Hideki Kamiya เล่าย้อนความทรงจำเกี่ยวกับเกม Resident Evil ภาคแรกที่เคยทดลองเพิ่มระบบแอ็กชันเข้าไปในเกมสยองขวัญ ก่อนจะพบว่ามันทำลายบรรยากาศความกลัวจนต้องถอดออกในที่สุด
ผู้กำกับระดับตำนาน Shinji Mikami ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ Resident Evil เคยอนุญาตให้ทีมพัฒนาทดลองเพิ่มระบบอย่างเช่นการชาร์จฟันด้วยมีดและการหลบหลีกแบบ Sidestep เข้าไปในเกมภาคแรก ซึ่ง Hideki Kamiya ผู้กำกับเกม Bayonetta และ Resident Evil 2 ฉบับดั้งเดิม เล่าว่าครั้งนั้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญในอาชีพของเขา
Kamiya ได้โพสต์เรื่องราวนี้ลงในแพลตฟอร์ม X ระหว่างที่ผู้ใช้งานกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับระบบแอ็กชันในเกมสยองขวัญ โดยเขาเล่าว่า Mikami รู้ตั้งแต่แรกว่าระบบเหล่านี้ไม่น่าเวิร์ก แต่ก็ยังให้ทีมลองทำจริงในเกมดู
“พอเราใส่การชาร์จฟันมีดเข้าไปในเกมจริง ๆ ปุ๊บ ความน่ากลัวของซอมบี้ก็หายไปทันที Mikami-san แค่พูดว่า ‘เห็นมั้ย?’ แล้วเราก็ถอดระบบนั้นออกจากเกมไปทันที มันกลายเป็นบทเรียนที่สำคัญมาก ๆ” Kamiya กล่าว

ตอนที่เห็น Chris Redfield ยืนตั้งท่าฟันมีดแบบจริงจัง ทีมพัฒนาก็รู้ทันทีว่านี่มันดูตลกและหลุดจากอารมณ์เกมไปหมด การฆ่าซอมบี้ที่ควรจะน่ากลัวกลับกลายเป็นความสนุกอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเกมแนวสยองขวัญ
แม้จะไม่ใช่ไอเดียของเขาโดยตรง แต่ Kamiya บอกว่าประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เข้าใจสิ่งที่ Mikami ย้ำมาตลอดว่านี่คือเกมที่มีธีมว่า “ความกลัว”
“Mikami ไม่เพียงแต่ถอดระบบอัปเกรดความสามารถแบบที่เจอในเกมแอ็กชันทั่วไปออกไป เขายังจงใจทำให้แอนิเมชันตอนตัวละครถอยหลังดูเหมือนคนตกใจถอยหนีศัตรูอีกด้วย ทุกอย่างถูกออกแบบเพื่อสร้างความกลัวให้ผู้เล่น” Kamiya อธิบาย
อีกหนึ่งแนวคิดที่เคยถูกทดลองในภาคแรกคือการให้ Chris ใช้ดาบแบบยุโรปซึ่งตกแต่งอยู่ภายในคฤหาสน์เป็นอาวุธได้ โดยทีมพัฒนาคิดว่าเป็นแนวคิดที่สมเหตุสมผล เพราะเป็นการใช้สิ่งของจากสภาพแวดล้อม แต่พอเห็นภาพ Chris ถือดาบ ก็รู้สึกว่าเขาดูเหมือนพระเอกเกมแอ็กชันมากกว่าตัวละครในเกมสยองขวัญ ทำให้สุดท้ายไอเดียนี้ก็ถูกถอดออกเช่นกัน

ในโพสต์แยกอีกโพสต์หนึ่ง Kamiya ยังกล่าวชื่นชม Mikami ว่าไม่ได้ปัดไอเดียทิ้งทันทีที่ไม่เห็นด้วย แต่กลับเปิดโอกาสให้ทีมลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จนได้เรียนรู้จากความล้มเหลวจริง ๆ
“ตอนนี้ที่ผมเป็นผู้กำกับเอง ผมถึงได้เข้าใจว่าทำไม Mikami ถึงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างขนาดนั้น” Kamiya กล่าว
ทั้งนี้ Kamiya เพิ่งเปิดสตูดิโอใหม่ชื่อ Clovers และเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้สตูดิโอแห่งนี้สืบทอด “จิตวิญญาณ” ที่เขาได้รับมาจาก Mikami มาโดยตลอด “ในทุกการตัดสินใจของผม ผมใช้หลักคิดจากสิ่งที่ Mikami สอนเสมอ และผมก็ถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นให้ทีมพัฒนาได้เข้าใจ” ชื่อของ Clovers เองก็เป็นการตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง Clover Studio ที่เขาเคยทำงานร่วมกับ Mikami มาก่อน
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X