ข้อมูลใหม่จากบริษัท OpenMoney ซึ่งรวบรวมข้อมูลสภาพการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นจากผู้ใช้งานจริง ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริษัทเกมรายใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น Sony Interactive Entertainment, Capcom และ Nintendo โดยรายงานดังกล่าวเปรียบเทียบทั้งรายได้เฉลี่ยต่อปี ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา และระดับความพึงพอใจของพนักงาน
จากข้อมูลที่รวบรวมตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Sony Interactive Entertainment (SIE) กลายเป็นบริษัทที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงที่สุดในกลุ่ม ขณะเดียวกันยังมีจำนวนชั่วโมงโอทีเฉลี่ยต่อเดือนต่ำที่สุดอีกด้วย
อันดับรายได้เฉลี่ยของบริษัทเกมญี่ปุ่น
ตารางข้อมูลจาก OpenMoney จัดอันดับบริษัทเกมญี่ปุ่น 7 แห่งตามรายได้เฉลี่ยต่อปี พร้อมข้อมูลโอทีและความพึงพอใจของพนักงาน ดังนี้
- Sony Interactive Entertainment – รายได้เฉลี่ย 9.94 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 17.6 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 3.85
- Capcom – รายได้เฉลี่ย 8.40 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 3.83
- SEGA – รายได้เฉลี่ย 8.10 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 23.5 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 3.52
- Bandai Namco Entertainment – รายได้เฉลี่ย 7.95 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 28.3 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 3.89
- Nintendo – รายได้เฉลี่ย 7.64 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 27.2 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 3.48
- Konami Digital Entertainment – รายได้เฉลี่ย 7.11 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 24.2 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 2.83
- Square Enix – รายได้เฉลี่ย 6.87 ล้านเยนต่อปี โอทีเฉลี่ย 19 ชั่วโมงต่อเดือน คะแนนความพึงพอใจ 2.77
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า SIE มีทั้งรายได้เฉลี่ยสูงสุดและภาระโอทีต่ำที่สุดในกลุ่มบริษัทที่สำรวจ ขณะที่ Bandai Namco Entertainment กลับมีคะแนนความพึงพอใจของพนักงานสูงที่สุด แม้ว่าจะมีจำนวนชั่วโมงโอทีเฉลี่ยมากที่สุดในกลุ่มก็ตาม
Sony เตรียมขึ้นเงินเดือนเริ่มต้นในญี่ปุ่น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Sony เพิ่งเปิดเผยแผนปรับเพิ่มเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับพนักงานในญี่ปุ่น โดยค่าจ้างรายเดือนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 350–430 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,000-14,000 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของบริษัท และอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ Sony ในฐานะนายจ้างในอุตสาหกรรมเกม
รายได้ในอุตสาหกรรมเกมญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบอดีต
แม้ตัวเลขรายได้เฉลี่ยจะดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าค่าตอบแทนของนักพัฒนาเกมในญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
Sawaki Takeyasu อดีตนักพัฒนา Capcom ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานออกแบบตัวละครในเกม Devil May Cry และ Okami รวมถึงเป็นผู้กำกับเกม El Shaddai ได้เปิดเผยผ่าน X ว่าในช่วงต้นทศวรรษ 2000 รายได้ต่อปีของเขาที่ Capcom อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านเยนเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในปัจจุบันมาก
ตัวเลขดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก และยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าค่าตอบแทนในอุตสาหกรรมเกมของประเทศเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
นักพัฒนาเกมญี่ปุ่นส่วนใหญ่รายได้เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้รายงานจาก CESA ระบุว่าเกือบ 80% ของนักพัฒนาเกมในญี่ปุ่นกล่าวว่ารายได้ประจำปีของพวกเขาเพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้ค่าตอบแทนจะดีขึ้น แต่อุตสาหกรรมเกมญี่ปุ่นยังเผชิญความท้าทายในด้านอื่น เช่น การลดจำนวนการจ้างงานและการปรับโครงสร้างองค์กรในบางบริษัท
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมญี่ปุ่นในปัจจุบัน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งในด้านค่าตอบแทน การแข่งขันด้านบุคลากร และสภาพการทำงานของนักพัฒนาเกมในประเทศ
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



