Final Fantasy VII Revelation จะเปิดให้ผู้เล่นเลือก Hard Mode ได้ตั้งแต่เริ่มเล่นครั้งแรก โดยไม่ต้องรอจบเนื้อเรื่องก่อน พร้อมเตรียมเนื้อหาหลังจบเกมที่หลากหลายไว้รองรับผู้เล่นที่ต้องการความท้าทายเพิ่มเติม
Naoki Hamaguchi (นาโอกิ ฮามากุจิ) ผู้กำกับเกม เปิดเผยกับ Hardcore Gamer ว่าทีมพัฒนาออกแบบประสบการณ์การเล่นระดับความยากสูงขึ้นใหม่ให้เข้ากับรูปแบบเกมของภาคนี้ ทำให้ Hard Mode ไม่ได้ทำงานเหมือนในภาคก่อนทุกประการ และผู้เล่นที่ต้องการเผชิญการต่อสู้ที่ท้าทายก็สามารถเลือกเล่นได้ตั้งแต่รอบแรก
เหตุผลที่เปิด Hard Mode ให้เลือกตั้งแต่ต้นเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลังจบเกมด้วย โดย Hamaguchi อธิบายว่า Revelation มีเนื้อหาส่วนนี้ให้เล่นอย่างหลากหลาย ต่างจาก Remake และ Rebirth ทีมพัฒนาจึงไม่ได้วางให้การกลับมาเล่น Hard Mode หลังจบเนื้อเรื่องเป็นความท้าทายหลักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้ผู้เล่นยังมีเนื้อหาใหม่และความท้าทายหลายรูปแบบให้ติดตามต่อหลังผ่านเรื่องราวหลักแล้ว
ด้านระยะเวลาเล่น Hamaguchi เคยเปิดเผยว่าเกมอาจใช้เวลาเล่นได้ราว 100 ชั่วโมง ส่วนประสิทธิภาพบนคอนโซลนั้น รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าจะมีโหมดภาพ 4K ที่ 60 FPS บน PS5 Pro
นอกจากนี้ ในบทสัมภาษณ์กับ PC Gamer ช่วงต้นเดือนตุลาคม Hamaguchi ยังเปิดเผยว่า Revelation จะเพิ่มช่วงที่ผู้เล่นได้ควบคุม Zack Fair (แซ็ก แฟร์) ตัวละครที่มีบทบาทขยายมากขึ้นจากในเกมภาคก่อน ๆ
ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2027 บน PS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S และ PC (Steam)
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



