กระแสกังวลเรื่องราคาของคอนโซลยุคถัดไปเริ่มชัดเจนขึ้น หลัง Sony เพิ่งปรับขึ้นราคา PlayStation 5 และ PlayStation 5 Pro ในหลายตลาด โดยมีนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเครื่องรุ่นใหม่อย่าง PS6 และ Project Helix ของฝั่ง Xbox อาจมีราคาเปิดตัวแตะระดับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงกว่านั้น
รายงายจาก GamesRadar+ ที่ไปพูดคุยกับนักวิเคราะห์หลายคนเกี่ยวกับทิศทางของตลาดคอนโซล หลังการปรับราคา PS5 รอบล่าสุดสร้างแรงกดดันต่อความคาดหวังของผู้บริโภค ในเครื่องรุ่นถัดไปอย่างเห็นได้ชัด
รายงานระบุว่า Mat Piscatella จาก Circana มองว่าการขึ้นราคาครั้งนี้ของ Sony ถือว่ารุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อ PS5 รุ่นมาตรฐานมีแนวโน้มขยับขึ้นอีก 100 ดอลลาร์ และรุ่น Pro เพิ่มขึ้น 150 ดอลลาร์ ยิ่งทำให้คำถามเรื่อง “คอนโซลเจเนอเรชันถัดไปจะราคาเท่าไร” กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นทันที
อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาต้นทุนหน่วยความจำที่ยังไม่คลี่คลาย โดยก่อนหน้านี้ Lin Tao ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของ Sony ที่เคยส่งสัญญาณตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ว่า บริษัทเตรียมรับมือกับวิกฤตต้นทุนหน่วยความจำไว้แล้ว
ทางด้าน Dr. Serkan Toto นักวิเคราะห์และที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมเกม ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า Sony อาจเลือกใช้วิธี “ขึ้นราคาครั้งใหญ่ครั้งเดียว” ไปก่อน แล้วค่อยเปิดทางให้มีการทำโปรโมชันหรือส่วนลดภายหลัง หากสถานการณ์ต้นทุนดีขึ้นในอนาคต
หากต้นทุน DRAM และ VRAM ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าทั้ง Sony และ Microsoft จะต้องเจอกับความท้าทายในการตั้งราคาคอนโซลใหม่ เพราะเครื่องอย่าง PS6 และ Project Helix ที่ลือกันว่าอาจเปิดตัวในช่วงปลายปี 2027 น่าจะต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากเพื่อรองรับเกมรุ่นใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม
Dr. Toto ประเมินว่า หากปัจจัยอย่างภาษีนำเข้ายังคงอยู่ ราคา 999 ดอลลาร์สำหรับ PS6 อย่างน้อยหนึ่งรุ่น “ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้” ขณะที่ Joost van Dreunen นักวิเคราะห์อีกคนก็ให้มุมมองไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าหากปัญหาหน่วยความจำยังลากยาว “คอนโซลราคา 1,000 ดอลลาร์อาจกลายเป็นเรื่องปกติ” ของตลาด
ฝั่ง Xbox เองก็มีสัญญาณที่ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าราคาอาจสูงไม่แพ้กัน เพราะ Sarah Bond อดีตผู้บริหารของ Microsoft ที่เคยระบุว่าเครื่องรุ่นใหม่จะเป็นฮาร์ดแวร์ระดับพรีเมียมและเป็นเครื่องระดับสูง ซึ่งสะท้อนว่าตัวฮาร์ดแวร์อาจถูกวางตำแหน่งให้ใกล้เคียงพีซีมากขึ้น และอาจไม่ใช่เครื่องที่บริษัทจะยอมขายขาดทุนเหมือนยุคก่อน
ในอดีตผู้ผลิตคอนโซลมักยอมแบกรับต้นทุนฮาร์ดแวร์บางส่วน แล้วไปหวังทำรายได้คืนจากยอดขายเกมและบริการเสริมภายหลัง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้นทุนชิ้นส่วนและแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น กลยุทธ์แบบเดิมอาจทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
อีกด้านหนึ่ง Nintendo ยังตัดสินใจตรึงราคา Switch 2 ตามที่ประกาศไว้ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากภาษีนำเข้าในช่วงก่อนเปิดตัว แต่สินค้าอื่นบางรายการกลับไม่โชคดีแบบเดียวกัน ทำให้ภาพรวมของตลาดคอนโซลตอนนี้เต็มไปด้วยความผันผวนเรื่องราคาแทบทุกค่าย
นอกจากความเสี่ยงเรื่องราคาที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีอีกแนวโน้มที่ถูกพูดถึงเช่นกัน คือการเลื่อนกำหนดวางจำหน่ายของ PS6 และ Project Helix ออกไป หากผู้ผลิตมองว่าต้นทุนในช่วงเปิดตัวสูงเกินกว่าจะตั้งราคาให้ผู้เล่นส่วนใหญ่เข้าถึงได้ง่าย
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางส่วนก็เริ่มตั้งคำถามว่า ต่อให้เครื่องใหม่แรงขึ้นจริง ผู้เล่นจะยอมจ่ายเพิ่มมากขนาดนั้นหรือไม่ หากประสิทธิภาพที่ได้ยังไม่มากพอจะโน้มน้าวให้เจ้าของ PS5 หรือ Xbox Series X|S รู้สึกว่าจำเป็นต้องอัปเกรดตั้งแต่ช่วงเปิดตัว
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทั้งหมด ก็สะท้อนชัดว่าความกังวลเรื่องราคาของคอนโซลรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการคาดเดาของผู้เล่นเท่านั้น แต่เริ่มกลายเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมจับตาอย่างจริงจังแล้ว
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



