คณะกรรมการจัดเรตเกมในสหรัฐอเมริกา หรือ Entertainment Software Rating Board (ESRB) ยืนยันว่าจะไม่ปรับใช้การเปลี่ยนแปลงระบบจัดเรตอายุของ Pan-European Games Information (PEGI) โดยให้เหตุผลว่าแนวทางดังกล่าว “อาจสร้างความสับสน” ให้กับผู้ใช้งาน
โฆษกขององค์กรในสหรัฐให้ข้อมูลกับ The Game Business ว่า ระบบจัดเรตของ ESRB “อิงจากเนื้อหาของเกมและบริบทที่ถูกนำเสนอให้ผู้เล่นเป็นหลัก”
“จากงานวิจัยของ ESRB พบว่า ผู้ปกครองต้องการข้อมูลที่ชัดเจนล่วงหน้าเกี่ยวกับฟีเจอร์อย่างการสื่อสารออนไลน์ และความสามารถในการใช้เงินจริงในเกม แต่หากนำปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเข้ามามีผลต่อการจัดเรต อาจทำให้เกิดความสับสนได้” โฆษกระบุ
“ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันจึงยังไม่มีแผนให้ปัจจัยอื่นนอกเหนือจากเนื้อหาและบริบทของเกม เข้ามามีอิทธิพลต่อการกำหนดเรตอายุ”
ด้าน Dirk Bosmans ผู้อำนวยการใหญ่ของ PEGI ระบุว่าองค์กรของเขา “รับทราบถึงข้อกังวลของ ESRB”
“หากเรานำสิ่งเหล่านี้เข้ามา ผู้ปกครองจะได้รับข้อมูลน้อยลงหรือไม่? เพราะจริง ๆ แล้วเราต้องการให้ข้อมูลทั้งด้านเนื้อหาและบริบทของวิดีโอเกม” Bosmans กล่าว
“แต่เมื่อรวมทั้งสองอย่างไว้ในเรตเดียว ก็ต้องระวังว่าอาจไม่สามารถให้รายละเอียดได้ครบเหมือนก่อน นี่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน และผมเข้าใจดีว่า ESRB อาจเลือกจุดยืนที่แตกต่างออกไป”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา PEGI ได้เปิดเผยการปรับปรุงระบบจัดเรตครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวรวมถึงการเพิ่มระดับเรตสำหรับเกมที่มีระบบสุ่มแบบเสียเงิน (Paid Random Items), ข้อเสนอแบบจำกัดเวลา หรือจำนวน (Time-Limited หรือ Quantity-Limited Offers), ระบบบังคับเล่นตามเวลาที่กำหนด (Play-by-Appointment) รวมถึงระบบการสื่อสารแบบเปิดที่ไม่จำกัดผู้ติดต่อ
กฎใหม่จะมีผลเฉพาะกับเกมที่ถูกส่งเข้าประเมินเรตตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม Bosmans ระบุว่า PEGI จะพิจารณาแนวทางจัดการกับเกมเก่าด้วย
“มีเกมจำนวนมากในตลาด และหลายเกมก็มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เราไม่สามารถตรวจสอบคลังเกมเก่าทั้งหมดได้ตลอดเวลา แต่เราติดตามเรื่องการซื้อภายในเกมและระบบกาชาแบบเสียเงินมาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว” เขาอธิบาย
“เราน่าจะต้องตัดสินใจอย่างชาญฉลาด และวางแผนเพื่อจัดการกับบางเกมเก่าภายใต้เกณฑ์ใหม่”
การปรับกฎของ PEGI ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ระบบจัดเรตของเยอรมนีอย่าง USK (Unterhaltungssoftware Selbstkontrolle) ได้มีการปรับปรุงในปี 2023 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองเยาวชน
“เราทำงานร่วมกับ USK อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบกลับมาสอดคล้องกันอีกครั้ง เพราะหากย้อนกลับไปมากกว่า 3 ปีก่อน จะเห็นว่าผลการจัดเรตของ USK และ PEGI มีความใกล้เคียงกันมาก” Bosmans กล่าว
Bosmans ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจประสบการณ์ที่บุตรหลานจะได้รับจากวิดีโอเกมได้มากที่สุด
“เรามักจะพูดเสมอว่า หากเราให้เรตเกมที่ 16 ปี และคุณอนุญาตให้ลูกอายุ 14 ปีเล่น หากคุณทราบว่าเกมนี้มีเรต 16 และตัดสินใจว่าลูกของคุณพร้อม นั่นคือการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล” เขาอธิบาย
“ซึ่งแตกต่างจากการที่ไม่รู้ว่าเกมมีอะไร แล้วปล่อยให้เล่นโดยไม่สนใจรายละเอียด”
“ไม่ใช่เรื่องแปลก หากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะมีบางบริษัทออกมาบอกว่าสิ่งนี้เกินไป แต่ผมอยากให้พวกเขามองภาพรวม ว่าปัจจุบันเรากำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบ และความรับผิดชอบของอุตสาหกรรมอย่างไร และควรเดินไปข้างหน้าในทิศทางใด”
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



