ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ Aion 2 เกม MMORPG แฟนตาซีภาคต่อจากผลงานดังของ NCSoft ในปี 2009 กำลังทวีความร้อนแรง หลังมีการตั้งคำถามว่า พฤติกรรมของผู้เล่นบางส่วนอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกของเกม แต่มีความเสี่ยงจะล้ำเส้นกฎหมายในโลกความเป็นจริง
Aion 2 เปิดให้บริการในเกาหลีใต้และไต้หวันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 และมีแผนจะวางจำหน่ายในโซนตะวันตกในอนาคต อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับช่วงเปิดตัวค่อนข้างย่ำแย่ นอกจากเสียงวิจารณ์เรื่องระบบ Pay-to-Win แล้ว เกมยังเผชิญกับข้อถกเถียงอีกด้านหนึ่งที่รุนแรงไม่แพ้กัน นั่นคือการสร้างภาพตัวละครในเกมให้มีลักษณะทางเพศ โดยอ้างอิงจากบุคคลจริง รวมถึงคนดังที่ยังเป็นผู้เยาว์
ต้นตอของปัญหามาจากฟีเจอร์ “Style Shop” ของ Aion 2 ซึ่งเป็นตลาดเปิดที่ให้ผู้เล่นอัปโหลดพรีเซตตัวละครที่ตนเองสร้างขึ้น และเปิดขายให้ผู้เล่นคนอื่นนำไปใช้งาน โดยรายได้จากการขายจะถูกแบ่งระหว่างผู้พัฒนาเกมกับผู้สร้างพรีเซตต้นฉบับ
ด้วยระบบสร้างตัวละครที่ละเอียดและปรับแต่งได้อย่างลึกซึ้ง ผู้เล่นบางส่วนจึงนำเครื่องมือนี้มาใช้สร้างตัวละครที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับคนดังเกาหลีในโลกจริงอย่างมาก และนำไปขายใน Style Shop โดยตามรายงานของ GameMeca ระบุว่า มีพรีเซตจำนวนไม่น้อยที่ถูกตั้งชื่อโดยใช้ชื่อจริงของไอดอลหรือคนดังเหล่านั้นโดยตรง ทำให้ยากจะอ้างว่าเป็นเรื่องบังเอิญ

เมื่อผนวกเข้ากับระบบคอสตูมของเกมที่มีชุดเปิดเผยสัดส่วนจำนวนมาก และข้อเท็จจริงที่ว่าบุคคลซึ่งถูกนำมาเลียนแบบบางรายยังไม่บรรลุนิติภาวะ ประเด็นนี้จึงกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง และนำไปสู่การถกเถียงอย่างรุนแรงในชุมชนเกม ระหว่างฝ่ายที่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม กับอีกฝ่ายที่เห็นว่าผู้เล่นควรมีเสรีภาพในการใช้งานเครื่องมือภายในเกมตามใจชอบ
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่ว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่รวมถึงว่า การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ด้วย
Jeong-Mok Kang ทนายความชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเขียนบทความวิเคราะห์ประเด็นนี้ให้กับ GameMeca ได้ให้ความเห็นโดยอ้างอิงกฎหมายและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปว่า ทั้งผู้เล่นที่สร้างและเผยแพร่คอนเทนต์ดังกล่าว รวมถึง NCSoft ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อาจมีความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดทางกฎหมายได้
ตามกฎหมายเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเพศดิจิทัลและกรณี Deepfake หากมีการแก้ไข ตัดต่อ หรือประกอบภาพ วิดีโอ หรือเสียง โดยมุ่งเป้าไปที่ใบหน้า ร่างกาย หรือเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยขัดต่อเจตนาของเจ้าตัว และมีลักษณะที่อาจกระตุ้นความต้องการทางเพศหรือสร้างความอับอายทางเพศ การกระทำดังกล่าวสามารถถือเป็นความผิดได้
แม้กรณีของ Aion 2 จะเป็นโมเดลสามมิติในเกม ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือวิดีโอจริง แต่ Kang ชี้ว่า ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ Deepfake ศาลมักไม่พิจารณาเชิงเทคนิคว่าคอนเทนต์นั้นถูกสร้างขึ้นอย่างไร หากแต่ให้ความสำคัญกับการรับรู้ของสาธารณชนเป็นหลัก กล่าวคือ หากคนทั่วไปสามารถจดจำได้ว่าตัวละครในเกมถูกออกแบบให้เป็นบุคคลใด โดยเฉพาะเมื่อเป็นผู้เยาว์ การนำตัวละครนั้นไปแต่งกายในลักษณะยั่วยุทางเพศและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็อาจถูกมองว่าเข้าข่ายความผิดทางเพศในโลกจริง ไม่ต่างจากการละเมิดด้วย Deepfake

นอกจากนี้ แม้จะไม่เข้าข่ายความผิดทางอาญาด้านอาชญากรรมทางเพศ Kang ระบุว่า โอกาสที่จะถูกฟ้องร้องทางแพ่งในประเด็นการละเมิดสิทธิในบุคลิกภาพหรือสิทธิในภาพลักษณ์นั้นมีความเป็นไปได้สูง “เมื่อผู้ใช้เผยแพร่พรีเซตตัวละครที่จำลองจากไอดอลหรือคนดัง เพื่อเพิ่มยอดผู้ชมในช่อง YouTube สร้างความสนใจภายในเกม หรือแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น นี่ถือเป็นกรณีตัวอย่างของการนำภาพลักษณ์ของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน”
ทนายความรายนี้ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ผู้ให้บริการเกมอย่าง NCSoft อาจไม่สามารถปัดความรับผิดด้วยเหตุผลว่า “ผู้ใช้เป็นผู้กดปุ่มเอง” ได้ง่ายนัก หากเกิดปัญหาทางกฎหมายขึ้นจริง เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลทั้งหมดภายในเกม รวมถึงเนื้อหาที่ถูกแสดงต่อสาธารณะใน Style Shop และยังเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์จากการขายคอสตูมที่เอื้อให้เกิดการนำเสนอในเชิงยั่วยุทางเพศ
หากพิสูจน์ได้ว่าบริษัทรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อป้องกันหรือแก้ไข NCSoft ก็อาจถูกมองว่ามีความรับผิดร่วมกับผู้ใช้งานได้เช่นกัน
ในปัจจุบัน ยังไม่มีการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการกับผู้เล่น Aion 2 หรือทีมพัฒนาเกมในประเด็นนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่า NCSoft จะออกมาตรการควบคุมหรือจัดการกับพฤติกรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงในการสร้างความเสียหายทางจิตใจให้กับไอดอลและคนดังที่ถูกนำไปอ้างอิง
เมื่อเกมมีความสมจริงและเปิดโอกาสให้ปรับแต่งตัวละครได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาทางกฎหมายและจริยธรรมในลักษณะนี้ อาจกลายเป็นประเด็นที่พบได้บ่อยขึ้นในอุตสาหกรรมเกมในอนาคต
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



