คุนิฮิโกะ อิคุฮาระ (Kunihiko Ikuhara) ผู้กำกับอนิเมะชื่อดังจาก Sailor Moon R และ Revolutionary Girl Utena เปิดเผยว่า เขาไม่เคยมองผลงานของตัวเองว่าเป็นอนิเมะแนว “สาวน้อยเวทมนตร์” (Magical Girl) แม้จะถูกแฟน ๆ และสื่อจำนวนมากจัดให้อยู่ในหมวดหมู่นั้นมาโดยตลอด
หนึ่งในผลงานล่าสุดของอิคุฮาระที่แฟน ๆ หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือพอดแคสต์ชื่อ Ikuni to Unmei no Cinema Snack (The Cinema Snack-Bar of Destiny With Ikuni) ซึ่งเล่าเรื่องราวผ่านคอนเซ็ปต์เอเลียนสามตัวที่มารวมตัวกันพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ วิเคราะห์ธีม สัญลักษณ์ และบริบททางวัฒนธรรมของหนังทั้งกระแสหลักและสายเฉพาะกลุ่ม
ในตอนหนึ่งของพอดแคสต์ที่เผยแพร่เมื่อปีที่ผ่านมา เหล่า “เอเลียนทั้งสาม” ได้นำภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกอย่าง Suspiria (1977) มาวิเคราะห์ผ่านกรอบคิดของแม่มดและแนวสาวน้อยเวทมนตร์แบบญี่ปุ่น และเมื่อพูดถึงแนวนี้ในภาพรวม ผลงานของอิคุฮาระอย่าง Sailor Moon และ Revolutionary Girl Utena ก็มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างสำคัญอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ตัวอิคุฮาระเองกลับยืนยันว่า เขาไม่เคยมองว่าอนิเมะเรื่องใดที่เขาทำเป็นงานในแนวสาวน้อยเวทมนตร์เลย แม้แต่ Sailor Moon ก็ตาม

แล้วอิคุฮาระนิยาม “สาวน้อยเวทมนตร์” ไว้อย่างไร ผู้กำกับรายนี้อธิบายว่า รากฐานของแนวนี้สามารถสืบย้อนกลับไปถึงซิตคอมแฟนตาซีของอเมริกาอย่าง Bewitched ซึ่งนำแนวคิดของเวทมนตร์ที่มีด้านมืด มาเล่าในรูปแบบชีวิตประจำวันเบาสมอง ต่อมาความพยายามในการสร้างเรื่องราวลักษณะเดียวกันสำหรับกลุ่มเด็ก ส่งผลให้เกิดอนิเมะ Sally the Witch ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนว “Majokko” หรือแม่มดน้อย และพัฒนาแตกแขนงออกไปหลากหลายรูปแบบตลอดช่วงเวลากว่า 50 ปี
เมื่อเปรียบเทียบกับ Puella Magi Madoka Magica ที่แทบจะกลายเป็นคำพ้องความหมายของแนวสาวน้อยเวทมนตร์ในญี่ปุ่น อิคุฮาระมองว่างานที่สืบทอดมาจาก Sally the Witch มักเป็นผลงานที่ “เบา สบาย และสนุก” โดยมีเป้าหมายหลักคือเด็กผู้หญิง ขณะเดียวกัน เขาก็ยอมรับว่าแนวคิดดั้งเดิมของเวทมนตร์และแม่มดนั้นมีความมืดมนอยู่ในตัวเอง ซึ่งทำให้ Madoka Magica อาจถูกมองว่าเป็นการพาแนวนี้ “กลับไปสู่รากเหง้า” อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อิคุฮาระมองว่าน่าสนใจที่สุดของแนวสาวน้อยเวทมนตร์ คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กผู้หญิงสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติและก้าวขึ้นมาเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องได้ ไม่ต่างจากซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Superman เขาอธิบายว่า ความรู้สึกยิ่งใหญ่จากการได้ครอบครองพลังที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่มี เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจเด็กผู้หญิงอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคทศวรรษ 1960–1970 ซึ่งเส้นทางชีวิตของผู้หญิงยังมีตัวเลือกจำกัดกว่าปัจจุบัน การได้เห็นตัวละครหญิงใช้เวทมนตร์จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในยุคนั้น

เมื่อถูกถามถึง Sailor Moon โดยตรง อิคุฮาระย้ำอีกครั้งว่า เขาไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นอนิเมะแนวสาวน้อยเวทมนตร์ แต่ใกล้เคียงกับแนว “Henshin Hero” มากกว่า ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผลงานอย่าง Kamen Rider หรือ Super Sentai เขาระบุว่า ตนมักถูกเรียกว่าเป็นผู้กำกับที่เก่งในการทำอนิเมะแนวสาวน้อยเวทมนตร์ ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาไม่เคยทำงานในแนวนี้เลยแม้แต่เรื่องเดียว และมองว่านี่เป็นการเหมารวมที่ค่อนข้างรุนแรง
ในกรณีของ Revolutionary Girl Utena ที่มักถูกยกย่องว่าเป็นการบิดหรือเล่นกับขนบของแนวสาวน้อยเวทมนตร์ในโทนที่มืดกว่า อิคุฮาระอธิบายว่า แม้เรื่องนี้จะมีตัวละครที่ใช้พลังลักษณะคล้ายเวทมนตร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอนิเมะแนวสาวน้อยเวทมนตร์ เขาคาดว่าเหตุผลที่หลายคนตีความเช่นนั้นอาจมาจากการที่ธีมของแม่มดปรากฏอยู่ในเรื่อง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าไม่เคยมองว่า Utena เป็นสาวน้อยเวทมนตร์โดยตรง
ผลงานต้นฉบับอื่น ๆ ของอิคุฮาระอย่าง Mawaru Penguindrum และ Yuri Kuma Arashi ต่างมีตัวละครหญิงที่โดดเด่น ฉากแปลงร่าง และบรรยากาศเหนือจริงในแบบแฟนตาซี ซึ่งล้วนชวนให้นึกถึงขนบของแนวสาวน้อยเวทมนตร์ แต่จากมุมมองของผู้กำกับเอง เขาระบุชัดเจนว่า งานเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ตีความในฐานะอนิเมะแนวสาวน้อยเวทมนตร์แต่อย่างใด
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



