27.1 C
Bangkok
Friday, January 2, 2026
Black Friday
HomeGamesเกือบไปไม่รอด Kamiya เผยเบื้องหลังปัญหาหนักของ Resident Evil ภาคแรก ก่อนกลายเป็นแฟรนไชส์ระดับโลก

เกือบไปไม่รอด Kamiya เผยเบื้องหลังปัญหาหนักของ Resident Evil ภาคแรก ก่อนกลายเป็นแฟรนไชส์ระดับโลก

Resident Evil ภาคแรกเคยต้องเผชิญกับสิ่งที่ Hideki Kamiya เรียกว่า “เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเป็นทอด ๆ” จากโปรเจกต์หนึ่งของ Capcom ที่ถูกยกเลิกกลางคัน โดยหนึ่งในผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดคือเพลงจบที่ฟังดูไม่เข้ากับตัวเกม ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดที่ตามมา

Hideki Kamiya ได้ออกมาเล่าผ่านแพลตฟอร์ม X ถึงเบื้องหลังที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของการทำตลาด Resident Evil ภาคแรก โดยชี้ว่าการยกเลิกเกมอีกโปรเจกต์หนึ่งของ Capcom ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Resident Evil และกลายเป็น “เคราะห์ซ้ำ” ที่ถาโถมเข้ามาตั้งแต่ช่วงเปิดตัว

ซีรีส์ Resident Evil ถือเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Capcom และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแนวสยองขวัญ อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์นี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และตามคำบอกเล่าของ Hideki ซึ่งเคยมีส่วนร่วมในการพัฒนา Resident Evil ภาคแรก และรับหน้าที่เป็นผู้กำกับ Resident Evil 2 เกมภาคแรกต้องเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ตั้งแต่วันวางจำหน่าย จากการทำตลาดที่ไม่เพียงพอ และ “เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่”

Kamiya อธิบายว่า ในช่วงเวลาเดียวกับการพัฒนา Resident Evil ทาง Capcom กำลังพัฒนาเกมอีกโปรเจกต์หนึ่งควบคู่กันไป แต่สุดท้ายเกมดังกล่าวกลับถูกยกเลิกกลางทาง ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องนำแผนงานบางส่วนที่เตรียมไว้สำหรับเกมที่ถูกยกเลิกนั้น มาโยกใส่ให้กับ Resident Evil เพื่อปฏิบัติตามสัญญาทางธุรกิจที่ทำไว้ก่อนหน้า

หนึ่งในตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดคือเพลงจบของเวอร์ชันญี่ปุ่น หรือ Biohazard ซึ่ง Capcom จำเป็นต้องใส่เพลงดังกล่าวลงไปในเกม ทั้งที่แทบไม่ได้คำนึงถึงความต้องการหรือวิสัยทัศน์ของทีมพัฒนาเลย

“เพลงนั้นถูกยัดใส่ให้กับ Resident Evil หลังจากที่อีกโปรเจกต์หนึ่งถูกยกเลิก ซึ่งเดิมทีถูกวางแผนไว้เป็นการร่วมมือระหว่าง Capcom กับ Toshiba EMI (ผมจำรายละเอียดได้ไม่ชัดนัก)” Hideki อธิบายผ่านโพสต์บน X

เขาเสริมว่า “ด้วยเหตุผลเชิง ‘การเมือง’ แบบนั้นเอง เพลงนี้จึงจำเป็นต้องถูกใส่ลงไปในเกม ผมจำได้ว่าทั้งทีมถึงกับนิ่งอึ้ง ตอนที่พวกเรานั่งฟังเดโมเทปที่คุณ Mikami เอามาให้ฟัง”

เพลงที่ว่านี้คือ “Yume de owarasenai …” หรือในภาษาอังกฤษ “I won’t let this end as a dream” ขับร้องโดย Fumitaka Fuchigami ซึ่งถูกใช้เป็นเพลงจบของ Resident Evil เวอร์ชันญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยเดิมทีเพลงนี้ถูกเตรียมไว้สำหรับเกมที่ถูกยกเลิก ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง Capcom กับค่ายเพลง Toshiba EMI

แน่นอนว่าเพลงดังกล่าวถูกถอดออกจากเกมในเวอร์ชันอื่นทั้งหมด รวมถึง Resident Evil Director’s Cut ซึ่งเปลี่ยนไปใช้เพลงจบแบบอื่นแทน

อย่างไรก็ตาม “เคราะห์ซ้ำ” ของ Resident Evil ยังไม่ได้จบเพียงแค่นั้น Kamiya เล่าต่อว่า เกมที่ถูกยกเลิกไปนั้นมีสัญญากับนิตยสาร V Jump ในการเปิดเผยข้อมูลเกมแบบเอ็กซ์คลูซีฟล่วงหน้า และเมื่อบทบาทดังกล่าวถูกโยนมาให้ Resident Evil แทน ทำให้บทความเกี่ยวกับเกมไปปรากฏอยู่ใน V Jump ซึ่งมีฐานผู้อ่านแตกต่างจากกลุ่มเป้าหมายของ Resident Evil อย่างสิ้นเชิง

V Jump เป็นนิตยสารมังงะแนวโชเน็นชื่อดัง ที่มุ่งเน้นผู้อ่านเด็กผู้ชายระดับประถมเป็นหลัก และจากข้อผูกมัดทางสัญญาของ Capcom ทำให้ Resident Evil ซึ่งเป็นเกมสำหรับผู้เล่นที่โตขึ้น ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเองได้อย่างเหมาะสม Hideki ยังตั้งข้อสังเกตว่า สัญญาดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้ Capcom ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลเกมผ่านนิตยสารเกมชื่อดังอื่น ๆ ได้

“เราไม่สามารถลงบทความแม้แต่ชิ้นเดียวใน Famitsu ซึ่งเป็นนิตยสารที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้นได้เลย … และนั่นคือเหตุผลที่ Resident Evil วางจำหน่ายโดยแทบไม่มีใครรู้จัก … มันคือเคราะห์ซ้ำจริง ๆ” เขากล่าว

ท้ายที่สุด แม้ปัญหาเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคหนักหนาในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งผลงานของ Shinji Mikami จากการเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมสยองขวัญที่โด่งดังและทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ และสำหรับผู้เล่นชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่เคยสัมผัสเกมบน PlayStation ในยุคนั้น เพลงจบที่ดู “ไม่เข้ากับเกม” เพลงนี้ ก็กลายเป็นความทรงจำให้ชวนคิดถึงที่ยังถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
admin.techcatchup
admin.techcatchuphttps://techcatchup.net
techcatchup.net — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine