การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศเพื่อขุดแร่บนดวงจันทร์เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่อ Vermeer ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างระดับโลกจากสหรัฐฯ เผยโฉมต้นแบบขนาดจริงของ Interlune excavator — เครื่องจักรกลหนักที่ถูกออกแบบมาเพื่อขุดดินและหินบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้ถึง 100 ตันต่อชั่วโมง เพื่อสกัด Helium-3 ซึ่งเป็นทรัพยากรหายากที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในโลกยุคใหม่
แม้ Helium-3 จะเป็นไอโซโทปของฮีเลียมที่พบได้มากในจักรวาล แต่กลับหายากอย่างมากบนโลก ส่งผลให้เกิดแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองในการค้นหาแหล่งทรัพยากรใหม่ โดยเฉพาะ Helium-3 ที่เชื่อกันว่ามีอยู่มากบนดวงจันทร์ และสามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิป ออปติกส์ และเทคโนโลยีหลักในอนาคต
โปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Vermeer และ Interlune บริษัทสตาร์ทอัพด้านเหมืองแร่บนดวงจันทร์จากสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถขุดพื้นผิวลึกถึง 3 เมตร สกัด Helium-3 จากเรโกลิธ (ดินบนดวงจันทร์) แล้วบรรจุและส่งกลับมายังโลก
“เมื่อคุณต้องใช้เครื่องจักรบนดวงจันทร์ มาตรฐานด้านความทนทานและประสิทธิภาพต้องสูงกว่าบนโลกอย่างมาก” — Rob Meyerson, ซีอีโอ Interlune กล่าว
แม้ Komatsu บริษัทญี่ปุ่นจะประกาศแผนพัฒนาเครื่องขุดไฟฟ้าสำหรับภารกิจบนดวงจันทร์ตั้งแต่ปี 2023 และนำต้นแบบไปโชว์ในงาน CES 2025 แล้วก็ตาม แต่ Vermeer ดูจะเป็นฝ่ายที่พัฒนาได้รวดเร็วกว่า โดยเฉพาะในแง่ประสิทธิภาพการขุดและศักยภาพในการสกัด Helium-3

การพัฒนาเครื่องจักรกลหนักสำหรับดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากพื้นผิวดวงจันทร์ไม่มีออกซิเจน ทำให้เครื่องยนต์สันดาปใช้งานไม่ได้ การพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกเดียว แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากอุณหภูมิที่แปรปรวนสุดขั้ว (ร้อนถึง 110°C และเย็นถึง -170°C) ซึ่ง Komatsu กำลังพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมความร้อนและระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วเช่นนี้

ทางฝั่ง Interlune ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ, โครงการ NASA TechFlights และกองทุนวิจัยของ National Science Foundation (NSF) โดยสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 18 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 660 ล้านบาท) และวางแผนปล่อยภารกิจแรกสู่ดวงจันทร์ก่อนปี 2030
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



