งานวิจัยล่าสุดยืนยันว่า “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” ไม่ได้เป็นเพียงแกดเจ็ตเพื่อความบันเทิง แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือบำบัดแบบไม่ใช้ยา (non-pharmacological therapy) ที่มีประสิทธิภาพ และเริ่มถูกนำไปใช้งานจริงในโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้ป่วยในหลายประเทศ
ผลการทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมพบว่า การใช้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับบ้านได้สูงขึ้น ระยะเวลานอนโรงพยาบาลสั้นลง รวมถึงช่วยให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจมีความคงที่มากขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการล้มได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้
หลักฐานทางการแพทย์เริ่มชัดเจน

การศึกษาแบบสุ่มในโรงพยาบาล Sarasota Memorial สหรัฐอเมริกา (ช่วงปี 2025–2026) ทดลองกับผู้ป่วยสมองเสื่อมระดับเบาถึงปานกลาง พบว่า
หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่ตอบสนองต่อการสัมผัส เช่น ส่งเสียงหรือขยับตัว สามารถช่วยลดความสับสน สร้างความผ่อนคลาย และเพิ่มความสุขระหว่างการรักษาได้จริง
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด ได้แก่
- สัญญาณชีพมีความเสถียรมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงการล้ม
- ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล
- เพิ่มโอกาสกลับบ้านได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Old Dominion University และ University of Plymouth ยังระบุว่า หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยลดความเหงา ภาวะซึมเศร้า และลดการใช้ยาระงับประสาทในผู้สูงอายุได้ พร้อมช่วยให้ผู้ดูแลมีเวลาพักมากขึ้น
ใช้ได้ผลในเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มออทิสติก

ในกลุ่มเด็ก งานวิจัยจากสวีเดนพบว่า หุ่นยนต์แมวจากซีรีส์ Joy for All Companion Pets สามารถช่วยลดความวิตกกังวลในเด็กออทิสติก (ASD) ระหว่างการรักษาทางทันตกรรม
ผลการศึกษาในเด็กอายุ 5–10 ปี พบว่า
เด็ก 6 ใน 10 คน มีอาการไวต่อสิ่งเร้าลดลง และสามารถนั่งเก้าอี้ทันตกรรมเพื่อรับการรักษาได้ดีขึ้น โดยหุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนปลอบโยน” และเครื่องมือผ่อนคลาย
แม้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องการให้มีการใช้งานต่อเนื่อง เพราะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกและนำไปฝึกใช้ที่บ้านได้
จุดเด่นสำคัญ: ดูแลง่าย ไม่เพิ่มภาระ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงได้รับความนิยม คือ “ไม่ต้องดูแลเหมือนสัตว์จริง” ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องอาบน้ำ ไม่ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ และไม่มีปัญหาแพ้ขนสัตว์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ
- ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว
- ผู้ป่วยในสถานดูแลระยะยาว
- โรงพยาบาลและเนอร์สซิ่งโฮม
ตลาดโลกเติบโตต่อเนื่อง
รายงานจาก Spherical Insights ระบุว่า ตลาดหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจมีมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 1,240 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 หรือเติบโตเฉลี่ย 10.9% ต่อปี ปัจจัยหลักมาจาก
- สังคมผู้สูงอายุทั่วโลก
- ความต้องการโซลูชันด้านสุขภาพใจ
- การลดภาระของครอบครัวและบุคลากรทางการแพทย์
ไทยเริ่มใช้งานจริงในระบบดูแลผู้ป่วย
ในประเทศไทย หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเริ่มถูกนำไปใช้งานใน
- ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
- เนอร์สซิ่งโฮม
- สถานพยาบาลบางแห่ง
โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพในการขยายไปสู่กลุ่มเด็กไทย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องรักษาระยะยาว เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมักเผชิญกับความเครียดและความโดดเดี่ยว
แนวโน้มของ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” อย่าง Joy for All กำลังก้าวข้ามจากของเล่นไฮเทค สู่การเป็นเครื่องมือด้านสุขภาพที่มีบทบาทจริงในระบบการแพทย์ทั้งในด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ลดความเครียด และช่วยเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



