Samsung ประกาศวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนจอพับ Galaxy Z series รุ่นใหม่ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ นำโดย Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 พร้อมสมาร์ตวอตช์ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ในบางประเทศ ก่อนขยายการวางจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าสามารถเริ่มรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Samsung.com และ Samsung Experience Store

ยอดจองทั่วโลกเพิ่มกว่า 30% เกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี
Samsung ระบุว่า ยอดสั่งจองล่วงหน้าของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันก่อนหน้า
สี Graphite เป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold8 ส่วน Galaxy Z Flip8 มีสี Pink เป็นตัวเลือกยอดนิยม ขณะที่สีพิเศษบน Samsung.com ได้แก่ Green Shadow, Pistachio และ Mint ได้รับความนิยมสูงสุดในแต่ละรุ่นในกลุ่มลูกค้าอายุ 15–34 ปี ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของยอดสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ของ Samsung
ในเกาหลีใต้ ยอดสั่งจองตลอดช่วง 7 วันอยู่ที่ 1.44 ล้านเครื่อง สูงสุดเป็นประวัติการณ์และทำลายสถิติเดิมในรอบ 7 ปี โดย Galaxy Z Fold8 ได้รับความนิยมมากที่สุด คิดเป็น 70% ของยอดจองทั้งหมด
Galaxy Z Fold8 ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย The all-new Galaxy Fold8 ทำยอดสั่งจองสูงสุดในพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ไม่เคยใช้สมาร์ตโฟนจอพับมาก่อน
สีที่ได้รับความนิยมในไทย ได้แก่ Lavender, Cream และสีพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ Pistachio ส่วนโปรโมชันสั่งจองล่วงหน้า “New Joy is Calling!” จะสิ้นสุดวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตรวจสอบเงื่อนไขได้ ที่นี่
Galaxy Z Series ใหม่ กับประสบการณ์จอพับ 3 รูปแบบ
สมาร์ตโฟน Galaxy Z series เจเนอเรชันใหม่ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ด้านสมาร์ตโฟนจอพับตลอด 7 เจเนอเรชัน โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบการใช้งาน ได้แก่ Galaxy Z Fold8 สำหรับการรับชมและใช้งานในชีวิตประจำวัน, Galaxy Z Fold8 Ultra สำหรับงานระดับสูงและการสร้างคอนเทนต์ และ Galaxy Z Flip8 สำหรับความคล่องตัวและการแสดงออกถึงตัวตน
Galaxy Z Fold8 เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
Galaxy Z Fold8 ใช้รูปทรงและสัดส่วนใหม่ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าจอด้านนอกกว้างขึ้น เหมาะสำหรับพิมพ์ข้อความ ท่องเว็บ และชมวิดีโอสั้น เมื่อกางเครื่องออกจะได้หน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 สำหรับอ่านเนื้อหา รับชมวิดีโอ หรือเล่นเกม
Gemini Notebook ช่วยรวบรวมโน้ต รูปภาพ ไฟล์เสียง และเอกสารไว้ในพื้นที่ทำงานเดียว ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 201 กรัม เบาที่สุดในตระกูล Galaxy Z Fold พร้อมใช้เทคโนโลยี Flex Titanium เพิ่มความแข็งแรง ทำให้โครงสร้างหน้าจอบางลง ทนทานขึ้น และช่วยลดการมองเห็นรอยพับ
Galaxy Z Fold8 Ultra แตกต่างอย่างไร?
Galaxy Z Fold8 Ultra นำมาตรฐาน Ultra มาสู่สมาร์ตโฟนจอพับเป็นครั้งแรก โดยรวมพื้นที่ทำงานแบบแท็บเล็ต ระบบกล้องความละเอียดสูง และประสิทธิภาพสำหรับงานสร้างสรรค์ไว้ในอุปกรณ์เดียว
หน้าจอหลักมีขนาด 8 นิ้ว รองรับการทำงานหลายแอปพร้อมกัน พร้อมฟีเจอร์ Now Nudge ซึ่งสามารถแนะนำขั้นตอนการทำงานถัดไปผ่านแอปที่รองรับ
กล้องหลักมีความละเอียด 200MP รองรับ HDR ในโหมด 200MP และมีกล้อง Ultra-wide 50MP สำหรับภาพมุมกว้างและภาพมาโคร ส่วนฟีเจอร์ Dual Recording สามารถบันทึกเหตุการณ์พร้อมปฏิกิริยาของผู้ถ่าย ขณะที่ My FanCam ช่วยติดตามวัตถุและจัดเฟรมโดยอัตโนมัติ โดยทั้งสองฟีเจอร์รองรับ Galaxy Z Fold8 Ultra, Fold8 และ Flip8
ตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W ใช้ระบบระบายความร้อนกราไฟต์ขนาดใหญ่ขึ้น มีความบาง 4.1 มม. เมื่อกางออก และน้ำหนัก 215 กรัม
Galaxy Z Flip8 มีจุดเด่นอะไรบ้าง?
