ฮิเดอากิ อันโนะ (Hideaki Anno) ผู้กำกับอนิเมะและภาพยนตร์ชื่อดังจากซีรีส์ Neon Genesis Evangelion ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ญี่ปุ่นที่กำลังขยายสู่ตลาดโลก โดยระบุว่า เขาไม่เชื่อว่าการสร้างผลงานโดยตั้งเป้าผู้ชมต่างประเทศเป็นหลักจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับครีเอเตอร์
ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Forbes Japan อันโนะได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น พร้อมกับมีกลยุทธ์ผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการประเมินว่าอุตสาหกรรมนี้อาจเติบโตจนมีมูลค่าตลาดสูงถึง 20 ล้านล้านเยนภายในปี 2033
เมื่อถูกถามว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อวิธีการสร้างและเผยแพร่ผลงานของญี่ปุ่นอย่างไร อันโนะระบุว่า สตูดิโออนิเมะและภาพยนตร์ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานอย่าง “จงใจ” มากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้สภาพแวดล้อมโดยรวมจะเปลี่ยนไปบ้างก็ตาม
เขาอธิบายว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยสร้างผลงานโดยคำนึงถึงผู้ชมต่างประเทศเป็นหลัก “ผมไม่เคยทำอะไรโดยคิดถึงผู้ชมต่างประเทศเลย ผมทำได้แค่ผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อคนในประเทศเท่านั้น บริษัทผู้ผลิตมักจะพูดกันง่าย ๆ ว่าให้คิดถึงตลาดต่างประเทศ แต่สำหรับผม นั่นไม่ใช่เป้าหมาย” อันโนะกล่าว
อันโนะเสริมว่า จุดยืนของเขาคือ ผลงานควรเป็นสิ่งที่ผู้ชมในญี่ปุ่นชื่นชอบและมองว่าน่าสนใจก่อนเป็นอันดับแรก และหากบังเอิญว่าผู้ชมในต่างประเทศรู้สึกสนใจด้วย เขาก็รู้สึกขอบคุณกับสิ่งนั้น

เขายกตัวอย่างการทำงานในภาพยนตร์ Evangelion: 3.0+1.0 Thrice Upon a Time โดยยอมรับว่า ระหว่างการสร้างผลงานเรื่องนี้ เขาไม่ได้คำนึงถึงตลาดต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย และเลือกที่จะสร้างภาพยนตร์ในลักษณะอิสระ เพื่อไม่ให้มีใครเข้ามาแทรกแซงกระบวนการทำงาน พร้อมยอมรับความรับผิดชอบทั้งหมดด้วยตนเอง ไม่ว่าผลงานจะประสบความสำเร็จด้านรายได้มากน้อยเพียงใด
อันโนะอธิบายเพิ่มเติมว่า การสร้างภาพยนตร์เพื่อผู้ชมที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นมีอุปสรรคสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของภาษา “ผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการคิดแบบญี่ปุ่น จะสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริงก็ต้องผ่านภาษาญี่ปุ่น” เขากล่าว
แม้ว่าภาพยนตร์จะเป็นสื่อที่ประกอบด้วยทั้งภาพและเสียง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านภาษาเมื่อเทียบกับสื่อรูปแบบอื่น แต่บทพูดในบทภาพยนตร์ก็ยังคงเป็นภาษาญี่ปุ่น และดราม่าของเรื่องราวก็เกิดขึ้นจากความคิดและความรู้สึกของตัวละครที่ถูกถ่ายทอดผ่านภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก
ผู้กำกับ Evangelion ระบุว่า ผลงานลักษณะนี้สามารถได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมต่างประเทศได้ หากผู้ชมสามารถเข้าใจเจตนาและนัยของเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้สร้าง เขามองว่าไม่สามารถปรับผลงานให้เข้ากับผู้ชมได้ทุกกลุ่ม
“ผมต้องขอโทษด้วย แต่ผู้ชมต้องเป็นฝ่ายปรับตัวเอง” อันโนะกล่าว
อันโนะยังเปรียบเทียบภาพยนตร์กับวิดีโอเกม โดยชี้ว่าเกมเป็นสื่อแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ขณะที่ภาพยนตร์เป็นสื่อแบบทางเดียว แม้ว่าผู้ชมจะมีข้อร้องเรียนหรือไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความเห็นเหล่านั้นจะส่งไปถึงผู้สร้างโดยตรงเสมอไป เพราะภาพยนตร์ไม่ใช่สื่อที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับผู้ชม
ด้วยเหตุนี้ เขามองว่าผู้ชมจำเป็นต้องไว้วางใจผู้สร้างในสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าน่าสนใจ และนั่นคือเหตุผลที่เขาเชื่อว่า การคงการผลิตผลงานไว้ภายในประเทศเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

อันโนะยังกล่าวถึงสตูดิ Ghibli และ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ว่าเป็นตัวอย่างของผู้สร้างที่ยึดแนวทางการผลิตภายในประเทศอย่างชัดเจน และเชื่อว่าพวกเขาแทบไม่ได้คำนึงถึงตลาดต่างประเทศเลยด้วยซ้ำ
ตามมุมมองของอันโนะ การทำการตลาดในต่างประเทศควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง และไม่ใช่สิ่งที่ครีเอเตอร์ต้องกังวลตั้งแต่ต้น “เราควรปล่อยให้ฝั่งธุรกิจเป็นคนทำให้ผลงานของเรากลายเป็นสินค้าและนำไปขาย นั่นคือแนวทางที่ดีที่สุด” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม อันโนะยอมรับว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ผลงานจากญี่ปุ่นยังไม่สามารถเจาะตลาดตะวันตกได้มากนักในอดีต เป็นเพราะ “พวกเราค่อนข้างไม่เก่งเรื่องการขายผลงานของตัวเอง”
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



