Bandai Namco Entertainment เตรียมยุติบริการออนไลน์ของ Synduality: Echo of Ada และเปลี่ยนเป็นเกมออฟไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2027 เป็นต้นไป โดยเวอร์ชันใหม่จะเน้นการต่อสู้กับศัตรูในเกมหรือ PvE และไม่มีการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นหรือ PvP อีกต่อไป ผู้เล่นบางส่วนจึงแสดงความสนใจกลับมาเล่น เพราะไม่ต้องเผชิญปัญหาถูกผู้เล่นคนอื่นโจมตีจนสูญเสียหุ่นยนต์และไอเทม
ตามกำหนดการที่บริษัทประกาศ การอัปเดตบริการออนไลน์จะสิ้นสุดลงหลังการอัปเดตที่วางไว้ในเดือนตุลาคม 2026 ส่วนวันปิดบริการและเปลี่ยนเป็นเวอร์ชันออฟไลน์ที่แน่นอนจะประกาศในเดือนมีนาคม 2027 เมื่อเปลี่ยนเป็นเวอร์ชันออฟไลน์แล้ว ฟีเจอร์ออนไลน์ทั้งหมดของเกมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
สำหรับผู้เล่นเดิม บริษัทจะเปิดให้โอนความคืบหน้าและไอเทมที่ซื้อไว้บางส่วนไปใช้ต่อในเวอร์ชันออฟไลน์ โดยมีกำหนดเปิดฟีเจอร์บันทึกข้อมูลเพื่อเตรียมโอนย้ายในเดือนธันวาคม 2026 และจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง ทั้งนี้ เงื่อนไขบนเว็บไซต์เกม ระบุว่า ผู้เล่นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เข้าเกม และทำขั้นตอนโอนย้ายให้เสร็จภายในช่วงเวลาที่กำหนด หากไม่ได้ดำเนินการจะต้องเริ่มเล่นเวอร์ชันออฟไลน์ด้วยเซฟใหม่
Synduality: Echo of Ada วางจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2025 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC (Steam) เป็นเกมยิงขับหุ่นยนต์แนว Extraction Shooter ที่ผู้เล่นต้องออกไปเก็บทรัพยากรและนำกลับมาให้สำเร็จ การเล่นรูปแบบเดิมเป็น PvPvE ซึ่งต้องรับมือทั้งศัตรูในเกมและผู้เล่นคนอื่น จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีและสูญเสียสิ่งของที่นำติดตัวไป
แม้ช่วงเปิดตัวจะได้รับความสนใจและเคยมีผู้เล่นพร้อมกันบน Steam สูงสุด 3,622 คน แต่เกมก็เผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องการต้องซื้อเกมก่อนเล่น เนื้อหาที่มีน้อย และ PvP ที่ทำให้ผู้เล่นเสียไอเทมเมื่อตาย อีกทั้งอุปกรณ์ที่แต่ละคนนำมาใช้ยังมีความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันมาก ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเสียงตอบรับที่ทำให้คะแนนรีวิวจากผู้เล่นบน Steam อยู่ในระดับ “Mixed”
การตัด PvP ออกจากเวอร์ชันออฟไลน์จึงได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่นจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่เคยหมดสนุกเพราะถูกผู้เล่นอื่นโจมตีจนเสียหุ่นยนต์ตัวโปรด หลายคนมองว่า PvP มีส่วนทำให้ความนิยมของเกมลดลงในช่วงแรก และเริ่มสนใจกลับมาเล่นเมื่อไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้
ผู้เล่นรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “สำหรับผู้เล่นกว่า 90% แล้ว PvP คือเหตุผลที่ทำให้เลิกเล่น จริง ๆ ควรเปิดโหมดออฟไลน์ให้เล่นเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอปิดบริการออนไลน์ด้วยซ้ำ มีคนอีกมากที่พร้อมเล่นถ้าไม่มี PvP การทำแบบนั้นอาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้เล่นได้”
ผู้เล่นอีกรายกล่าวว่า “ผมพูดมาตลอดว่าควรมี PvE ให้เล่นตั้งแต่แรก แต่ก็ไม่เคยทำสักที เวอร์ชันออฟไลน์ที่กำลังพัฒนาอยู่อาจทำให้จำนวนผู้เล่นพร้อมกันเพิ่มขึ้นมากก็ได้ ถ้าเป็นเวอร์ชันออฟไลน์ที่มีแต่ PvE ผมอยากเล่นแน่นอน”
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



