ตลาดเครื่องเกมคอนโซลในสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง โดย Mat Piscatella (แมต พิสคาเทลลา) นักวิเคราะห์จาก Circana เตือนว่า “ตลาดฮาร์ดแวร์เกมในสหรัฐฯ ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางเท่านี้นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980” ขณะที่ราคาเฉลี่ยของเครื่อง Xbox และ PlayStation ที่ผู้บริโภคจ่ายจริงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
Piscatella เปิดเผยผ่าน Bluesky โดยอ้างอิงข้อมูลติดตามยอดค้าปลีกในสหรัฐฯ ของ Circana ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม จำนวนเครื่อง Xbox ที่ขายได้ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน PlayStation ลดลง 25% ทำให้ยอดขายสะสมของ Xbox ในช่วงดังกล่าวต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ PlayStation อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013
ในช่วงแปดเดือนเดียวกัน ผู้บริโภคจ่ายเงินซื้อเครื่อง Xbox ใหม่เฉลี่ยเครื่องละ 529 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,000 บาท) เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน ส่วน PlayStation มีราคาขายเฉลี่ย 597 ดอลลาร์ (ประมาณ 20,000 บาท) เพิ่มขึ้น 20% โดยทั้งสองแบรนด์มีราคาเฉลี่ยสูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในตลาดสหรัฐฯ Piscatella มองว่าราคาที่สูงขึ้นกำลังส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจนกลายเป็นปัญหาสำคัญของตลาด
ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ที่ถูกหยิบมาเปรียบเทียบเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตตลาดวิดีโอเกมระหว่างปี 1983–1985 ซึ่งรายได้จากยอดขายวิดีโอเกมภายในบ้านในสหรัฐฯ ลดลงถึง 97% จากประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) ในปี 1983 เหลือ 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 พันล้านบาท) ในปี 1985 อย่างไรก็ตาม คำเตือนถึงความเปราะบางของตลาดครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงถึงระดับเดียวกับวิกฤตในครั้งนั้นแล้ว
แรงกดดันด้านต้นทุนมาจากทั้งปัญหา RAM ขาดแคลนที่ยังดำเนินอยู่ และภาษีนำเข้าที่ทำให้ฮาร์ดแวร์มีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้ Sony, Microsoft และ Nintendo ต่างปรับราคาเครื่องคอนโซลขึ้นหลายครั้งภายในเวลาไม่ถึงสองปี
ปัจจุบัน PS5 Pro เครื่องใหม่ในสหรัฐฯ มีราคา 900 ดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 บาท) ส่วน Xbox Series X รุ่นมีช่องอ่านแผ่นอยู่ที่ 800 ดอลลาร์ (ประมาณ 27,000 บาท) ขณะที่ Nintendo Switch 2 รุ่นพื้นฐานมีราคา 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,000 บาท) หลังปรับราคาขึ้นเป็นครั้งที่สอง
สำหรับโอกาสฟื้นตัว Piscatella มองว่าการวางจำหน่ายเกมฟอร์มยักษ์ในเดือนพฤศจิกายนอาจช่วยบรรเทาการลดลงของยอดขายได้บางส่วน โดยคำกล่าวดังกล่าวพาดพิงถึง GTA VI แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อเกมโดยตรง แต่แรงหนุนจากเกมเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักประกันว่าตลาดจะฟื้นตัว
เขาระบุว่าผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับว่าจะมีเครื่องเกมเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤต RAM และชิ้นส่วน รวมถึงราคาขายของเครื่องด้วย จึงยังมีความไม่แน่นอนว่าเกมที่ผู้เล่นรอคอยจะช่วยชะลอการลดลงของยอดขายคอนโซลได้มากเพียงใด
ติดตามข่าวสารอัปเดตเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