Galaxy Z Flip8 เป็นสมาร์ตโฟนตระกูล Flip ที่บางที่สุดของ Samsung โดยปรับปรุง FlexWindow ให้เข้าถึงแอป ข้อมูลสำคัญ และระบบช่วยเหลืออัจฉริยะจากหน้าจอด้านนอกได้โดยตรง
ฟีเจอร์ Now Brief ช่วยสรุปข้อมูลตามตารางเวลา กิจวัตร และความสนใจของผู้ใช้ ส่วน Gemini สามารถเรียกผ่านปุ่มด้านข้างหรือคำสั่งเสียงจาก FlexWindow
กล้องได้รับการอัปเกรดเป็น 50MP ทำงานร่วมกับ ProVisual Engine และ FlexCam เพื่อให้ถ่ายภาพ ดูตัวอย่าง และแชร์คอนเทนต์จากมุมต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 จัดการสุขภาพจากข้อมือ

Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 นำข้อมูลกิจกรรมประจำวันมาประมวลผลเป็นคำแนะนำด้านสุขภาพ พร้อมออกแบบให้สวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สมาร์ตวอตช์ทั้งสองรุ่นใช้ Snapdragon Wear Elite Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน พร้อม AI Ecosystem สำหรับเชื่อมโยงการทำงานกับสมาร์ตโฟน Galaxy
Galaxy Watch Ultra2 สำหรับกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง
Galaxy Watch Ultra2 ออกแบบสำหรับกีฬาเอ็กซ์ตรีมและกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้ตัวเรือนขนาด 47 มม. แบตเตอรี่ 800mAh และหน้าจอที่มีความสว่างสูงสุด 5,000 nits
ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียม มีโหมด Trail Run และผ่านมาตรฐาน IP69K, 10 ATM และ EN 13319 สำหรับความทนทาน การกันน้ำ และการใช้งานกลางแจ้ง
Galaxy Watch9 เน้นการติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวัน
Galaxy Watch9 มีขนาด 40 มม. และ 44 มม. ใช้ตัวเรือนอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอสว่างสูงสุด 3,000 nits
ฟีเจอร์สุขภาพประกอบด้วยการติดตามสัญญาณชีพ (Vitals), คะแนนสุขภาพหัวใจ (Heart Health Score), ภาระการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอรายวัน (Daily Cardio Load), ดัชนีความฟิต (Fitness Index) และการติดตามด้านการได้ยิน (Hearing)
สีและราคา Galaxy Z Fold8 Ultra ในประเทศไทย
Galaxy Z Fold8 Ultra มีสี Violet Shadow, Graphite, Cream และสีพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ Green Shadow
- 12GB/256GB ราคา 69,900 บาท
- 12GB/512GB ราคา 77,900 บาท
- 16GB/1TB ราคา 93,900 บาท
สีและราคา Galaxy Z Fold8
Galaxy Z Fold8 มีสี Lavender, Graphite, Cream และสีพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ Pistachio
- 12GB/256GB ราคา 61,900 บาท
- 12GB/512GB ราคา 69,900 บาท
- 16GB/1TB ราคา 85,900 บาท
สีและราคา Galaxy Z Flip8
Galaxy Z Flip8 มีสี Pink, Graphite, Cream และสีพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ Mint
- 12GB/256GB ราคา 42,900 บาท
- 12GB/512GB ราคา 50,900 บาท
ราคา Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9
Galaxy Watch Ultra2 รุ่น LTE ขนาด 47 มม. มีสี Titanium Silver และ Titanium Gray ราคา 25,900 บาท
Galaxy Watch9 ขนาด 40 มม. มีสี Graphite และ Cream รุ่น Bluetooth ราคา 12,900 บาท ส่วนรุ่น LTE ซึ่งจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ราคา 13,900 บาท
Galaxy Watch9 ขนาด 44 มม. มีสี Graphite และ Silver รุ่น Bluetooth ราคา 14,900 บาท ส่วนรุ่น LTE ซึ่งจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ราคา 15,900 บาท
