Tose หนึ่งในสตูดิโอพัฒนาเกมแบบรับจ้างรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศว่าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการรับงานพัฒนาเกมคอนโซลมากกว่าเกมมือถือในอนาคต โดยอ้างถึงสภาพการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดมือถือ (อ้างอิงจากเอกสารสรุปผลประกอบการช่วงเดือนกันยายน 2024 ถึงพฤษภาคม 2025 หน้า 3)
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Tose รับงานพัฒนาเกมเบื้องหลังให้กับค่ายใหญ่อย่าง Nintendo, Square Enix, Capcom และ Bandai Namco โดยแม้ชื่อของบริษัทจะไม่ปรากฏในเครดิตของหลายเกม แต่ผลงานของ Tose ครอบคลุมตั้งแต่ยุค NES มาจนถึงเกมดังยุคใหม่ เช่น Crisis Core Final Fantasy VII, Paper Mario: The Thousand-Year Door และ Tales of Graces f Remastered

ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน (กันยายน 2024 – พฤษภาคม 2025) Tose รายงานว่ารายได้โดยรวมเติบโตอย่างชัดเจนจากการเร่งพัฒนาโปรเจกต์เกมขนาดใหญ่หลายรายการ ซึ่งถือเป็นการพลิกกลับจากผลขาดทุนหนักในปีงบประมาณก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม รายได้จากเกมมือถือที่บริษัทดูแลเองยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ Tose ตัดสินใจว่าจะไม่มุ่งหางานด้านเกมมือถือเพิ่มเติม และหันไปโฟกัสกับการพัฒนาเกมคอนโซลแทน
ทั้งนี้ งานพัฒนาเกมมือถือมักมีค่าจ้างหลายส่วน เช่น ค่าพัฒนาเบื้องต้น ค่าดูแลหลังเปิดบริการ และบางกรณีอาจมีส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติมในลักษณะ Incentive ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นโมเดลที่ทำกำไรได้สูงสำหรับผู้พัฒนาแบบรับจ้าง (ตามข้อมูลจาก GameBiz)
แต่จากการที่ตลาดเกมมือถือในญี่ปุ่นเริ่มอิ่มตัว Tose มองว่าโครงการเกมมือถืออาจไม่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเหมือนแต่ก่อน โดยในปีงบประมาณก่อน รายได้จากเกมมือถือคิดเป็น 35.3% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ ณ เดือนพฤษภาคม 2025 สัดส่วนนี้ลดลงเหลือ 22.5% และมีแนวโน้มจะลดลงต่อเนื่องหลังจากนี้
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



