รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นแนวโน้มใหม่ในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เริ่มใช้เวลาและเงินกับวิดีโอเกมน้อยลง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
เมื่อเดือนที่ผ่านมา The Wall Street Journal ได้รายงานผลการวิจัยตลาดที่พบว่า คนอเมริกันวัย 18-24 ปี ใช้จ่ายกับเกมน้อยลงถึง 13% ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์ก็ลดลงประมาณ 25% จากปีก่อนหน้า
แม้ว่าแนวโน้มในญี่ปุ่นจะไม่รุนแรงเท่าสหรัฐฯ แต่ข้อมูลจากบริษัทวิจัยการตลาด Intage (อ้างอิงจาก Toyo Keizai Online) ก็พบทิศทางที่คล้ายกัน โดยสัดส่วนของชาวญี่ปุ่นอายุ 15-19 และ 20-29 ปี ที่เล่นเกมอย่างน้อยปีละครั้ง มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2021 จนถึง 2024 โดยเฉพาะในกลุ่มวัย 20 ปีขึ้นไปที่ลดลงชัดเจน

ข้อมูลจากแผนกการตลาดของ SHIBUYA109 Entertainment ที่เก็บข้อมูลในปี 2023 ยังเผยว่า ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามชาวญี่ปุ่นอายุ 15-24 ปี ที่เล่นเกมเป็นประจำ มีเวลาเล่นเฉลี่ยวันละประมาณ 100 นาที และใช้จ่ายเฉลี่ยปีละประมาณ 70 ดอลลาร์ หรือราว 2,270 บาท
อย่างไรก็ตาม มากกว่าครึ่ง (55.1%) ของกลุ่มนี้ระบุว่าตัวเองเป็นผู้เล่นแบบทั่วไปหรือไม่จริงจัง โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของกลุ่มนี้อยู่ที่ปีละราว 42 ดอลลาร์ หรือราว 1,360 บาท ซึ่งกลุ่มนี้นิยมเล่นเกมบนสมาร์ตโฟนมากกว่าเครื่องคอนโซลหรือพีซี จึงมีแนวโน้มชัดเจนว่าหันไปเล่นเกมแบบ Free-to-Play แทนการซื้อเกมราคาเต็ม
ในกรณีของสหรัฐฯ สาเหตุหลักที่คนรุ่นใหม่ลดการใช้จ่ายกับเกมมีทั้งตลาดแรงงานที่ชะลอตัว ภาระหนี้การศึกษา และอัตราการผิดนัดชำระบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จ้างงานในญี่ปุ่นไม่ได้วิกฤตเท่า โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน 2025 ระบุว่า อัตราการว่างงานอยู่ที่ 2.5% เทียบกับ 4.1% ในสหรัฐฯ และอัตราส่วนตำแหน่งงานต่อผู้สมัครงานอยู่ที่ 1.24 ซึ่งบ่งชี้ว่าเยาวชนญี่ปุ่นไม่ได้เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจเท่ากับในสหรัฐฯ

ในอีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นกำลังเห็นกระแสความตระหนักรู้เรื่อง “Taipa” หรือ “Time Performance” ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของเวลาในการเสพสื่อ โดยเฉพาะในหมู่ Zoomer หรือ Gen Z ที่มักจะทำหลายอย่างพร้อมกัน และให้ความสำคัญกับผลตอบแทนที่ได้จากเวลาที่เสียไป เกมแบบ Free-to-Play ที่ไม่ต้องลงทุนเริ่มต้นมาก และสามารถเล่นระหว่างเดินทางหรือช่วงเวลาว่าง จึงตอบโจทย์พฤติกรรมดังกล่าวมากกว่า
ขณะที่ต้นทุนการพัฒนาเกมในอุตสาหกรรมยังคงเพิ่มสูงขึ้น และมีการพูดคุยมากขึ้นเกี่ยวกับการปรับราคาขายให้สูงขึ้นตามไปด้วย แนวโน้มการใช้จ่ายที่ลดลงนี้จึงอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการขายเกมให้กับคนรุ่นใหม่ในอนาคต
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X