25.8 C
Bangkok
Sunday, December 14, 2025
Black Friday
HomeGamesข้อมูลชี้! เกมกาชาในญี่ปุ่นกว่า 70% ปิดตัวก่อนครบสามปี ตลาดอิ่มตัวหนัก

ข้อมูลชี้! เกมกาชาในญี่ปุ่นกว่า 70% ปิดตัวก่อนครบสามปี ตลาดอิ่มตัวหนัก

อุตสาหกรรมเกมกาชาและเกมไลฟ์เซอร์วิสในญี่ปุ่นกำลังเผชิญความท้าทายหนัก จากข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมเกมประเภทนี้เกือบ 2,200 เกม พบว่า มากกว่า 70% ต้องยุติการให้บริการก่อนเข้าสู่ปีที่สาม สะท้อนถึงสภาพตลาดที่อิ่มตัว ต้นทุนพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงกว่าเดิม

ในช่วงปลายยุค 2010 เกมไลฟ์เซอร์วิสเคยเป็นโมเดลที่ครองตลาดเกมมือถืออย่างชัดเจน แต่ในยุค 2020 เป็นต้นมา โมเดลนี้เริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่มีเกมแนวกาชาจำนวนมาก ผู้เล่นเองก็เริ่มสังเกตว่า เกมส่วนใหญ่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ยาวนาน ขณะที่เกมที่อยู่รอดยาวเกิน 3 ปีมักถือเป็นกรณีที่พบไม่บ่อยนัก

Ayashii Rinjin นักเขียนและนักวิจัยด้านเกมกาชา ได้เผยข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ตนเก็บรวบรวม พบว่าเกมไลฟ์เซอร์วิสมากกว่า 70% ปิดให้บริการก่อนครบสามปี และส่วนใหญ่จะสิ้นสุดบริการในปีที่สองของอายุเกมเสียด้วยซ้ำ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการบริหารเกมลักษณะนี้ไม่ต่างจากการเดิมพันแบบต้องทุ่มหมดหน้าตัก เพราะมีเกมจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดให้บริการตั้งแต่ไม่ถึง 6 เดือนแรกด้วยซ้ำ ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเกมที่อยู่รอดถึงปีที่หกหรือเจ็ดเสียอีก

สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อพิจารณาถึงปัญหาที่ผู้พัฒนาต้องเผชิญ ทั้งการขาดแคลนบุคลากร ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุกปี และการอิ่มตัวของตลาด จนมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมถึงขั้นเรียกสภาพตลาดเกมไลฟ์เซอร์วิสของญี่ปุ่นว่าอยู่ในช่วง “เรือไททานิกล่ม” เพราะแม้แต่เกมทุนสูงจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็ยังประสบปัญหาเปิดตัวไม่ปังหรือไปไม่รอด

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Tribe Nine ที่พัฒนาโดย Akatsuki Games และได้รับการดูแลโดยทีมสร้าง Danganronpa ซึ่งเตรียมปิดบริการในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังเปิดให้บริการ หรือบางกรณีก็เร็วกว่า เช่นเกม NFT ชื่อ TOKYO BEAST ที่ปิดบริการภายในเวลาเพียงสองเดือน เนื่องจากปัญหาด้านเงินทุนและระบบกาชาที่ถูกมองว่าเอาเปรียบผู้เล่นจนเกินไป

ถึงแม้จะมีเกมที่อยู่รอดเกินเจ็ดปี แต่การอยู่รอดในระยะยาวก็มีต้นทุนที่สูงเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Dragon Quest of the Stars ของ Square Enix ที่ประกาศปิดให้บริการหลังจากเปิดมายาวถึง 10 ปี หนึ่งในสาเหตุหลักคือความซับซ้อนของระบบที่ทับถมกันมาจนยากต่อการแก้ไข โค้ดภายในเกมสะสมปัญหาจำนวนมากจนไม่สามารถรับภาระต่อไปได้ ตามที่โปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นและบล็อกเกอร์ด้านเทคนิค Eihigh อธิบายว่า “เมื่อเกมดำเนินมาถึงสิบปี ปัญหาทางเทคนิคภายในโค้ด ก็ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้อีกต่อไป”

เมื่อการแข่งขันสูงขึ้นและโอกาสรอดต่ำลง ผู้พัฒนาหลายรายเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากโมเดลกาชาแบบหนัก ๆ ไปสู่รูปแบบที่เป็นมิตรกับผู้เล่นมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเปิดตัว Genshin Impact ของ HoYoverse ในปี 2020 ที่ยกระดับคุณภาพเกมกาชาทั้งในแง่เนื้อเรื่องและเกมเพลย์ ทำให้เกมญี่ปุ่นจำนวนมากถูกมองว่าตื้นเขินกว่าเดิม

อีกด้านหนึ่ง ผู้พัฒนาจากจีนเริ่มก้าวขึ้นมามีบทบาทชัดเจนในตลาดนี้ ด้วยงบประมาณและคุณภาพการผลิตสูง เช่น Hero Game (Duet Night Abyss) และ Naked Rain (ANANTA) ที่ประกาศล่วงหน้าว่าจะตัดระบบกาชาออกจากเกมโดยสมบูรณ์ หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ อาจกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้วงการเกมไลฟ์เซอร์วิสเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็ยังต้องจับตาว่าผู้พัฒนาในญี่ปุ่นจะเปิดรับรูปแบบใหม่ ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน และจะช่วยให้อุตสาหกรรมภายในประเทศกลับมามีเสถียรภาพได้หรือไม่

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
admin.techcatchup
admin.techcatchuphttps://techcatchup.net
techcatchup.net — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

- Advertisment -
Google search engine
- Advertisment -
Google search engine