ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี AI กลายเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญที่สุดของสมาร์ตโฟน Galaxy โดยเฉพาะในงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูล Galaxy S และ Galaxy Z สองเจเนอเรชันหลังสุด ที่ Samsung ให้ความสำคัญกับการนำเสนอความสามารถด้าน AI อย่างชัดเจน ในฐานะฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกและง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์ในแต่ละรุ่นกลับมีไม่มากนัก จนทำให้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเริ่มกังวลว่า ในอนาคต Samsung อาจเรียกเก็บเงินสำหรับฟีเจอร์ AI เหล่านี้ ซึ่งถูกใช้เป็นจุดขายหลักของอุปกรณ์มาตั้งแต่ต้น
ก่อนหน้านี้ Samsung เคยระบุว่า Galaxy AI จะให้ใช้งานแบบ “ฟรีถึงปี 2025” โดยไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น คำกล่าวดังกล่าวกลายเป็นข่าวใหญ่ และสร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ Galaxy จำนวนมาก ที่เริ่มพึ่งพาฟีเจอร์ AI เหล่านี้ในการใช้งานประจำวัน
ล่าสุด Samsung ได้ออกมาชี้แจงแนวทางในอนาคตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ Galaxy AI โดยมีการอัปเดตข้อความกำกับในหน้าเว็บไซต์ Galaxy AI ระบุว่า “ฟีเจอร์ Galaxy AI พื้นฐานที่ Samsung ให้บริการ จะสามารถใช้งานได้ฟรี โดยในอนาคตอาจมีฟีเจอร์ขั้นสูงหรือบริการใหม่ ๆ ที่เปิดให้ใช้งานในรูปแบบมีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปสำหรับฟีเจอร์ AI ที่ให้บริการโดยบุคคลที่สาม”
Samsung ส่งสัญญาณ อาจคิดค่าบริการ Galaxy AI ขั้นสูงในอนาคต
จากข้อความดังกล่าว สะท้อนว่า Samsung มีแนวโน้มจะพัฒนาและผลักดันฟีเจอร์ AI ขั้นสูงมากขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มความฉลาดและความสะดวกให้กับสมาร์ตโฟน Galaxy อย่างไรก็ตาม บริษัทก็เปิดช่องไว้อย่างชัดเจนว่า ฟีเจอร์ AI บางส่วน โดยเฉพาะฟีเจอร์ขั้นสูงหรือเฉพาะทาง อาจถูกนำเสนอในรูปแบบบริการที่มีค่าใช้จ่ายในภายหลัง
Samsung ระบุเพิ่มเติมว่า “Galaxy AI ฟีเจอร์พื้นฐาน หมายถึงบริการที่อยู่ภายใต้หมวด ‘Advanced Intelligence’ ตามเงื่อนไขการให้บริการของ Samsung ในปัจจุบัน”

ภายใต้หมวด Advanced Intelligence ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ถือเป็นฟีเจอร์พื้นฐานและให้ใช้งานฟรี ประกอบด้วยเครื่องมือด้านการสื่อสาร เช่น Live Translate, Interpreter, Chat Assist และ Transcript Assist รวมถึงฟีเจอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่าง Note Assist, Writing Assist, Browsing Assist, Now Brief และ Photo Assist
แม้ Samsung จะยืนยันแล้วว่าฟีเจอร์ Galaxy AI พื้นฐานเหล่านี้จะยังคงให้ใช้งานฟรีอย่างไม่มีกำหนด แต่การเปิดทางสำหรับการเก็บค่าบริการฟีเจอร์ AI ในอนาคต ก็อาจเป็นสัญญาณของทิศทางใหม่ในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ซึ่งผู้ผลิตรายอื่น ๆ อาจเดินตามแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะในยุคที่ AI กลายเป็นจุดขายหลักของอุปกรณ์
นอกจากนี้ Samsung ยังระบุด้วยว่า ฟีเจอร์บางอย่างที่ขับเคลื่อนด้วย Google Gemini เช่น Gemini Live จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ฟีเจอร์ AI ที่ให้บริการโดยบุคคลที่สาม” ซึ่งหมายความว่า เงื่อนไขการใช้งานและค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างจากฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ Samsung พัฒนาเอง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



