Nintendo เดินหน้าอัปเดตระบบของ Nintendo Switch 2 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ปล่อยเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 22.0.0 ให้กับทั้ง Nintendo Switch 2 และ Switch รุ่นแรก ซึ่งแม้ฝั่งเครื่องรุ่นเดิมจะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับ Switch 2 ถือว่าได้รับการอัปเดตที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า “Handheld Mode Boost”
ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกเพิ่มเข้ามาในเมนูการตั้งค่า และมีหน้าที่สำคัญคือทำให้เกมของ Nintendo Switch รุ่นแรก สามารถทำงานในโหมด Handheld บน Switch 2 ได้เสมือนกับกำลังรันอยู่ใน TV Mode ซึ่งโดยปกติแล้ว TV Mode จะมีประสิทธิภาพด้านกราฟิกและความละเอียดที่สูงกว่า
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ผู้เล่นจะสามารถสัมผัสคุณภาพภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนในเกมที่รองรับ แม้เกมเหล่านั้นจะไม่ได้รับการอัปเดตเฉพาะสำหรับ Switch 2 ก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อ Switch 2 มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 1080p เทียบกับ 720p ของเครื่องรุ่นเดิม ทำให้ภาพคมชัดและรายละเอียดดีขึ้นในโหมดพกพา
อย่างไรก็ตาม Nintendo ระบุว่าเมื่อเปิดใช้งาน Handheld Mode Boost แล้ว อาจมีบางฟังก์ชันในเกมที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากระบบจะจำลองการทำงานในลักษณะเดียวกับ TV Mode ผู้ใช้งานจึงควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมภายในตัวเครื่องก่อนใช้งาน

นอกจากฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว อัปเดตเวอร์ชัน 22.0.0 ยังเพิ่มความสามารถใหม่และปรับปรุงระบบในหลายส่วน เช่น
- เพิ่มระบบจดบันทึกเกี่ยวกับเพื่อนใน Friend List โดยข้อมูลจะไม่ถูกแสดงให้ผู้อื่นเห็น
- รองรับการดูและแก้ไขโน้ตผ่านแอป Nintendo Switch
- ปรับปรุงระบบ GameChat ให้สามารถเชิญเพื่อนได้สะดวกขึ้น และเพิ่มคุณภาพหน้าจอที่แชร์
- เพิ่มฟีเจอร์ควบคุมวิดีโอ เช่น การกรอไปข้างหน้าและย้อนกลับ 10 วินาที
- เพิ่มตัวเลือกการอัปโหลดข้อมูลจาก Album อัตโนมัติ
- รองรับภาษาเพิ่มเติมในระบบ Speech to Text
- เพิ่มระบบ Text-to-Speech ในหลายส่วนของเครื่อง
- แสดงรายละเอียดการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแยกตามประเภท
- เพิ่มการทดสอบเสียงสำหรับระบบ Linear PCM 5.1
- ปรับปรุงการตั้งค่า Airplane Mode ให้ควบคุม Bluetooth, Wi-Fi และ NFC ได้แยกกัน
- เพิ่มระบบแจ้งเตือน Parental Controls เมื่อมีการใส่ PIN สำเร็จ
- ปรับปรุงเสถียรภาพของระบบโดยรวม
ในขณะที่ฝั่ง Nintendo Switch รุ่นแรก จะได้รับเพียงการอัปเดตเล็กน้อย เช่น การเพิ่มระบบโน้ตเพื่อน และการปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ
การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของ Nintendo ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับการเล่นเกมย้อนหลัง (Backward Compatibility) บน Switch 2 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการยกระดับประสบการณ์ของเกมรุ่นเดิมให้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแพตช์เฉพาะจากผู้พัฒนา
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



