HomeTechCadence เปิดตัววิศวกร AI เสมือนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA เร่งกระบวนการตรวจสอบการออกแบบชิปได้เร็วขึ้นกว่า 40 เท่า!

Cadence เปิดตัววิศวกร AI เสมือนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA เร่งกระบวนการตรวจสอบการออกแบบชิปได้เร็วขึ้นกว่า 40 เท่า!

Cadence ประกาศเปิดตัว “วิศวกร AI เสมือนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ” รายแรกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในงาน Computex 2026 พร้อมยกระดับแพลตฟอร์ม ChipStack AI Super Agent สู่ความสามารถระดับ Level-5 Autonomy โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของ NVIDIA ทั้งโมเดล NVIDIA Nemotron และ NVIDIA OpenShell Runtime

แพลตฟอร์มใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเร่งกระบวนการออกแบบและตรวจสอบชิปที่มีความซับซ้อนสูง โดยเฉพาะงานตรวจสอบระดับ RTL ที่เดิมอาจใช้เวลาราว 5 สัปดาห์ ให้เหลือน้อยกว่า 1 วัน หรือเร็วขึ้นกว่า 40 เท่า เมื่อใช้งานร่วมกับ Cadence Xcelium Logic Simulation และ Jasper Formal Verification

จาก AI ผู้ช่วย สู่วิศวกรเสมือนอัตโนมัติ

ChipStack AI Super Agent เวอร์ชันใหม่นี้ถูกยกระดับสู่ Level-5 Autonomy ซึ่งสามารถดำเนินงานด้านการออกแบบและตรวจสอบชิปได้แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อกำหนด การสร้าง RTL การวางแผนตรวจสอบ การจำลอง การดีบัก ไปจนถึงการปรับแต่งการออกแบบ

ต่างจาก AI ที่ต้องรอคำสั่งทีละขั้นตอน ระบบนี้สามารถประเมินผลระหว่างทาง วางแผนขั้นตอนถัดไป และปรับปรุงกระบวนการทำงานได้เอง ขณะที่วิศวกรยังสามารถเข้ามาตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และกำกับผลลัพธ์ได้ตามต้องการ

แม่นยำระดับ Signoff และปลอดภัยสำหรับงานจริง

Cadence ระบุว่า จุดสำคัญของระบบนี้คือการผสาน AI เข้ากับเอนจินออกแบบและตรวจสอบที่อ้างอิงหลักฟิสิกส์ของบริษัท ทำให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำระดับ Signoff เหมาะกับงานวิศวกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง

ด้านความปลอดภัย ChipStack AI Super Agent ทำงานภายใต้ NVIDIA OpenShell Runtime ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox สำหรับ AI Agent ช่วยควบคุมการเข้าถึงเครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลการออกแบบ รวมถึงช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร

ก้าวใหม่ของ Agentic AI ในอุตสาหกรรมชิป

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ Cadence หลังเข้าซื้อกิจการ ChipStack ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และต่อยอดเป็นพอร์ตโฟลิโอ AI Super Agent ในงาน CadenceLIVE เดือนเมษายน

พอร์ตโฟลิโอดังกล่าวประกอบด้วย ViraStack AI Super Agent สำหรับงานออกแบบวงจรคัสตอมและอะนาล็อก, InnoStack AI Super Agent สำหรับงานออกแบบดิจิทัลและ Signoff รวมถึง Cadence AgentStack สำหรับบริหารและประสานงาน Agentic Workflow ตลอดกระบวนการออกแบบชิป

การวางจำหน่าย

ความสามารถ Level-5 Autonomy ของ ChipStack AI Super Agent และเฟรมเวิร์ก AgentStack คาดว่าจะเปิดให้ลูกค้ากลุ่ม Early Access เริ่มใช้งานในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

Cadence กำลังผลักดัน AI จากบทบาท “ผู้ช่วยวิศวกร” ไปสู่ “วิศวกรเสมือนอัตโนมัติ” ที่สามารถลงมือทำงานออกแบบและตรวจสอบชิปได้จริง โดยมี NVIDIA เป็นแกนสำคัญด้านโมเดล AI และระบบความปลอดภัย หากใช้งานได้ตามที่ประกาศ เทคโนโลยีนี้อาจช่วยลดเวลาพัฒนาชิปยุคใหม่ลงอย่างมาก โดยเฉพาะในงานตรวจสอบ RTL (Register Transfer Level) ที่กินทรัพยากรสูงและใช้เวลานาน

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
SourcePR
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner