BMW เดินหน้าทดลองใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในโรงงานผลิตรถยนต์ในยุโรปเป็นครั้งแรก โดยบริษัทได้เริ่มโครงการนำร่องที่โรงงานในเมืองไลพ์ซิก ประเทศเยอรมนี เพื่อทดสอบการนำหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาช่วยงานในสายการประกอบรถยนต์
ก่อนหน้านี้ BMW เคยทดลองใช้งานหุ่นยนต์ลักษณะเดียวกันมาแล้วที่โรงงานในเมืองสปาร์ตันเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐฯ เป็นระยะเวลา 10 เดือน โดยใช้หุ่นยนต์ Figure 02 ของบริษัท Figure AI ทำงานวันละสูงสุด 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งหุ่นยนต์สามารถช่วยในงานที่ต้องใช้แรงมาก เช่น การวางชิ้นส่วนโลหะสำหรับกระบวนการเชื่อม และมีส่วนช่วยในการผลิตรถยนต์กว่า 30,000 คัน
BMW ระบุว่าจุดประสงค์ของการใช้งานหุ่นยนต์ไม่ใช่เพื่อแทนที่แรงงานมนุษย์ แต่เพื่อรับผิดชอบงานที่ซ้ำซากหรือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของพนักงาน
สำหรับการทดสอบในยุโรปครั้งนี้ BMW เลือกใช้หุ่นยนต์ AEON ที่พัฒนาโดย Hexagon Robotics โดยจะนำไปช่วยงานในสายประกอบและกระบวนการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง โดยในช่วงเริ่มต้นจะมีการใช้งานเพียงไม่กี่หน่วย และทำงานร่วมกับพนักงานและระบบอัตโนมัติที่มีอยู่เดิม
ผู้บริหารของ BMW มองว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ “Physical AI” เข้ามาใช้ในโรงงานถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในอนาคต โดยแนวโน้มนี้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Tesla, Mercedes และ Hyundai ต่างก็ให้ความสนใจกับการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในภาคการผลิตเช่นกัน
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดการณ์ว่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 155 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2050 โดยคาดว่าจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต
อย่างไรก็ตาม การนำหุ่นยนต์มาใช้งานในระดับเต็มรูปแบบยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานเข้ากับกระบวนการผลิตเดิม และการพิสูจน์ว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



