Goro Taniguchi ผู้กำกับอนิเมะชื่อดังจาก Code Geass, Planetes และ One Piece Film: Red แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่นระหว่างการบรรยายในมหาวิทยาลัย (อ้างอิง Bunshun Online) โดยเขามองว่าสังคมญี่ปุ่นที่กำลัง “ถูกทำให้สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น” ส่งผลกระทบต่อทั้งการสร้างสรรค์ผลงาน และโครงสร้างของอุตสาหกรรมอนิเมะในปัจจุบัน
Taniguchi อธิบายวิวัฒนาการของอนิเมะตั้งแต่ยุค Astro Boy ในช่วงทศวรรษ 1960 โดยแบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็น 8 ยุค พร้อมระบุว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมอยู่ใน “ยุคที่ 7” ซึ่งเป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตและคอมมูนิตี้ออนไลน์บูม ส่งผลให้ผู้สร้างต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขามองว่าปัญหาใหญ่ที่สุดในเวลานี้คือการเกิดขึ้นของสิ่งที่นักสังคมวิทยา Toshio Okada เรียกว่า “White Society” หรือสังคมที่มีความโปร่งใสและ “สะอาด” มากขึ้นจากอิทธิพลของสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย
เขาเน้นว่าคำว่า “White Society” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ แต่หมายถึงสังคมที่หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ให้ความสำคัญกับการอ่านบรรยากาศและการรักษาความกลมกลืนมากกว่าการแสดงออกที่แตกต่าง โดยเปรียบเทียบว่าคนญี่ปุ่นกำลังมีลักษณะคล้ายภาพจำของชาวเกียวโตที่สื่อสารอย่างอ้อมค้อม และให้ความสำคัญกับมารยาทเป็นอย่างมาก พร้อมชี้ว่าตัวละครเอกในนิยายแนว Narou-kei หรืออิเซไกจำนวนมากสะท้อนแนวคิดนี้เช่นกัน
Taniguchi มองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่เนื้อหาในอนิเมะ แต่ยังส่งผลต่อรูปแบบการผลิตด้วย เขาระบุว่าการแพร่หลายของอนิเมะแบบหนึ่งคอร์ (12–13 ตอน) ทำให้ระบบ Production Committee แข็งแกร่งขึ้น แต่ในอีกด้านกลับทำให้ระบบถ่ายทอดวิชาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องอ่อนแอลง ส่งผลให้การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่หยุดชะงัก ขณะเดียวกัน อิทธิพลของเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้เขียนต้นฉบับที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ผู้กำกับมีบทบาทในการกำหนดทิศทางงานสร้างได้น้อยลง

เขายังวิจารณ์ว่าปัจจุบันโปรดิวเซอร์มักเลือกทีมงานที่บริหารจัดการง่าย และสามารถถ่ายทอดผลงานต้นฉบับได้ตามมาตรฐาน โดยไม่ต้องเสนอไอเดียใหม่มากนัก ส่งผลให้ผู้สร้างที่มีความทะเยอทะยานและความคิดสร้างสรรค์สูงได้รับงานน้อยลง และบางส่วนตัดสินใจออกจากอุตสาหกรรมในที่สุด พร้อมสรุปว่ายุคปัจจุบันคือช่วงเวลาที่ “ผลกำไรถูกให้ความสำคัญเหนือวิสัยทัศน์ด้านความคิดสร้างสรรค์”
เมื่อพูดถึงอนาคต Taniguchi มองว่าอุตสาหกรรมกำลังจะก้าวเข้าสู่ “ยุคที่ 8” ในช่วงทศวรรษหน้า แม้อนิเมะญี่ปุ่นจะประสบความสำเร็จในระดับโลก แต่เขาเตือนว่าหากตลาดในประเทศยังมุ่งเน้นการทำกำไรระยะสั้นและผลิตคอนเทนต์ที่บริโภคได้รวดเร็วเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมทั่วไป ญี่ปุ่นอาจเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังพัฒนาความเร็วในการผลิตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม Taniguchi ปิดท้ายด้วยมุมมองเชิงบวกว่า อนิเมะจะยังคงมีอนาคต เพราะมนุษย์จะต้องการ “เรื่องราว” อยู่เสมอ เขาเชื่อว่าเรื่องเล่าช่วยให้ผู้คนเข้าใจโลกและผู้อื่น เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตัวละคร เชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัว และถ่ายทอดภูมิปัญญาจากอดีต ซึ่งเป็นบทบาทที่อนิเมะยังสามารถทำได้ต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



