อมกัน ก่อนซื้อจึงควรเช็กความสามารถที่ต้องการให้แน่ใจ โดยเฉพาะคนที่หวังใช้ Siri หรือฟีเจอร์สรุปบทสนทนาเป็นเหตุผลหลักในการเปลี่ยนเครื่อง

ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner