Naoki Hamaguchi ผู้กำกับ Final Fantasy VII Rebirth ออกมายอมรับว่า หนึ่งในสิ่งที่เขารู้สึกเสียดายมากที่สุดเกี่ยวกับเกมภาคนี้ คือระบบ Trophy และเงื่อนไขการปลดล็อกบางส่วนที่ “หนักเกินไป” สำหรับผู้เล่นหลายคน พร้อมยืนยันว่า Final Fantasy VII Remake Part 3 จะมีการปรับสมดุลใหม่ให้ “สนุกกับการเก็บถ้วยมากขึ้น”
ทาง Hamaguchi ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Restart.run โดยเจ้าตัวอธิบายว่า ตอนพัฒนา Rebirth ทีมงานตั้งใจออกแบบเกมให้เป็นโลกกึ่ง Open World ที่เปิดอิสระให้ผู้เล่นเลือกทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามสไตล์ของตัวเอง แต่เมื่อระบบ Trophy ถูกผูกเข้ากับเงื่อนไข “ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ” ก็ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากรู้สึกกดดันแทนที่จะสนุกกับการสำรวจโลกของเกม
Hamaguchi ระบุว่า แม้เป้าหมายเดิมจะเป็นการเพิ่มอิสระในการเล่น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการสร้าง “แรงกดดันอีกแบบ” ให้กับผู้เล่นโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องการเก็บ Platinum Trophy ให้ครบทุกอย่าง
เขายังเผยอีกว่า Final Fantasy VII Remake Part 3 จะมีโลกที่หลากหลายและกิจกรรมจำนวนมากยิ่งกว่าเดิม แต่ทีมงานได้กลับมาทบทวนเรื่องการออกแบบ Trophy ใหม่ทั้งหมด โดยจะให้ความสำคัญมากขึ้นว่า “การปลดล็อก Trophy นั้นสนุกจริงหรือไม่” แทนที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกถูกบังคับให้เล่นในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่แฟนเกม คือการที่ Rebirth และ Remake บังคับให้ผู้เล่นต้องเล่นเกมซ้ำอย่างน้อย 2 รอบ หากต้องการ Platinum Trophy เพราะโหมด Hard จะปลดล็อกได้หลังเล่นจบครั้งแรกเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นที่อยากเก็บ Trophy ครบ ต้องเล่นเนื้อเรื่องหลักใหม่ทั้งเกมอีกครั้ง
ปัญหาของ Trophy ใน Rebirth ไม่ได้อยู่แค่ “จำนวนคอนเทนต์” ที่มากเกินไป แต่รวมถึงกิจกรรมบางส่วนที่ใช้เวลานานมาก เช่น VR Mission แบบ Boss Rush หรือมินิเกมที่ต้องทำคะแนนระดับสูงสุด ซึ่งทำให้ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยรู้สึกหมดแรงก่อนเล่นจบครบทุกอย่าง
ก่อนหน้านี้ Hamaguchi ก็เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่า Final Fantasy VII Remake Part 3 กำลังพัฒนาไปได้ดี และอยู่ในช่วงที่ตัวเกม “เกือบสมบูรณ์แล้ว” แม้ Square Enix จะยังไม่ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ตาม
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



