29.7 C
Bangkok
Saturday, August 30, 2025
Google search engine
HomeGameเบื้องหลังการยุติ Dragon Quest of the Stars เหตุเพราะระบบเกมซับซ้อนเกินควบคุม

เบื้องหลังการยุติ Dragon Quest of the Stars เหตุเพราะระบบเกมซับซ้อนเกินควบคุม

Naoki Mutou โปรดิวเซอร์ของ Dragon Quest of the Stars ออกมาเปิดเผยเหตุผลเบื้องหลังการยุติให้บริการเกมมือถือชื่อดังของ Square Enix โดยระบุว่าความซับซ้อนของตัวเกมที่สะสมมาตลอด 10 ปี กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะควบคุมได้โดยไม่เกิดบั๊ก

Square Enix เพิ่งประกาศว่าจะยุติการให้บริการ Final Fantasy: Brave Exvius และ Dragon Quest of the Stars ในประเทศญี่ปุ่นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ทั้งสองเกมเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของตัวเองไม่นาน แม้จะมีปัจจัยทางการเงินที่เกี่ยวข้องด้วย แต่ข้อความจาก Naoki Mutou ที่โพสต์ผ่าน Square Enix Bridge เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ชี้ชัดว่าสาเหตุหลักของการปิดเกมคือปัญหาทางเทคนิค

Mutou ระบุว่า ตั้งแต่เข้ารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ในปี 2022 เขาให้ความสำคัญกับการทำให้เกมยังคงเปิดให้บริการได้นานที่สุดเป็นอันดับแรก แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการพัฒนาและผลิตเกมมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงตระหนักว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะให้บริการเกมในระดับที่น่าพึงพอใจต่อไปได้

“ด้วยแรงสนับสนุนจากผู้เล่น Dragon Quest of the Stars ได้ขยายเนื้อหาออกไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งอุปกรณ์และสกิลใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้การจัดการองค์ประกอบต่าง ๆ ในเกม รวมถึงการปรับสมดุลและการพัฒนาโดยไม่ให้เกิดบั๊ก กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาก” Mutou กล่าว

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าฟังก์ชันที่สะสมอยู่ในตัวโปรแกรมของเกมนั้นมีจำนวนมาก จนทีมพัฒนาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมแปลก ๆ หรือบั๊กโดยไม่ตั้งใจ แต่ในที่สุดก็ถึงจุดที่ไม่สามารถให้บริการเกมได้ต่อไปโดยไม่กระทบต่อประสบการณ์ของผู้เล่น

ด้วยเหตุนี้ Square Enix จึงตัดสินใจใช้โอกาสครบรอบ 10 ปีของ Dragon Quest of the Stars เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปิดฉากเนื้อเรื่องและยุติการให้บริการเกมอย่างเป็นทางการ

ในกรณีของ Final Fantasy: Brave Exvius ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเหตุผลเบื้องหลังเหมือนกันหรือไม่ แต่ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาที่เกมประเภท Live-service จำนวนมากกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น

โปรแกรมเมอร์และบล็อกเกอร์ด้านเทคนิคชื่อ Eihigh ที่มีประสบการณ์ตรงในวงการกาชาเกมของญี่ปุ่น ระบุว่า “หลังจากเกมเปิดให้บริการมา 10 ปี โค้ดของเกมจะสะสมหนี้ทางเทคนิคจนยากจะชดใช้ได้หมด การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่มักถูกให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่น การทดสอบก็น้อย สแต็กเทคโนโลยีล้าหลัง และไม่มีใครรู้ว่าโค้ดไหนลบได้หรือห้ามแตะเด็ดขาด”

Eihigh เสริมว่าปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในทีม และนักพัฒนาที่อยู่มาตั้งแต่วันแรกค่อย ๆ ลาออกไป ทำให้ผู้พัฒนารุ่นใหม่ต้องทำงานภายใต้ความเสี่ยงว่าการแก้ไขใด ๆ อาจกระทบกับระบบเก่าโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ Square Enix เคยเกือบจะยุติการให้บริการ MMORPG ระยะยาวอย่าง Final Fantasy XI ในปี 2024 แต่ด้วยจำนวนผู้เล่นที่ยังเข้าเกมอย่างต่อเนื่อง ทีมงานจึงตัดสินใจลงทุนอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานใหม่แทนการปิดตัวลง

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
admin
adminhttps://techcatchup.net
Trends for Technology, Gaming and Lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Google search engine

Most Popular