อีกก้าวสำคัญของวงการขนส่งทางน้ำแบบยั่งยืน ทีมงานจากประเทศสวีเดนได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโดยใช้ “เรือไฟฟ้า” เป็นครั้งแรก และไม่ใช่แค่เรือไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นเรือที่ “บินได้” ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรฟอยล์ที่ช่วยยกตัวเรือเหนือผิวน้ำเพื่อลดแรงต้านและประหยัดพลังงานอย่างมหาศาล
ภารกิจครั้งนี้นำโดย Gustav Hasselskog ซีอีโอของ Candela ผู้ขับเรือ Candela C-8 Polestar Edition ข้ามช่องแคบยิบรอลตาร์จากเมือง Sotogrande ประเทศสเปน มุ่งหน้าสู่ Ceuta บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ รวมระยะทางกว่า 24 ไมล์ทะเล ใช้เวลาทั้งสิ้นราว 1 ชั่วโมง ซึ่งเทียบได้กับเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูงทั่วไป แต่ใช้พลังงานน้อยกว่าหลายเท่าและปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์
หลังจากถึงฝั่งและชาร์จแบตเตอรี่เรียบร้อย C-8 ก็เดินทางกลับทันทีในวันเดียวกัน โดยไม่พบปัญหาแม้จะต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงของช่องแคบยิบรอลตาร์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกระแสน้ำเชี่ยวและทะเลปั่นป่วน
หัวใจสำคัญของเรือลำนี้คือระบบ ไฮโดรฟอยล์ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถปรับมุมปีกได้ถึง 100 ครั้งต่อวินาที ทำให้เรือสามารถ “ลอย” เหนือน้ำได้อย่างมั่นคง แม้ในสภาพคลื่นลมแรง โดย Hasselskog เผยว่า “เรารู้สึกแทบไม่ได้เลยว่ามีคลื่น ขณะที่เรือถ่ายภาพที่วิ่งคู่กันสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด”


Candela ระบุว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโชว์เทคโนโลยี แต่เป็นการพิสูจน์ศักยภาพของเรือไฟฟ้าสำหรับการให้บริการในเส้นทางข้ามทะเล โดยเฉพาะรุ่น P-12 ซึ่งเป็นเรือเฟอร์รี่โดยสารขนาด 30 ที่นั่งแบบไฮโดรฟอยล์ที่กำลังให้บริการอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม และเตรียมขยายสู่ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนในอนาคต
ช่องแคบยิบรอลตาร์มีการเดินทางข้ามฟากกว่า 3.5 ล้านครั้งต่อปี ส่วนใหญ่อาศัยเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล การนำเรือไฟฟ้าเข้ามาแทนจึงสามารถช่วยลดมลพิษ ลดต้นทุน และเชื่อมต่อชุมชนชายฝั่งที่ยังขาดโอกาสในการเดินทาง
ที่น่าสนใจคือ การข้ามช่องแคบยิบรอลตาร์ครั้งนี้ใช้พลังงานเพียง 40 kWh หรือคิดเป็นค่าไฟประมาณ 8 ยูโร (ราว 310 บาท) ขณะที่เรือเบนซินที่วิ่งคู่กันใช้เชื้อเพลิงถึง 50 ลิตร คิดเป็นเงิน 90 ยูโร (ประมาณ 3,500 บาท) ซึ่งแพงกว่ากว่า 10 เท่า และยังปล่อยไอเสียจำนวนมาก
Candela ยังได้ร่วมมือกับบริษัท Avangreen ซึ่งอยู่เบื้องหลังโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดใน Ceuta เพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐานการเดินเรือที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้
เรือที่ใช้ในการข้ามทะเลครั้งนี้คือ Candela C-8 Polestar Edition รุ่นพิเศษที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Polestar แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง มาพร้อมแบตเตอรี่ 69 kWh ที่สามารถชาร์จได้ 80% ภายใน 30 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 57 ไมล์ทะเลที่ความเร็ว 22 นอต ซึ่งถือเป็นเรือไฟฟ้าที่เร็วและวิ่งได้ไกลที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยจุดเด่นอีกอย่างคือ “ฟอยล์” ที่เคลือบด้วยสีทองสไตล์สวีเดนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Polestar
Candela เชื่อว่าความสำเร็จในครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งการเดินทางทางทะเลที่สะอาด เร็ว และคุ้มค่ากว่าเดิมอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



