ผู้เชี่ยวชาญจากวงการ Virtual Reality ออกมาแสดงความกังวลต่อการตัดสินใจของ Meta ที่ปิดสตูดิโอพัฒนาเกม VR ถึง 3 แห่ง พร้อมปลดพนักงานในฝ่าย Reality Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลธุรกิจเมตาเวิร์สของบริษัท โดยมองว่าสถานการณ์ดังกล่าว “น่าเป็นห่วงเพียงในระยะสั้น” และยังเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี VR จะไม่หายไปจากตลาดในระยะยาว
Andrew Eiche จาก Owlchemy Labs ให้สัมภาษณ์กับ The Games Business ว่า เป้าหมายทางธุรกิจของ Meta นั้นไม่สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรม XR และการพัฒนาเกมโดยแท้จริง ขณะที่ Cassia Curran จาก Curran Games Agency เสริมว่า Meta ต้องการให้ธุรกิจ VR เติบโตในระดับเดียวกับ iPhone มากกว่าการเป็นธุรกิจของเกมคอนโซล
“เป้าหมายของ Meta ไม่ได้สอดคล้องกับอุตสาหกรรม XR” Eiche กล่าว
“เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การทำให้ XR ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่การสร้างอุตสาหกรรมที่ดีที่สุด เป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียล และจะทำอย่างไรก็ได้ให้ไปถึงจุดนั้น ดังนั้นหากวันหนึ่งการลงทุนย้ายไปที่ AI ธุรกิจ XR ก็จะได้รับผลกระทบทันที และถ้าพวกเขาเป็นผู้เล่นรายเดียวที่ทำเงินได้จริง ก็เท่ากับว่าพวกเขาควบคุมชะตากรรมของนักพัฒนาทั้งหมดในตลาดนี้”
Curran เสริมว่า Meta ไม่ได้สนใจทำธุรกิจในรูปแบบเครื่องเกม
“Meta ไม่ได้ต้องการทำธุรกิจเกมคอนโซล พวกเขาไม่ได้ต้องการธุรกิจขนาด Nintendo Switch แต่ต้องการธุรกิจขนาด iPhone นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริง เกมเป็นเพียงก้าวหนึ่งระหว่างทางเท่านั้น”
Curran ประเมินว่า รายได้จากตลาด VR กว่า 70% ถึง 80% มาจาก Meta Store เพียงแห่งเดียว ซึ่งหมายความว่าการลดความสำคัญของธุรกิจ VR ของ Meta ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้พัฒนาในอุตสาหกรรมนี้
“ในระยะสั้น การตัดสินใจของ Meta เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับผม” Eiche กล่าว
“แต่ในระยะยาว ผมไม่ได้กังวลมากนัก เพราะมีอุปกรณ์และรูปแบบใหม่ ๆ ที่น่าสนใจกำลังจะออกมา ปัญหาคือ เราต้องเอาตัวรอดในช่วงระยะสั้นให้ได้ เพื่อไปถึงระยะยาวนั้น”
ทั้ง Eiche และ Curran ยังมองบวกต่ออนาคตของ VR โดยชี้ไปที่การแข่งขันที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Google ที่กำลังพัฒนา Android XR รวมถึง Valve ที่เตรียมเปิดตัวเฮดเซ็ต Steam Frame รุ่นใหม่
“นี่คือเหตุผลที่ทำให้อนาคตระยะยาวสดใสขึ้น เพราะจะมีการแข่งขันที่แท้จริงเข้ามา” Eiche กล่าว
“พวกเราทุกคนแค่ต้องผ่านปี 2026 ไปให้ได้ก่อน”
Curran กล่าวเสริมว่า “VR ยังไม่ตาย เกม VR เจ๋งเกินกว่าจะหายไปได้ ยังมีกลุ่มผู้เล่นหลักที่มีความหลงใหลใน VR อย่างมาก และในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ก็มีผู้เล่นกลุ่มใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างชัดเจน กลุ่มคนรุ่น Roblox เริ่มเข้ามาเล่น VR กันจริงจัง เฮดเซ็ต Quest 3S มีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และข้อมูลยังชี้ว่าเยาวชนในสหรัฐฯ ราว 33% เป็นเจ้าของเฮดเซ็ต VR นั่นหมายความว่า VR มีการเข้าถึงตลาดอย่างลึกซึ้งในบางกลุ่มอายุ และเราจะเห็นได้จากผลงานของเกมบางเกมที่ประสบความสำเร็จ ขณะที่บางเกมกลับไม่เป็นเช่นนั้น”
Meta เพิ่งปิดสตูดิโอพัฒนาเกม VR จำนวน 3 แห่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างในฝ่าย Reality Labs โดยสตูดิโอที่ถูกปิด ได้แก่ Twisted Pixel, Sanzaru และ Armature Studio
นับตั้งแต่รีแบรนด์จาก Facebook มาเป็น Meta ในปี 2021 บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนไปกับแผนเมตาเวิร์สมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท)
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



