โคจิ สุงิโมโตะ (Koji Sugimoto) โปรแกรมเมอร์ Final Fantasy ตั้งคำถามว่าทำไมถึงอยากเลียนแบบกราฟิกยุค PS1 ทั้งที่เมื่อก่อนทีมพยายามหลีกเลี่ยงสุดชีวิต
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสนิยมเกมแนวเรโทรกลับมาได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่เลือกใช้กราฟิกโลว์โพลีแบบ PlayStation 1 เพื่อกระตุ้นความคิดถึงวัยเด็ก ซึ่งรวมถึงข้อบกพร่องด้านเทคนิคและภาพที่ผิดเพี้ยนซึ่งเคยเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ในยุคนั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักพัฒนาเกมรุ่นเก๋าที่เคยต่อสู้กับข้อจำกัดเหล่านั้นอย่างหนักหน่วง อาจไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์แบบที่นักพัฒนาอินดี้ยุคใหม่เข้าใจ

โคจิ สุงิโมโตะ (Koji Sugimoto) โปรแกรมเมอร์จาก Square Enix ผู้เคยมีส่วนร่วมในเกม Final Fantasy X, Xenogears และ Threads of Fate แสดงความคิดเห็นผ่าน X ถึงประเด็นนี้ โดยเขาตอบโพสต์จาก Unity Japan ที่แสดงฟีเจอร์ใหม่ซึ่งช่วยให้จำลองความเพี้ยนของกราฟิกแบบ PS1 ได้ง่ายขึ้น โดยกล่าวว่า
“เมื่อก่อนเราทำงานกันหนักมากเพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบี้ยวของพื้นผิว แต่ตอนนี้กลับมีคนบอกว่ามันดูมีเสน่ห์ซะงั้น”
แม้ผู้เล่นในปัจจุบันจะมองว่าภาพเพี้ยนเล็กน้อยแบบ PS1 ดูน่ารักและน่าโหยหา แต่สำหรับโปรแกรมเมอร์รุ่นเก๋าอย่างสุงิโมโตะ มันคือฝันร้ายที่ต้องพยายามแก้ไขให้ได้มากที่สุดในอดีต
สิ่งที่เรียกว่า “Texture Warping” หรือการบิดเบี้ยวของพื้นผิวที่สุงิโมโตะพูดถึงนั้น เกิดจากข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของ PlayStation รุ่นแรกที่ไม่มีระบบ Z-buffer สำหรับจัดการลำดับความลึกของวัตถุในฉากแบบอัตโนมัติ

การไม่มี Z-buffer ทำให้ GPU ไม่สามารถรู้ได้ว่าวัตถุไหนควรอยู่หน้า–หลัง จึงต้องพึ่งพาโปรแกรมเมอร์ในการจัดเรียงลำดับของโพลิกอนด้วยตนเอง และการฉายพื้นผิว (Texture Mapping) ก็ใช้เทคนิคแบบ Affine ซึ่งอ้างอิงแค่พิกัด X และ Y โดยไม่คำนึงถึงระยะลึก (Z) จึงทำให้ภาพดูบิดเบี้ยวเมื่อหมุนมุมกล้อง
ไม่เพียงเท่านั้น ฮาร์ดแวร์ยังมีปัญหาในการกระจายพิกเซลอย่างแม่นยำ ทำให้เกิดอาการภาพกระพริบหรือขยับผิดตำแหน่งเมื่อมีการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมพัฒนาเกม PS1 พยายามซ่อนหรือปรับแต่งอย่างหนักเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
สุงิโมโตะเคยพูดถึงปัญหานี้ในโพสต์เก่าอีกโพสต์หนึ่งว่า “ผมเกลียดมันมาก เราเสียเวลาไปเปล่า ๆ นับไม่ถ้วนกับการพยายามแก้การบิดเบี้ยวของภาพ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีคนอยากจำลองสิ่งนี้ขึ้นมาใหม่”

สิ่งที่เคยเป็นอุปสรรคและสร้างความเหนื่อยล้าให้กับโปรแกรมเมอร์ยุค PS1 กลับกลายเป็นจุดขายของเกมอินดี้ยุคใหม่ ที่พยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้ฟีลแบบเกมเก่า โดยใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ทำย้อนกลับไปให้ใกล้เคียงข้อจำกัดเดิมมากที่สุด ซึ่งแม้จะดูเป็นเทรนด์ที่มีเสน่ห์ในสายตานักเล่นและนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่แปลกหากบางคนที่เคยใช้ชีวิตกับเทคนิคเหล่านั้นจะรู้สึกแปลกใจหรือหงุดหงิดเล็กน้อย
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X