Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับกระแสความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์ โดยเขามองว่าความกังวลเหล่านี้ “มองโลกในแง่ร้ายเกินไป” และไม่สอดคล้องกับทิศทางที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไป
Altman ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ซึ่งเขาเน้นย้ำว่า เป้าหมายหลักของ OpenAI ไม่ใช่การแทนที่มนุษย์ แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วย “เสริมและยกระดับ” ความสามารถของมนุษย์
กระแส AI ทำคนกังวล หลังหลายบริษัทเริ่มปลดพนักงาน
ความคิดเห็นของ Altman เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการปลดพนักงาน และบางกรณีก็มีการเชื่อมโยงโดยตรงกับการนำ AI เข้ามาใช้งาน
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงคือบริษัท King ผู้พัฒนาเกม Candy Crush Saga ซึ่งมีรายงานว่าได้ปลดพนักงานบางส่วน หลังจากพนักงานได้พัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถสร้างด่านในเกมได้เอง
ขณะเดียวกัน มุมมองที่ต่างออกไปจาก Altman ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นในวงการ โดย Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เคยให้สัมภาษณ์ว่า AI อาจสามารถเขียนโค้ดแทบทั้งหมดได้ภายในเวลา 6 ถึง 12 เดือน ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับแรงงานในสายงานเทคโนโลยี
Altman มองต่าง เชื่อ AI จะเปลี่ยนรูปแบบงาน ไม่ใช่แทนที่
Altman ไม่เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด โดยเขาเชื่อว่า AI จะเข้ามา “เปลี่ยนรูปแบบงาน” มากกว่าทำให้คนตกงาน
เขามองว่าในอนาคต ผู้คนจะปรับตัวไปสู่การทำงานที่มีความหมายและมีมูลค่าสูงขึ้น ขณะที่ AI จะเข้ามาช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนหรือใช้แรงงานหนัก
แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ว่า การปรับตัวจะเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดแรงงานในยุค AI ไม่ใช่การถูกแทนที่โดยตรง
อนาคตการทำงานที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพมากขึ้น
Altman ยังมองไปไกลกว่านั้นว่า AI อาจช่วยลดความจำเป็นของการทำงานหนักแบบเดิม ๆ เปิดโอกาสให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถโฟกัสกับสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตมากกว่า
แม้ในวงการเทคโนโลยีจะยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อแรงงาน แต่จุดยืนของ Altman ก็สะท้อนมุมมองเชิงบวก ที่มองว่า AI และมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้ มากกว่าการแข่งขันกันโดยตรง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



