Infinix เปิดตัว Infinix XPAD 30 Pro ในไทย แท็บเล็ตจอ 11 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รีเฟรชเรต 90Hz ใช้ชิป MTK Helio G200 Ultimate พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยจัดการเอกสาร แปลภาษา และจดโน้ต มาพร้อมคีย์บอร์ด X Keyboard 11 และโปรโมชันแถมปากกาจำนวนจำกัด
Infinix XPAD 30 Pro มีสเปกอะไรบ้าง?
หน้าจอขนาด 11 นิ้วรองรับความละเอียด 2.5K และรีเฟรชเรต 90Hz พร้อมฟังก์ชันถนอมสายตา ส่วนชิป MTK Helio G200 Ultimate เป็นซีพียู 8 คอร์ ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ XOS 16 รองรับการเปิดหลายแอปพร้อมกันและสลับงานระหว่างแอป
ตัวเครื่องมีพื้นที่เก็บข้อมูล 128GB และ RAM 6GB ซึ่งเพิ่มได้อีก 6GB ผ่านฟังก์ชันผสานหน่วยความจำ รวมเป็น 12GB โดย Infinix ระบุว่าสามารถเล่น RoV, Free Fire และ PUBG Mobile ที่กราฟิกระดับกลางถึงสูงได้ พร้อมระบบเสียง DTS 3D Surround Sound สำหรับเล่นเกมและดูคอนเทนต์

ตัวเครื่องบาง 6.6 มม. น้ำหนัก 476 กรัม ใช้แบตเตอรี่ 8,200mAh โดย Infinix ระบุว่าดูวิดีโอออนไลน์ต่อเนื่องได้นานกว่า 20 ชั่วโมง และฟังเพลงออนไลน์ได้สูงสุด 160 ชั่วโมง
Infinix XPAD 30 Pro มี AI อะไรบ้าง?
ฟีเจอร์ AI-Powered ของแท็บเล็ตรุ่นนี้ครอบคลุมงานเอกสาร การแปลภาษา และการจดโน้ต โดยมีฟังก์ชันหลักดังนี้
- สแกนเอกสารด้วย AI ตรวจจับขอบเอกสารอัตโนมัติ ปรับภาพเอียงให้ตรง และปรับภาพให้อ่านง่ายขึ้น
- แปลภาษาด้วย 2 นิ้ว โดยไม่ต้องสลับไปใช้แอปอื่น
- AI Caption ถอดเสียงและแปลเป็นคำบรรยายบนหน้าจอขณะดูคอนเทนต์บน YouTube และ TikTok แบบเรียลไทม์
- AI Note รวม AI Writing, AI Art และ AI Screen Recognition เมื่อใช้ร่วมกับปากกา ช่วยเกลาข้อความและลายมือ ปรับลายเส้น และแปลงภาพสเก็ตช์เป็นภาพศิลปะ
คีย์บอร์ดและโปรโมชันปากกา

Infinix จัดชุดคีย์บอร์ด X Keyboard 11 มาให้ใช้งานคู่กัน โดยระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 43 วัน และมีปุ่มลัดเรียกผู้ช่วย AI-Powered ในสัมผัสเดียว ส่วนปากกามีโปรโมชันแถมฟรีจำนวนจำกัดสำหรับการซื้อทั้งทางออนไลน์และหน้าร้าน จนกว่าของจะหมด

ช่องทางจำหน่ายและสีตัวเครื่อง
แท็บเล็ตรุ่นนี้วางจำหน่ายในไทยแล้ว ราคา 9,499 บาทตามที่ Infinix ประกาศ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Twilight Purple, Titanium Silver และ Anthracite Grey
ช่องทางออนไลน์ที่ Infinix ระบุ ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ส่วนหน้าร้านมีที่ BaNANA, Jaymart, IT City และ TG Fone ทั่วประเทศ
มุมมองจาก TechCatchUp
จุดที่น่าสนใจของแท็บเล็ตรุ่นนี้คือการให้คีย์บอร์ดมาคู่กับเครื่อง ทำให้สลับจากการดูคอนเทนต์ไปพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น ขณะที่น้ำหนัก 476 กรัมและความบาง 6.6 มม. ก็ช่วยให้พกไปทำงานนอกบ้านได้คล่องตัวกว่าการถืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ไปทุกครั้ง
ฟีเจอร์สแกนเอกสาร แปลภาษา และจดโน้ตด้วย AI เชื่อมกับงานที่ต้องเจอในแต่ละวันได้ชัด เช่น การเก็บเอกสารให้อ่านง่ายหรือจดเนื้อหาจากสิ่งที่กำลังดูอยู่ ทำให้จอใหญ่มีประโยชน์ต่อทั้งการอ่านและจัดการงานต่อในเครื่องเดียว
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



