Apple เปิดตัว iPad mini รุ่นใหม่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026 เปลี่ยนมาใช้จอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว พร้อมชิป A20 Pro ตัวเครื่องบางลงเหลือ 5.4 มม. และกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP67 ราคาไทยเริ่มต้น 24,900 บาท
รุ่นนี้ยังเพิ่มตัวเลือกจอ Nano-texture กล้องหน้าแนวนอน ระบบเสียง Acoustic Display และการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวลือเรื่องจอ OLED และชิป A20 Proออกมาแล้ว ครั้งนี้ Apple ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ โดย Dave Pakula รองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple ระบุว่าการปรับดีไซน์ จอ และความทนทานเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับแท็บเล็ตขนาดพกพารุ่นนี้
iPad mini บาง 5.4 มม. พร้อมกันน้ำ IP67
ตัวเครื่องบางและเบากว่ารุ่นก่อนหน้า ออกแบบให้ถืออ่านหนังสือ ทำงานระหว่างเดินทาง หรือใช้งานด้วยมือเดียวได้สะดวก มีให้เลือกสองสี ได้แก่ มิดไนท์และสตาร์ไลท์
อีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP67 ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานนอกอาคารในวันที่ฝนตกหรืออ่านหนังสือริมสระว่ายน้ำ



จอ OLED 8.5 นิ้ว เพิ่มตัวเลือก Nano-texture
จอ Super Retina XDR ใช้เทคโนโลยี OLED ควบคุมแสงแยกแต่ละพิกเซลเพื่อแสดงสีดำได้สนิท พร้อมรองรับขอบเขตสีกว้าง P3 ขนาดจอเพิ่มเป็น 8.5 นิ้วในขนาดตัวเครื่องเท่าเดิม โดยขอบจอบางลง 24% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ความสว่างสูงสุดเพิ่มเป็น 2 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า อยู่ที่ 1,200 นิต และความสว่างเต็มหน้าจอสำหรับ SDR และ HDR อยู่ที่ 600 นิต มีอัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 ส่วนความสว่างต่ำสุดลดได้ถึง 1 นิตสำหรับการใช้งานในที่มืด
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกจอ Nano-texture ช่วยลดแสงสะท้อนในที่สว่าง เช่น การตัดต่องานกลางแจ้งหรือใช้งานภาคสนาม


A20 Pro เพิ่มประสิทธิภาพ AI สูงสุด 4.5 เท่า
ชิป A20 Pro ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร ใช้แพ็กเกจชิปรูปแบบใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากชิปซีรีส์ M พร้อม GPU 7 คอร์ที่มี Neural Accelerator ในแต่ละคอร์ Apple ระบุว่างาน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รองรับทั้งโมเดลในแอปสร้างสรรค์และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ทำงานบนเครื่อง
ด้านกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า พร้อม Dynamic Caching การให้แสงเงาแบบเมชและเรย์เทรซซิ่งที่เร่งด้วยฮาร์ดแวร์ ส่วน CPU มีสูงสุด 6 คอร์ ให้ประสิทธิภาพแบบหลายเธรดเร็วขึ้นสูงสุด 60% ช่วยงานปรับแต่งภาพและสลับใช้หลายแอป
เฉพาะรุ่นความจุ 512GB มี Neural Engine แบบคู่ ชุดละ 16 คอร์ รวม 32 คอร์ ให้พลังประมวลผลมากกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุด 2 เท่า สำหรับงานในแอปอย่าง Draw Things และ Detail ส่วนแบนด์วิดท์หน่วยความจำแบบรวมของ A20 Pro เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า รองรับงานกราฟิกและ AI ที่ใช้ทรัพยากรมากขึ้น


เสียง Acoustic Display และกล้องหน้าแนวนอน
ระบบเสียง Acoustic Display ใช้วูฟเฟอร์ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับจอภาพ เพื่อเพิ่มเสียงเบสและระดับความดัง ขณะที่ทวีตเตอร์ซ่อนอยู่ระหว่างกระจกกับตัวเครื่องอะลูมิเนียมเพื่อให้เสียงแหลมชัดขึ้น โครงสร้างแบบปิดผนึกยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ตัวเครื่องผ่านมาตรฐาน IP67
กล้องหน้า Center Stage ความละเอียด 12MP ย้ายมาอยู่บนขอบแนวนอนสำหรับ FaceTime และประชุมวิดีโอ ส่วนกล้องหลังไวด์ 12MP รองรับ Smart HDR 4 และวิดีโอ 4K สูงสุด 60 fps พร้อมเพิ่มแฟลช True Tone ที่ปรับตามสภาวะสำหรับถ่ายภาพและสแกนเอกสาร

