HomeLifestyleTripsเมืองอะบาชิริตั้ง “ยูจิ โฮริอิ” ผู้ให้กำเนิด Dragon Quest เป็นทูตท่องเที่ยว หลังเกมสืบคดีปี 1984 ช่วยปลุกกระแสเมืองให้คึกคัก

เมืองอะบาชิริตั้ง “ยูจิ โฮริอิ” ผู้ให้กำเนิด Dragon Quest เป็นทูตท่องเที่ยว หลังเกมสืบคดีปี 1984 ช่วยปลุกกระแสเมืองให้คึกคัก

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ยูจิ โฮริอิ (Yuji Horii) ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ RPG ชื่อดังอย่าง Dragon Quest ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ทูตการท่องเที่ยวเมืองอะบาชิริ” (Abashiri City’s Tourism Ambassador) ทว่าเหตุผลของการมอบตำแหน่งนี้ไม่ใช่ผลงาน Dragon Quest แต่เป็นเกมแนวสืบสวนคดีฆาตกรรมที่เขาทำไว้ตั้งแต่ปี 1984 อย่าง The Hokkaido Serial Murder Case: The Okhotsk Disappearance

เมืองอะบาชิริซึ่งถูกใช้เป็นฉากในบางช่วงของเรื่อง มองว่าเกมต้นฉบับในปี 1984 รวมถึงเวอร์ชันรีเมคที่วางจำหน่ายในปี 2024 อย่าง The Hokkaido Serial Murder Case The Okhotsk Disappearance ~Memories in Ice, Tearful Figurine~ มีส่วนสำคัญต่อการท่องเที่ยวของท้องถิ่น จึงมอบตำแหน่งดังกล่าวให้กับ Horii

The Hokkaido Serial Murder Case เป็นเกมลำดับที่สองใน “ไตรภาค Mysteries” ของ Horii โดยอยู่ระหว่าง The Portopia Serial Murder Case (1983) ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ ฮิเดโอะ โคจิมะ (Hideo Kojima) หัวเรือใหญ่ของ Kojima Productions ตัดสินใจเข้าสู่วงการพัฒนาเกม และ Karuizawa Yūkai Annai (1985)

ทั้งสามเกมมีฉากอยู่ในจังหวัดของญี่ปุ่น โดย The Portopia Serial Murder Case มีฉากหลักในเมืองโกเบ (พร้อมบางส่วนในเกียวโตและซูโมโตะ) ขณะที่ The Hokkaido Serial Murder Case อยู่ในฮอกไกโดฝั่งตะวันออก (รวมถึงเมืองอย่าง คุชิโระ อะบาชิริ ชิเระโทะโกะ และมมเบ็ตสึ) ส่วน Karuizawa Yūkai Annai มีฉากในเมืองตากอากาศคะรุอิซะวะ จังหวัดนากาโนะ

กลับมาที่เมืองอะบาชิริ นับตั้งแต่ The Hokkaido Serial Murder Case ออกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1984 ก็มีแฟนจำนวนมากเดินทางไปยังเมืองนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อไปตามรอย “สถานที่จริง” ที่ปรากฏในเกม ส่งผลให้เมืองพยายามหาแนวทางต่อยอดความนิยมที่มีมายาวนานนี้ในหลายรูปแบบ

หนึ่งในตัวอย่างคือรถไฟท่องเที่ยวของ JR Hokkaido ที่มีชื่อว่า “Ryuhyo Monogatari” ซึ่งมีคอลแลบกับ The Hokkaido Serial Murder Case นอกจากนี้ “ตุ๊กตานิปโปโปะ” (Nippopo Doll) ซึ่งเป็นไอเท็มสำคัญในเกม ยังกลายเป็นของฝากยอดนิยมที่ขายดีในหมู่นักท่องเที่ยว

สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แบบเต็มอิ่ม ยังสามารถเข้าร่วมทัวร์แฟนมีตติ้งที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมทัวร์ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองอะบาชิริ และความเชื่อมโยงกับ The Hokkaido Serial Murder Case โดย Horii และสมาชิกทีมผู้สร้างคนอื่น ๆ เคยเข้าร่วมหนึ่งในทัวร์ปี 2024 เพื่อร่วมฉลองการวางจำหน่ายเวอร์ชันรีเมคด้วย

หลังได้รับหนังสือแต่งตั้งให้เป็นทูตท่องเที่ยวเมืองอะบาชิริ และนามบัตรทางการที่ระบุตำแหน่งของตน Horii ได้กล่าวความรู้สึกไว้ว่า

“ไม่มีอะไรทำให้ผมดีใจไปกว่าการได้ยินว่าเกมผจญภัยช่วยฟื้นชีวิตให้กับพื้นที่หนึ่งได้ ผมตื่นเต้นมากที่แฟน ๆ เดินทางมาและช่วยอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นกันจำนวนมาก การได้ยินว่าเกมที่ผมพัฒนามีประโยชน์ได้หลากหลายแบบ ‘อย่างการมอบความสุขให้ทุกคน’ ทำให้ความพยายามทั้งหมดคุ้มค่า”

Horii ยังเล่าถึงความทรงจำในอดีตตอนเริ่มต้นทำเกมผจญภัยในฮอกไกโดเมื่อปี 1983 โดยบอกว่าจุดหมายปลายทางสุดท้ายคือเมืองอะบาชิริ ที่นั่นเขาได้ไปเยี่ยมชมเรือนจำอะบาชิริ (Abashiri Prison) และพบกับตุ๊กตานิปโปโปะ ซึ่งต่อมากลายเป็นไอเท็มชิ้นสำคัญใน The Hokkaido Serial Murder Case: The Okhotsk Disappearance

เขาเสริมว่าเมื่อกลับมาเยือนอะบาชิริอีกครั้งในช่วงทำรีเมค ก็รู้สึกสนใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย เพราะในครั้งแรกที่ไปนั้นยังไม่มีพิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ (The Abashiri Prison Museum) ให้เข้าชมเหมือนปัจจุบัน และเมื่อได้ไปร่วมทัวร์แฟนมีตติ้งครั้งก่อน เขาก็ได้เห็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยงาม รวมถึงพูดถึงอาหารในเมืองที่ “อร่อยมาก” พร้อมบอกว่าบรรยากาศของอะบาชิริเหมือนสถานที่ในฝัน และเขามองว่าเป็นเมืองที่ยอดเยี่ยม

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner