Tesla เปิดตัว Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series อย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโก โดยเป็นรุ่นฐานล้อยาวของ Model Y ที่มาพร้อมห้องโดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อมเบาะแถวที่สองแบบ Captain Seat และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ได้รับการอัปเกรดหลายรายการ


การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นการทำตลาด Model Y L ในสหรัฐฯ หลังจากรถรุ่นดังกล่าววางจำหน่ายในประเทศจีนมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ Tesla ประเทศไทย ก็ได้นำ Model Y L Premium เข้ามาจำหน่ายก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน
ราคาในสหรัฐฯ ใกล้เคียงกับประเทศไทย
Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series เปิดราคาในสหรัฐฯ ที่ 61,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.05 ล้านบาท) ส่วนในประเทศไทย Model Y L Premium รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มีราคาอยู่ที่ 1.999 ล้านบาท ทำให้ระดับราคาของทั้งสองตลาดอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน แม้รายละเอียดอุปกรณ์และโครงสร้างภาษีของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน
เปิดตัวหลัง Tesla ยุติการจำหน่าย Model X
การมาของ Model Y L ในสหรัฐฯ มีขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลัง Tesla ยุติการจำหน่าย Model X ซึ่งเป็น SUV ขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียวของบริษัท ทำให้ Model Y L เข้ามาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรถ SUV ไฟฟ้าที่มีพื้นที่โดยสารมากขึ้น แต่ยังคงมีขนาดกะทัดรัดกว่า Model X
สมรรถนะ
Model Y L มาพร้อมสมรรถนะที่ยังคงโดดเด่นตามสไตล์ Tesla
- อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ภายใน 4.4 วินาที
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 325 ไมล์ (ประมาณ 523 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จ
ห้องโดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง
Tesla ออกแบบห้องโดยสารใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
แถวหน้า

- เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ
- ที่รองต้นขาปรับไฟฟ้า
แถวที่สอง

- เบาะ Captain Seat แยกอิสระ 2 ที่นั่ง
- ระบบทำความร้อนและระบายอากาศ
- ที่วางแขนปรับไฟฟ้า
- พับเบาะด้วยปุ่มเดียว
แถวที่สาม

- ระบบทำความร้อน
- ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า
- พับเบาะด้วยปุ่มเดียว
- รองรับการติดตั้งเบาะนั่งเด็ก
พื้นที่เก็บสัมภาระใหญ่ขึ้น
Model Y L มีพื้นที่เก็บสัมภาระรวมสูงสุด 89 ลูกบาศก์ฟุต
แม้นั่งครบทั้ง 6 คน ก็ยังสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้ว และ 20 นิ้วได้อย่างละ 1 ใบ ขณะที่ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ยังสามารถใส่กระเป๋าขนาด 20 นิ้วได้อีก 1 ใบ รวมถึงรองรับสัมภาระขนาดใหญ่ เช่น จักรยาน และสโนว์บอร์ด
อัปเกรดช่วงล่างและความสะดวกสบาย
Tesla เพิ่มการปรับปรุงหลายด้าน ได้แก่
- ระบบไหลเวียนอากาศใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพและระยะทางวิ่ง
- กระจก Acoustic Glass ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก
- ช่วงล่างใหม่พร้อมระบบ Adaptive Damping
- ยางหน้า-หลังขนาดต่างกัน (Staggered Tires) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
- ประตูท้ายขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มทัศนวิสัยด้านหลัง
- กระจกโดยสารขนาดใหญ่ขึ้น ให้ผู้โดยสารทุกแถวมองเห็นวิวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีภายใน
ภายในห้องโดยสารติดตั้งอุปกรณ์ใหม่หลายรายการ ได้แก่
- หน้าจอสัมผัสขนาด 16 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหน้า
- หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง
- ระบบเสียง Tesla Audio ลำโพง 19 ตัว
- แท่นชาร์จไร้สายกำลัง 50W พร้อมระบบระบายความร้อน
- พอร์ตชาร์จสำหรับผู้โดยสารทุกแถว
- รองรับระบบ Full Self-Driving (Supervised)
- ผสานการทำงานกับ Grok AI
รุ่น Launch Series เพิ่มอุปกรณ์เฉพาะรุ่น
รถล็อตแรกที่ส่งมอบในสหรัฐฯ จะเป็น Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series ซึ่งมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมจากรุ่นปกติ ได้แก่
- ไฟส่องพื้นบริเวณประตู
- แผงคอนโซลหน้าหุ้มวัสดุหนังกลับ
- ตราสัญลักษณ์ Launch Series ทั้งภายนอกและภายใน
- ชุดพรมปูพื้น
- แผ่นกันรอยชายประตู
สิทธิพิเศษสำหรับ Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series
นอกจากอุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะรุ่นแล้ว Tesla ยังมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series ได้แก่
- ใช้งาน Full Self-Driving (Supervised) ฟรี นาน 12 เดือน
- ใช้งาน Supercharging ฟรี นาน 12 เดือน
- เลือก สีตัวถัง ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- เลือก สีภายในห้องโดยสาร ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- เลือกชุดล้อได้ฟรี ระหว่าง
- ล้อ 19 นิ้ว Machina 2.0 Wheels
- ล้อ 20 นิ้ว Uberhelix Wheels
- แถม Mobile Charger และ Outlet Adapter ภายในชุดส่งมอบรถ


เริ่มส่งมอบช่วงกันยายน–ตุลาคมนี้
Tesla ระบุว่าจะเริ่มส่งมอบ Model Y L (Long Wheelbase) รุ่น Launch Series ให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาช่วง เดือนกันยายน–ตุลาคม 2026
การเปิดตัวครั้งนี้ช่วยเติมเต็มไลน์อัป SUV ของ Tesla ในตลาดสหรัฐฯ หลังการยุติจำหน่าย Model X พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการรถ SUV ไฟฟ้าแบบ 3 แถว 6 ที่นั่งที่มีพื้นที่โดยสารมากขึ้น โดยยังเพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับลูกค้าล็อตแรก ทั้ง FSD (Supervised), Supercharging ฟรี 12 เดือน และตัวเลือกการตกแต่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม




ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