ชิป N1 และโมเด็ม C2 เพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อ
ชิปเครือข่ายไร้สาย N1 รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread พร้อมปรับประสิทธิภาพบนเครือข่าย Wi-Fi ย่าน 5GHz รวมถึงความเสถียรของ AirDrop และ AirPlay
รุ่น Wi-Fi + Cellular ใช้โมเด็ม C2 ที่ Apple ระบุว่าถ่ายโอนข้อมูลผ่านเซลลูลาร์ได้เร็วขึ้นสูงสุด 50% และประหยัดพลังงานกว่ารุ่นก่อนหน้า ขณะที่ iPadOS 27 ช่วยให้สลับระหว่าง Wi-Fi กับเซลลูลาร์ได้ต่อเนื่องขึ้น รุ่นนี้ยังใช้ eSIM สำหรับเพิ่มหรือโอนย้ายแผนบริการแบบดิจิทัล

iPadOS 27 ปรับ Liquid Glass และการทำงานหลายแอป
iPadOS 27 ปรับการตอบสนอง ความเสถียร และการใช้งาน พร้อมเพิ่มแถบเลื่อนปรับความโปร่งใสของ Liquid Glass ในการตั้งค่า ส่วนการขยายพื้นที่ทำงานไปยังจอภายนอกรองรับเมื่อใช้ iPadOS 27.2 เพื่อจัดการหน้าต่างแอปหลายหน้าต่าง
เครื่องมือสำหรับผู้ปกครองช่วยจัดการเนื้อหาที่บุตรหลานมองเห็น บุคคลที่ติดต่อได้ และช่วงเวลาที่เข้าถึงแอป พร้อมมีข้อมูลแนะนำการเริ่มใช้งานผ่านเว็บไซต์ของ Apple
Smart Folio ผ้า TechWoven และ Apple Pencil
Smart Folio ใหม่ใช้โครงสร้างสองชิ้น ยึดติดกับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กและปรับมุมมองได้ ผลิตจากผ้า TechWoven มีสีกรมท่าและสีน้ำตาลอมเทา
ด้านปากการองรับทั้ง Apple Pencil (USB-C) สำหรับจดโน้ตและสเก็ตช์ภาพ และ Apple Pencil Pro ที่รองรับการบีบ การหมุนปลาย และค้นหาตำแหน่งผ่านแอปค้นหาของฉัน อุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยกต่างหาก


วัสดุรีไซเคิลและการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม
Apple ระบุว่า iPad mini ใช้วัสดุรีไซเคิลรวม 35% โดยตัวเครื่องใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และแบตเตอรี่ใช้โคบอลต์รีไซเคิล 100% ส่วนการผลิตตลอดซัพพลายเชนใช้พลังงานหมุนเวียน 40% เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์
ตัวเครื่องออกแบบให้ทนทานและซ่อมแซมได้ พร้อมคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยทางเคมี บรรจุภัณฑ์กระดาษทำจากเส้นใย 100% และออกแบบให้รีไซเคิลได้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดการดำเนินงานของ Apple ภายในปี 2030
ราคา iPad mini และกำหนดวางจำหน่าย
iPad mini มีความจุ 128GB, 256GB และ 512GB ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น Wi-Fi อยู่ที่ 24,900 บาท ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular เริ่มต้น 30,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้น 23,090 บาท
Apple ประกาศเปิดสั่งจองใน 35 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกา และจะเริ่มจัดส่งพร้อมวางจำหน่ายผ่าน Apple Store และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเร็ว ๆ นี้ ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ iPad mini ในไทยยังระบุให้ตรวจสอบวันวางจำหน่ายอีกครั้งภายหลัง
Smart Folio ผ้า TechWoven ราคา 2,990 บาท ขณะที่ Apple Pencil Pro ราคา 4,490 บาท หรือ 4,090 บาทสำหรับการศึกษา ส่วน Apple Pencil (USB-C) ราคา 2,990 บาท หรือ 2,590 บาทสำหรับการศึกษา
ผู้ซื้อสามารถเลือก AppleCare+ ซึ่งครอบคลุมอุบัติเหตุ เช่น ตกกระแทกและของเหลวหกใส่ บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และความช่วยเหลือเร่งด่วนจากผู้เชี่ยวชาญ รายละเอียดอยู่ที่เว็บไซต์ AppleCare นอกจากนี้ยังนำ iPad เดิมมาแลกเครดิตซื้อเครื่องใหม่ผ่าน Apple Store Online แอป Apple Store หรือ Apple Store ได้ โดยตรวจมูลค่าและเงื่อนไขที่Apple Trade In
มุมมองจาก TechCatchUp
จอ OLED ที่ใหญ่ขึ้นในขนาดตัวเครื่องเท่าเดิมทำให้การอ่าน ดูภาพ และจดโน้ตมีพื้นที่มากขึ้นโดยยังถือใช้งานด้วยมือเดียวได้ ส่วน Nano-texture และการกันน้ำช่วยให้แท็บเล็ตขนาดเล็กใช้งานนอกบ้านได้หลากหลายขึ้น เป็นการปรับที่สัมพันธ์กับจุดเด่นเรื่องพกพาของรุ่นนี้โดยตรง
อีกจุดที่น่าสนใจคือรุ่น 512GB มี Neural Engine แบบคู่ ทำให้ความต่างระหว่างรุ่นครอบคลุมทั้งพื้นที่เก็บข้อมูลและงาน AI บนเครื่อง ขณะที่กล้องหน้าแนวนอนกับการต่อจอภายนอกช่วยขยายการใช้งานจากการอ่านหรือดูวิดีโอ ไปสู่งานประชุมและทำงานหลายแอปได้ดียิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



