มังงะ Dandadan เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แฟน ๆ ว่าเต็มไปด้วยการอ้างอิงป๊อปคัลเจอร์และอีสเตอร์เอ้กมากมายให้ค้นหา และเมื่อถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะโดยสตูดิโอ Science Saru ทีมงานก็เลือกที่จะยกระดับความสนุกไปอีกขั้น แต่การตัดสินใจล้อเลียนเพลงของวงร็อกชื่อดังของญี่ปุ่นกลับกลายเป็นชนวนดราม่าครั้งใหญ่ และนำไปสู่การถกเถียงเรื่องลิขสิทธิ์ในสื่อญี่ปุ่น โดยทนายความคนดังเตือนว่าผู้สร้างมังงะอาจต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานหากอยากให้ผลงานประสบความสำเร็จในต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมงานอนิเมะ Dandadan ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษนักดนตรีชื่อดัง Yoshiki หลังจากหนึ่งในตอนล่าสุดมีเพลงที่ล้อเลียนบทเพลงของวง X JAPAN โดยไม่ได้ปรึกษากับต้นฉบับก่อน โดยเพลง “Hunting Soul” ของวงสมมติ HAYASii ที่ปรากฏในตอนที่ 6 ของซีซันสอง ถูกวิจารณ์ว่ามีความคล้ายคลึงกับเพลงดัง “Kurenai” (1989) ของ X JAPAN อย่างมาก
นอกจากนี้ชื่อวง HAYASii ยังถูกมองว่าเป็นการล้อเลียนนามสกุลจริงของ Yoshiki ที่ชื่อ Hayashi อีกด้วย หลังจากตอนดังกล่าวออกอากาศ Yoshiki ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ก่อนลบออกไป) ระบุว่าตนไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการล้อเลียนนี้ ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟน ๆ ทั้งในและต่างประเทศ บางส่วนเห็นด้วยกับ Yoshiki แต่บางคนก็โต้ว่า “การล้อเลียนคือการใช้อย่างเป็นธรรม (fair use)” ที่ไม่ควรถูกตรวจสอบทางกฎหมาย
ทว่าประเด็นนี้กลับไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อ Masaki Kito ทนายความชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิผู้บริโภค (และเคยทำงานร่วมกับ Yoshiki มาก่อน) ได้ออกมาแสดงความเห็นบนแพลตฟอร์ม X ว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่โครงสร้างการสร้างสรรค์ของวงการมังงะญี่ปุ่น โดยชี้ว่าหากอยากให้มังงะและอนิเมะประสบความสำเร็จในตลาดโลก จำเป็นต้องยึดตาม “มาตรฐานสากล” ด้านลิขสิทธิ์
Kito เขียนว่า “ในกรณีของ Dandadan ยังมีการโต้เถียงเกี่ยวกับชื่อของตัวละครเอกด้วย ผมคิดว่าจำเป็นต้องถอยกลับมามองใหม่ และเริ่มสร้างมังงะให้สอดคล้องกับมาตรฐานลิขสิทธิ์สากล หากอยากให้งานอนิเมะและมังงะไปสู่ระดับโลก” เขายังยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า “เพื่อให้มังงะญี่ปุ่นขยายสู่ตลาดโลก เราจำเป็นต้องระมัดระวังกฎหมายและประเพณีของแต่ละประเทศเหมือนที่ฮอลลีวูดทำ”
หนึ่งในมุกตั้งแต่ต้นเรื่องของ Dandadan คือการที่ตัวเอก Okarun มีชื่อเต็มว่า Ken Takakura ซึ่งตรงกับชื่อของนักแสดงและนักร้องชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่ล่วงลับไปแล้ว โดยไม่ปิดบังว่ามีการอ้างอิงบุคคลจริง Kito มองว่ามุกแบบนี้อาจไม่เป็นที่เข้าใจของผู้ชมตะวันตก และยังอาจนำไปสู่ปัญหาลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่นเอง เขาชี้ว่า ผู้สร้างควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่เสี่ยงละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำให้ผลงานเข้าถึงผู้ชมต่างชาติได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นบนแพลตฟอร์ม X จำนวนมากไม่เห็นด้วยกับมุมมองของ Kito โดยมองว่าเหตุผลของเขาคลุมเครือ และ “มาตรฐานสากล” ที่พูดถึงก็ไม่มีความชัดเจน ผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่า “เรื่อง Yoshiki กับ Dandadan เป็นเพียงปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลับมีคนนำคำว่า ‘มาตรฐานสากล’ มาใช้เพื่อควบคุมการสร้างสรรค์มังงะและอนิเมะให้เข้ากับผลประโยชน์ของตนเอง” ขณะที่อีกคนพูดติดตลกว่า “ถ้า Dandadan เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณ Kito งั้น Gintama ก็น่าจะถูกเผาหนังสือไปแล้ว”
บางฝ่ายชี้ว่าประเด็นการถกเถียงครั้งนี้มีการสับสนระหว่าง “กฎหมายลิขสิทธิ์” ที่เป็นข้อบังคับจริง ๆ ในการตีพิมพ์และแปลผลงานไปยังต่างประเทศ (เช่น กรณี Jojo’s Bizarre Adventure ที่ต้องเปลี่ยนชื่อ Stand จาก “King Crimson” เป็น “Emperor Crimson” ในเวอร์ชันอังกฤษ) กับ “การอ้างอิงวัฒนธรรม” ที่เป็นเพียงทางเลือกเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายโดยตรง อีกทั้งความนิยมของ Dandadan ในต่างประเทศก็พิสูจน์แล้วว่าการใส่อ้างอิงที่ผู้ชมไม่รู้จักไม่ได้เป็นอุปสรรค กลับช่วยสร้างคอนเทนต์เสริม เช่นคลิป YouTube ที่อธิบาย Easter Egg ให้แฟน ๆ สนุกยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X