เทสลาประเทศไทยประกาศเพิ่มไลน์อัปอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัว Tesla Model Y ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่น Long Range เสริมจาก Model 3 Standard โดยวางตำแหน่งเป็นรุ่นที่เน้นระยะทางวิ่งไกล ความสะดวกสบาย และฟีเจอร์ครบ ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับตลาดไทย


ราคาและสมรรถนะหลัก
Model Y ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่น Long Range เปิดราคาจำหน่ายที่ 1,849,000 บาท
รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 661 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.6 วินาที
รองรับการชาร์จผ่าน Tesla Supercharger กำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 267 กิโลเมตร ในการชาร์จ 15 นาที
ช่วงล่างและความสบายในการขับขี่
รุ่นนี้มาพร้อม ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิงก์ขั้นสูง ที่ปรับจูนการลดแรงกระแทกตามความถี่ ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ เหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและเดินทางไกล
ภายนอกและล้อ
ล้ออัลลอยมีให้เลือก 2 แบบ
ล้อ Crossflow ขนาด 19 นิ้ว (มาตรฐาน)
ล้อ Helix ขนาด 20 นิ้ว เพิ่ม 80,000 บาท
สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
- Stealth Grey (มาตรฐาน)
- Pearl White Multi-Coat เพิ่ม 50,000 บาท
- Diamond Black เพิ่ม 75,000 บาท
- Glacier Blue เพิ่ม 75,000 บาท
- Quicksilver เพิ่ม 85,000 บาท
- Ultra Red เพิ่ม 85,000 บาท

ภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยี
ภายในตกแต่งด้วยวัสดุผ้า พร้อมดีไซน์มินิมอลตามสไตล์ Tesla
หน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 15.4 นิ้ว
หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารแถวที่สองขนาด 8 นิ้ว
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบ ทำความร้อนและระบายอากาศ
เบาะแถวที่สองพับไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อนแบบสองทาง
ระบบไฟ Ambient Light รอบห้องโดยสาร
ลำโพง 9 ตัว (ไม่มีซับวูฟเฟอร์)
ตัวเลือกสีภายในห้องโดยสาร
- สีดำล้วน (มาตรฐาน)
- ขาว–ดำ เพิ่ม 50,000 บาท
ระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันอัจฉริยะ
ติดตั้งกล้องรอบคัน 8 ตัว รวมกล้องหน้ารุ่นใหม่
กระโปรงท้ายเปิด–ปิดไฟฟ้าแบบไร้สัมผัสเมื่อเข้าใกล้
กระจกนิรภัยลามิเนตสำหรับหน้าต่างและหลังคา
กระจกหลังคาพร้อมฟิล์มเคลือบสะท้อนรังสีอินฟาเรดแบบเมทัลลิก
มาพร้อม Autopilot พื้นฐาน ช่วยควบคุมการเข้าโค้ง เร่งความเร็ว และเบรกอัตโนมัติ โดยอ้างอิงยานพาหนะและคนเดินเท้าในช่องจราจรเดียวกัน
การเพิ่มรุ่น Model Y ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่น Long Range ถือเป็นการขยับเกมสำคัญของ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย โดยตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ SUV ไฟฟ้าระยะทางไกล สมรรถนะเพียงพอสำหรับการใช้งานจริง และความสะดวกสบายที่ครบขึ้น ทั้งช่วงล่างใหม่ ห้องโดยสารที่ยกระดับ และระบบช่วยขับขี่มาตรฐาน ในราคาที่ยังแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ทำให้ Model Y รุ่นนี้กลายเป็นอีกตัวเลือกหลักของกลุ่มผู้ใช้ EV ในปี 2026 อย่างชัดเจน
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



