ตั้งแต่มีข่าวว่า Nintendo Switch 2 จะใช้หน้าจอแบบ LCD แทน OLED ก็มีเสียงวิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มักเปรียบเทียบคุณภาพของหน้าจออย่างละเอียด แต่เมื่อผู้ใช้ได้สัมผัสเครื่องจริง หลายคนกลับเห็นว่าหน้าจอ LCD ของ Switch 2 มีความสว่างและสีสันที่สดใสเกินคาด แม้จะไม่เทียบเท่า OLED แต่ก็ถือว่าคุณภาพดีในระดับ LCD ปี 2025
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดก็เกิดกระแสใหม่เกี่ยวกับหน้าจอของ Switch 2 โดยเฉพาะในเรื่องของ “ghosting” และ “refresh rate” ที่ส่งผลให้เกมแอ็กชันความเร็วสูงดูเบลอระหว่างเคลื่อนไหว และยังมีข้อสงสัยว่า HDR บนหน้าจอของ Switch 2 นั้นเป็น HDR แท้หรือไม่
ทางเว็บไซต์ Kotaku ได้วิเคราะห์ออกมาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
มาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อน ทุกภาพในเกมคือภาพนิ่งที่เปลี่ยนไวมาก ๆ
วิดีโอเกมคือภาพนิ่งที่ถูกแสดงอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างภาพลวงตาของการเคลื่อนไหว GPU ของเครื่องจะแสดงภาพแต่ละเฟรมอย่างต่อเนื่อง และหน้าจอต้องแสดงผลให้ทันตามอัตรานั้น หากความเร็วของการส่งภาพกับการแสดงผลไม่สอดคล้องกัน จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า screen tearing หรือภาพฉีกขาด
นอกจากความถี่ในการรีเฟรช (วัดเป็น Hz) แล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่า response time (วัดเป็นมิลลิวินาที) ซึ่งยิ่งตัวเลขต่ำ ยิ่งแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ชัด หาก response time สูง ภาพขณะเคลื่อนไหวจะดูเบลอ
Switch 2 มีอัตรารีเฟรช 120Hz แล้วจะยังมีปัญหาอีกหรือ?
แม้ 120Hz จะเป็นอัตรารีเฟรชที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเกม แต่ response time ของ Switch 2 นั้นช้ากว่าจอมาตรฐานเกมมิ่งทั่วไป และที่ทดสอบยากเพราะเครื่องไม่รองรับสัญญาณภาพจากภายนอก ทำให้ไม่สามารถวัดด้วยอุปกรณ์ทั่วไปได้ ต้องใช้เซนเซอร์และกล้องตรวจวัดการเปลี่ยนสีของพิกเซลแทน ตามที่ Will Greenwald จาก PC Mag วิเคราะห์ไว้ในการรีวิวประเด็นหน้าจอล่าสุดของ Switch 2
ผลการวัดพบว่า response time ดีที่สุดอยู่ที่ 17.1 มิลลิวินาที และแย่ที่สุดอยู่ที่ 33.3 มิลลิวินาที ซึ่งช้ากว่าจอเกมมิ่งที่ควรอยู่ต่ำกว่า 10 มิลลิวินาทีอย่างชัดเจน ตามที่ Greenwald จาก PC Mag ระบุไว้
ดังนั้นข้อสังเกตว่าภาพเบลอในเกมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว จึงไม่ใช่แค่การคิดไปเอง เพราะมีข้อมูลทางเทคนิคยืนยันชัดเจน
HDR แท้หรือไม่?
หน้าจอ HDR ที่แท้จริงต้องรองรับช่วงความสว่างที่กว้างมาก โดยเฉพาะความสว่างสูงสุดที่มากกว่า 1,000 nits แต่หน้าจอของ Switch 2 ยังไม่ถึงระดับนั้น ทำให้ถึงแม้จะมีช่วงไดนามิกที่สูงกว่าและให้ภาพที่ดีกว่า SDR แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็น HDR เต็มรูปแบบ
และถึงจะต่อจอภายนอกก็ไม่ช่วยให้ภาพดีขึ้น เพราะระบบยังคงส่งสัญญาณภาพตามความสามารถของจอภายในอยู่ดี ตามข้อมูลจาก PC Mag ที่ระบุว่าเอาต์พุตภาพของ Switch 2 เมื่อเชื่อมต่อกับจอภายนอก ยังคงอิงจากคุณภาพของหน้าจอหลักภายในเครื่อง
แล้วแบบนี้ควรเสียใจกับการซื้อ Switch 2 ไหม?
ไม่ควร เพราะถึงจะมีข้อจำกัดทางเทคนิค แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงประทับใจกับหน้าจอที่สว่าง สีสด และเล่นเกมได้สนุกตามคาด
สุดท้ายแล้ว ประสบการณ์เล่นเกมคือเรื่องส่วนตัว แม้หน้าจอของ Switch 2 อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันเป็นเครื่องเล่นเกมที่แย่แต่อย่างใด หากคุณยังสนุกกับการเล่น Mario Kart อยู่ ก็ไม่มีเหตุผลต้องกังวลกับเรื่องระยะเวลาตอบสนองของหน้าจอ (ms) หรือ HDR มากเกินไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