โปรโมชันสั่งจองล่วงหน้าถึง 13 สิงหาคม 2569
ข้อเสนอ “New Joy is Calling!” ประกอบด้วยส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 8,000 บาท โดยรุ่นความจุ 1TB ลด 8,000 บาท ส่วนความจุ 512GB ลด 4,000 บาท และเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ระบุส่วนลด 4,000 บาทสำหรับ Fold8 Ultra และ Fold8 ตามรุ่นและเงื่อนไขที่กำหนด
โปรเก่าแลกใหม่ให้ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 11,000 บาทสำหรับรุ่น 1TB ส่วนรุ่น 512GB, 256GB และ Galaxy Z Flip8 ทุกความจุ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 8,000 บาท
ลูกค้ายังได้รับอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว โดย Galaxy Z Flip8 รับอะแดปเตอร์ 25W ส่วน Fold8 Ultra และ Fold8 รับอะแดปเตอร์ 45W มูลค่าสูงสุด 1,090 บาท พร้อมสิทธิ์ซื้อ Galaxy Watch หรือ Galaxy Buds ในราคาลด 30%
ผู้ถือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8% และผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน หรือเลือก SPayLater รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทเมื่อซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท พร้อมผ่อน 0% สูงสุด 12 เดือน นอกจากนี้ยังใช้ Samsung Rewards สูงสุด 500 คะแนน แลกรับส่วนลดมูลค่า 4 เท่า รวมสูงสุด 2,000 บาท
Smart Switch และ Quick Share ช่วยให้ย้ายมาใช้ Galaxy ง่ายขึ้น
Smart Switch เวอร์ชันใหม่รองรับการโอนย้ายข้อมูลเพิ่มเติม เช่น รหัสผ่าน พาสคีย์ ประวัติการโทร การตั้งค่าการช่วยการเข้าถึง และข้อมูล eSIM ช่วยลดขั้นตอนการตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่
Quick Share รุ่นใหม่รองรับการทำงานร่วมกับ AirDrop ทำให้สามารถแชร์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ iOS และ Galaxy ได้ทั้งสองทิศทาง
Samsung Care+ และเมนูดูแลอุปกรณ์ใน One UI 9
Samsung Care+ ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุ การขยายระยะเวลาประกัน และบริการจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนเมนู Warranty and care ใน One UI 9 จะรวมข้อมูลสถานะการรับประกันและการวินิจฉัยอุปกรณ์ไว้ในจุดเดียว
ลูกค้าที่ซื้อสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ผ่าน Samsung.com และสมัคร Samsung Care+ แบบรายเดือน จะได้รับการยกเว้นค่าบริการในช่วง 3 เดือนแรกตามเงื่อนไข ตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองได้ ที่นี่




มุมมองจาก TechCatchUp
การเพิ่ม Galaxy Z Fold8 เข้ามาเป็นตัวเลือกกึ่งกลางระหว่าง Fold8 Ultra และ Flip8 ทำให้ไลน์อัปสมาร์ตโฟนจอพับของ Samsung แบ่งกลุ่มผู้ใช้ได้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การใช้งานทั่วไป งานระดับมืออาชีพ ไปจนถึงผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและดีไซน์
ยอดสั่งจองที่ Samsung ระบุว่าเพิ่มขึ้นกว่า 30% แสดงให้เห็นว่าตลาดสมาร์ตโฟนจอพับยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะเมื่อรุ่นใหม่ลดน้ำหนัก เพิ่มความทนทาน และปรับสัดส่วนหน้าจอให้ใช้งานได้ใกล้เคียงสมาร์ตโฟนทั่วไปมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาตัวเครื่องยังอยู่ในระดับสูง โปรโมชัน ส่วนลด Trade-in และบริการหลังการขายจึงยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



