อดีตบอส PlayStation มองว่าอุตสาหกรรมเกมควรเลิกทำ “สิ่งเดิมซ้ำ ๆ” และหันมาต้อนรับยุคใหม่ของ “เกม AA ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย” อย่าง Clair Obscur: Expedition 33
เราอาจจะเคยได้ยินหลายครั้งแล้ว หลังจากที่ Clair Obscur: Expedition 33 สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก แต่ครั้งนี้อดีตซีอีโอของ Sony อย่าง Shawn Layden ย้ำชัดว่า เกม AA คือเส้นทางแห่งอนาคต
“ผมคิดว่าเทคโนโลยีมันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว” Layden กล่าวตรงไปตรงมาในการให้สัมภาษณ์กับ GamesIndustry.biz “เรามีสักกี่คนที่จะแยกความต่างระหว่าง 90 เฟรมต่อวินาทีกับ 120 เฟรมต่อวินาทีได้จริง?” เขาต้องการให้นักพัฒนา “เลิกไล่ตามความสมจริงระดับภาพยนตร์” และหันมามุ่งสร้าง “เกม AA ที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์และแนวเกมที่หลากหลาย”
“ผมคิดว่านี่แหละคือพื้นที่การเติบโต” เขาคาดการณ์ “เรากำลังจะได้เห็นการเกิดใหม่อีกครั้ง”
แนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ผู้บริหารสตูดิโอ หลังจากความสำเร็จของ Expedition 33 ที่สร้างโดยทีมพัฒนาขนาดเล็ก เกมนี้เองก็มีผู้กำกับ Guillaume Broche ที่เพิ่งออกมาพูดว่า “เมื่อค่าใช้จ่ายในการพัฒนายังพุ่งสูงขึ้น ผมคิดว่าเราจะได้เห็นบริษัทแบบเรามากขึ้น ที่เลือกสร้างเกมระดับ AA”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “ต้องขอบคุณ Unreal Engine ที่ช่วยให้ง่ายต่อการประเมินว่าทรัพยากรที่ต้องใช้จะสัมพันธ์กับขนาดการพัฒนาของคุณมากน้อยแค่ไหน”
Layden แสดงจุดยืนชัดว่าเขาเห็นด้วยเต็มที่กับแนวคิดนี้ โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ GamesIndustry.biz เพิ่มเติมว่า “บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง EA, Sony, Microsoft, Ubisoft ทั้งหมดต่างขยายตัวไปจนเกินความยั่งยืน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงโควิด เมื่อรายได้เกมเติบโตขึ้นถึง 22% ต่อปี และหลายคนคิดว่าธุรกิจนี้จะพุ่งทะยานไปไกล”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็น “การปลดพนักงานจำนวนมากในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า” Layden กล่าวต่อ “แต่บางทีนี่อาจเป็นการปรับสมดุล เป็นการจัดเรียงธุรกิจครั้งใหม่”
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X