Capcom ขายเกมได้รวม 36.86 ล้านชุดในช่วงเดือนเมษายน–กันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจาก 23.85 ล้านชุดในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายทั้งเกมใหม่และเกมเก่า โดยเฉพาะซีรีส์หลักของบริษัท ช่วยผลักดันกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจเกมให้เติบโต 66.7%
ตามรายงานผลประกอบการของ Capcom ล่าสุด ธุรกิจ Digital Contents ซึ่งเป็นธุรกิจหลักด้านวิดีโอเกม มีรายได้ในรอบครึ่งปีแรกของปีงบประมาณนี้ 8.5 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านเยน หรือราว 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เกมเก่าที่ยังสร้างยอดขายให้บริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Resident Evil Requiem ซึ่งวางจำหน่ายในปีงบประมาณก่อนหน้าและมียอดขายสะสมทะลุ 8 ล้านชุดแล้ว โดยมีกลยุทธ์ด้านราคาเป็นปัจจัยสนับสนุน ความนิยมของเกมยังช่วยหนุนยอดขายภาคก่อนหน้าอย่าง Resident Evil 4 และ Resident Evil 2 ให้เพิ่มขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน การประกาศส่วนเสริม Monster Hunter Wilds: Ascendance ช่วยกระตุ้นยอดขายเกมในซีรีส์ Monster Hunter ส่วน Devil May Cry 5 มียอดขายสะสมเกิน 14 ล้านชุด หลังขยายมาวางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2 ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ด้านเกมใหม่ Pragmata เกมยิงแนววิทยาศาสตร์ที่เปิดตัวเป็น IP ใหม่ของ Capcom ในเดือนเมษายน 2026 ทำยอดขายทั่วโลกไปแล้วกว่า 2.7 ล้านชุด เกมได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์และเปิดตัวด้วยยอดขายเกิน 1 ล้านชุดภายในเวลาเพียง 2 วัน ก่อนแตะ 2 ล้านชุดหลังวางจำหน่ายได้ราวสองสัปดาห์
อีกเกมที่ร่วมสร้างรายได้ในครึ่งปีแรกคือ Onimusha: Way of the Sword ภาคใหม่ที่แฟนซีรีส์รอคอย และเป็นการกลับมาของเกมภาคหลักในรอบ 20 ปี โดยทำยอดขายไปแล้วกว่า 1.7 ล้านชุดนับตั้งแต่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 4 กันยายน
สำหรับผลประกอบการรวมของ Capcom รายได้เพิ่มขึ้น 49% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 54.5% กำไรปกติ (Ordinary Profit) เพิ่มขึ้น 67.5% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 56.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากธุรกิจเกมแล้ว ธุรกิจศูนย์ความบันเทิงและธุรกิจเครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงก็มีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



