Goro Abe (โกโร อาเบะ) อดีตผู้กำกับเกมซีรีส์ WarioWare เปิดเผยว่า การเปลี่ยนจากงานพัฒนาเกมที่ Nintendo มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ทำให้เขาได้ใกล้ชิดผู้เล่นรุ่นใหม่และมองการสร้างเกมจากมุมที่กว้างขึ้น พร้อมยืนยันว่ายังต้องการสร้างผลงานของตัวเอง รวมถึงประสบการณ์ที่เข้าถึงคนซึ่งไม่ได้เล่นเกมเป็นประจำ
ในการให้สัมภาษณ์กับ VGC นั้น Abe เล่าว่า การออกจาก Nintendo ช่วยให้เขาเข้าใจวิธีคิดของบริษัทและนักพัฒนารายอื่นมากขึ้น รวมถึงได้รู้จักวงการเกมอินดี้มากกว่าเดิม สำหรับเขา การได้เห็นมุมมองที่แตกต่างจากตอนทำงานอยู่ภายใน Nintendo ถือเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่การได้สังเกตว่าคนรุ่นใหม่มีปฏิสัมพันธ์กับเกมอย่างไร ก็เป็นหนึ่งในส่วนที่น่าสนใจที่สุดของงานสอน
ปัจจุบัน Abe เป็นอาจารย์ที่ Osaka Electro-Communication University สอนทั้งการออกแบบเกมและการนำการออกแบบเกมไปใช้แก้ปัญหาสังคม นอกจากการบรรยายให้นักศึกษาฟังแล้ว เขายังทำวิจัยเพื่อค้นหาประสบการณ์การเล่นรูปแบบใหม่ผ่าน Experimental Game Design Laboratory ของมหาวิทยาลัยด้วย
ประสบการณ์จาก WarioWare เป็นสิ่งที่เขานำมาใช้ในห้องเรียนได้โดยตรง เพราะการออกแบบมินิเกมที่เล่นจบอย่างรวดเร็วต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ภายใต้ข้อจำกัดหลายด้าน Abe ระบุว่าประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขาสอนนักศึกษาที่กำลังฝึกสร้างเกมและต้องรับมือกับข้อจำกัดของเกมลักษณะเดียวกันได้มาก

Abe ออกจาก Nintendo เมื่อต้นปี 2026 หลังทำงานกับบริษัทมานานกว่า 25 ปี เขาเข้าร่วมบริษัทในปี 1999 ทำหน้าที่ทั้งโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบ มีผลงานอย่าง Wario Land 4 ก่อนก้าวมาเป็นผู้กำกับซีรีส์ WarioWare โดยภาคล่าสุดที่เขากำกับคือ WarioWare: Move It! ซึ่งออกในปี 2023
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Abe อายุครบ 50 ปีและเริ่มทบทวนอนาคตของตัวเอง เขามองว่าการพัฒนาเกมแต่ละเกมใช้เวลามาก เมื่อพิจารณาจากอายุและเส้นทางอาชีพที่ผ่านมา จำนวนเกมที่เขาจะมีโอกาสสร้างต่อจากนี้จึงเหลือไม่มากนัก เขาจึงอยากท้าทายตัวเองด้วยงานที่ยังไม่เคยทำ และเลือกเข้าสู่อาชีพการสอน
อย่างไรก็ตาม การเป็นอาจารย์ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลิกสร้างเกม แม้ภาระงานในมหาวิทยาลัยจะทำให้ตอนนี้มีเวลาพัฒนาเกมไม่มาก แต่ Abe ยังคงคิดถึงผลงานชิ้นต่อไป และเริ่มมองถึงการทำสิ่งใหม่ร่วมกับคนในอุตสาหกรรมและนักพัฒนาที่รู้จัก โดยไม่ได้จำกัดความคิดไว้เฉพาะงานของมหาวิทยาลัย
สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกด้านคือ เขาไม่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทางธุรกิจแบบตอนอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ ทั้งการทำกำไร การขายให้ได้จำนวนมาก และการทำความเข้าใจคอนโทรลเลอร์เฉพาะหรืออุปกรณ์พิเศษ จึงอยากลองสร้างผลงานที่แตกต่างจากกรอบเดิมมากขึ้น
Abe ย้ำว่าเขาไม่ได้มองข้อจำกัดเหล่านั้นในแง่ลบ เพราะระหว่างทำงานในอุตสาหกรรม เขาสนุกกับการหาวิธีสร้างสรรค์ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว และเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของการพัฒนาเกมเชิงพาณิชย์ เพียงแต่ตอนนี้เขาสนใจทดลองวิธีทำงานแบบอื่นด้วย
“ผมรู้สึกว่าอยากสร้างสิ่งที่นอกกรอบมากขึ้นอีกหน่อย และทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจผ่านประสบการณ์นั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมหรือความบันเทิงรูปแบบอื่น” Abe กล่าว
สำหรับงานวิจัยในมหาวิทยาลัย เขามุ่งสร้างเกมในรูปแบบที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน เช่น การใช้คอนโทรลเลอร์เป็นอุปกรณ์รับคำสั่งพื้นฐาน แล้วทดลองว่าจากจุดเริ่มต้นนี้จะสร้างประสบการณ์ใหม่อะไรได้บ้าง
เป้าหมายของ Abe ยังครอบคลุมผู้คนที่ไม่ได้เป็นเกมเมอร์ด้วย เขาเชื่อว่าคนจำนวนมากมีปฏิสัมพันธ์กับเกมในรูปแบบต่าง ๆ จึงอยากสร้างประสบการณ์ที่ดึงดูดคนซึ่งไม่ได้สนใจเกมเป็นพิเศษ และอาจนำไปช่วยธุรกิจอื่นได้เช่นกัน
เขายกตัวอย่างการนำกลไกเกมไปประยุกต์ใช้ หรือ Gamification สำหรับบริษัทที่ไม่ได้พัฒนาเกม โดยเป้าหมายอาจเป็นการใช้พลังของเกมสร้างพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมรูปแบบใหม่ แทนที่จะสร้างเกมขึ้นมาเพื่อให้เป็นเกมเพียงอย่างเดียว
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



